อ่านสักนิด

เพลงทุกเพลงในนี้ มัน Autoplay หมดเลย ผมไม่รู้จะไปปรับตรงไหนให้มันไม่ Auto ยังไงถ้าไม่ต้องการฟัง ช่วยไปกด Stop แต่ละเพลงก่อนนะครับ

ทั้งหมดที่จะเขียนนี้ ผมไม่รับรองว่า จะสามารถนำไปอ้างอิงทางวิชาการได้ หากอ่านแล้ว มีข้อคิดเห็นใดๆ จากท่านที่แตกต่างไปจากผม ก็ยินดีรับทุกความคิดเห็นครับ

และผมไม่ได้มีอคติใดๆกับเพลงที่เอามาลงในเอนทรีนี้นะครับ เพลงที่เอามาลงก็มาจากเว็บของต้นสังกัดเอง หวังว่าคงไม่โดนเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงมาเล่นงานนะครับ

*******************************

ผมเชื่อว่า สิ่งที่น่าพิเศษอยู่อย่างหนึ่งสำหรับภาษาไทย ในความคิดเห็นของผม คือ ภาษาไทยเราเป็นภาษาที่มีเสียงสูง ต่ำ โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่า วรรณยุกต์ เป็นตัวกำหนด และในการที่มันมีเสียงต่างกัน ก็ย่อมให้ความหมายของคำที่ต่างกันไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา กับคนที่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ ที่เสียงสูง ต่ำของคำ เป็นเพียงสำเนียง ไม่ได้เกี่ยวกับความหมายของคำ จะงุนงงเล็กน้อย หากมาศึกษาภาษาไทย ในขณะเดียวกัน คนไทยโดยมาก เวลาพูดภาษาอังกฤษ ก็จะไม่นิยมออกเสียงสูงต่ำ ตามฉบับเจ้าของภาษา แต่จะออกเสียงโมโนโทน ตามฉบับของเรา เพราะเราคุ้นเคยกับการที่คำๆหนึ่ง สามารถออกเสียงได้เพียงแบบเดียว ซึ่งพอเจ้าของภาษามาฟังสำเนียงเราพูด ก็อาจจะต้องใช้ความพยายามอยู่มากในการตีความสิ่งที่เราจะสื่อสารกับเขาเช่นกัน จนหลายๆครั้ง ต้องมีการใช้อวจนภาษาเข้ามาช่วย

และด้วยความพิเศษในเรื่องของเสียงสูง ต่ำ ของคำในภาษาไทย ส่งผลให้ บทร้อยกรองในภาษาไทย มีความไพเราะโดดเด่นขึ้นมาทันที ยิ่งได้ได้ฟังบทประพันธ์ร้อยกรองจากนักประพันธ์ หรือกวีที่เก่งๆแล้ว โอ้ พระพุทธเจ้าช่วย มันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆเลย จอร์จ ซาร่า

ในความรู้สึกของผม บางบทร้อยกรอง ผมอ่านแล้ว รู้สึกจับต้องได้ถึงความไพเราะ ได้อารมณ์เหมือนนั่งฟังเพลงๆหนึ่ง ที่ถึงแม้มันจะไม่มีทำนองประกอบเลยก็ตาม แต่ก็รู้สึกสุนทรีย์ไปกับมันได้มากกว่า เพลงวัยรุ่นสมัยนี้บางเพลง ที่ถึงแม้ทำนองจะเพราะสักแค่ไหน แต่พอมีเนื้อร้องมาประกอบแล้ว กลับรู้สึกเฉยๆ ฟังผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ผมขอนิยาม ให้เรื่องของวรรณยุกต์และร้อยกรอง รวมถึงสิ่งที่กล่าวมา ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เรียกว่า "เสน่ห์ของภาษาไทย"

.

.

วรรณยุกต์

วรรณยุกต์ (tone mark) จัดเป็นเอกลักษณ์ชิ้นเอกของภาษาไทยอย่างหนึ่ง ถึงแม้เสียงสูง ต่ำ จะมีอยู่ในทุกภาษา และบางภาษาก็มีวรรณยุกต์ใช้ เช่น ภาษาเวียดนาม แต่ วรรณยุกต์ในภาษาไทย ไม่ได้มีหน้าที่แค่ระบุการผันเสียง ออกเสียงของคำเท่านั้น แต่เป็นการแบ่งแยกความหมายของคำด้วย

ที่มาของการใช้วรรณยุกต์โดยคร่าวนั้น เริ่มตั้งแต่สมัยของพ่อขุนรามคำแหง ช่วงของราชวงศ์พระร่วง ที่ไท เป็นผู้ปกครองประเทศสยาม ขณะนั้น แต่ละชนกลุ่ม ไม่ว่าจะพวกเขมร มอญ ละว้า ลาว ก็มีลักษณะการเขียนสื่อสารที่คล้ายๆกันกับไท เพียงแต่การสื่อสารด้วยการพูด สำเนียง แตกต่างกัน พระองค์จึงได้มีดำริสร้างภาษาที่เป็นแบบแผนขึ้น โดยวรรณยุกต์ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อระบุการออกสำเนียงให้เข้าใจตรงกัน สำหรับการติดต่อกันทั้งในประเพณี และสงคราม โดยในยุคเริ่มแรก มีเพียงแค่วรรณยุกต์เอก ซึ่งเป็นขีดๆเดียว เช่นกับที่ใช้ปัจจุบัน และวรรณยุกต์โท ที่ใช้ เครื่องหมาย + เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งต่อมาคือ รูปของวรรณยุกต์ จัตวา โดยสาเหตุที่เรียกเอก และโท ก็มาจาก รูปวรรณยุกต์ที่เป็นขีดเดียว และสองขีด ไม่ได้มาจากเสียงของมันแต่อย่างใด และในสมัยพ่อขุนรามคำแหงก็มีการนำ ห มานำตัวอักษรอื่นๆ เพื่อสร้างคำเป็นเสียงจัตวา ซึ่งเป็นที่มาของอักษรนำในปัจจุบันด้วยเช่นกัน

ส่วนรูปวรรณยุกต์ ตรี และจัตวา เริ่มมีใช้ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมีที่มากับการเขียนทับศัีพท์เลียนเสียงของภาษาจีน ซึ่งในภาษาไทยไม่มี โดยเฉพาะอักษรกลาง ซึ่งไม่มีอักษรใดมาใช้คู่ สร้างเสียงใหม่ เหมือนอักษรต่ำสูง จะเอา ห มานำก็ขาดเสียงตรี จึงสร้างสองวรรณยุกต์ดังกล่่าวมาใช้ โดยมีหลักฐานมาจากกฏหมาย ศักดินาพลเรือน ที่มีการตีพิมพ์การใช้วรรณยุกต์ ตรีและจัตวา เช่นคำว่า จุ้นจู๊ และ บั่นจู๊ ซึ่งเป็นชื่อของนายสำเภาชาวจีน เป็นต้น

ปัจจุบัน เรายอมรับว่า วรรณยุกต์ แบ่งเป็น รูป และเสียง ในกลุ่มอักษรกลาง (ตามหลัก ไตรยางศ์) รูป และเสียง จะใช้กำกับตรงกัน

แต่อักษรสูง ต่ำ จะใช้รูปกำกับไม่ตรงกับเสียง โดยไม่นิยมใช้ รูปวรรณยุกต์ตรี กับรูปวรรณยุกต์จัตวากำกับ ถึงแม้ว่าคำๆนั้น จะออกเสียงระดับวรรณยุกต์ตรีและจัตวาก็ตาม เนื่องด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น คือ รูปวรรณยุกต์ตรี และจัตวา ไม่ได้มีใช้มาตั้งแต่ต้น จึงติดมาจนเป็นหลักหนึ่งของภาษาที่ราชบัณฑิตยสภารองรับ

เรื่องของวรรณยุกต์ มีประโยชน์อย่างมากในการขยายสร้างคำใหม่ สร้างความหลากหลายของเสียง และเป็นประโยชน์ต่อการสร้างบทประพันธ์ประเภทร้อยกรองอย่างมาก

.

.

ร้อยกรอง

ร้อยกรอง คือ งานประพันธ์ประเภทหนึ่ง ที่มีสัมผัสสระ อักษร หรือวรรณยุกต์ระหว่างคำ กลุ่มคำ หรือประโยค และเป็นไปตามรูปแบบของฉันทลักษณ์ ที่มีอยู่มากมายได้แ่ก่ โคลง ฉันท์ กาำพย์ กลอน ร่าย

ร้ิอยกรอง เกิดจากความสุนทรีย์ของคนไทย ในการจับคำมาร้อยเรียงให้ไพเราะ มีความสัมผัสคล้องจอง มีเสียงสูงต่ำ เหมือนเพลง และให้ความหมายที่คมคาย ให้อารมณ์หลากหลาย จะสุข เศร้า ตลก เสียดสี ชมนกชมไม้ ก็ได้

ร้อยกรอง เป็นงานประพันธ์ที่เป็นที่มักเป็นที่จดจำของผู้อ่าน ได้ดีกว่า ถ้อยคำประพันธ์ธรรมดา เห็นได้จาก สโลแกนสินค้า ที่มักทำให้คล้องจอง ทำให้สโลแกนมีเสน่ห์มากขึ้น เช่นเดียวกับร้อยกรอง ที่มีเสน่ห์เพราะความคล้องจองของมัน

แต่ก็มีบางความเห็นที่น่าสนใจจากนักภาษาศาสตร์บางท่านบอกว่า ร้อยกรองจะไพเราะหรือไม่ไพเราะ ไม่ได้ขึ้นกับฉันทลักษณ์ใดๆ มันขึ้นอยู่กับว่าผู้แต่งสามารถเอาเรื่องมาเล่าผ่านการใช้คำที่มีเสียงสระ วรรณยุกต์ได้เหมาะสมมากเพียงใด เพียงแค่ไม่กี่คำ จับมาเรียงถ้อยร้อยสัมผัส ก็จับใจคนอ่านได้

.

.

.

แต่ปัจจุบัน อะไรหลายๆสิ่งเปลี่ยนแปลงไป เสน่ห์ของภาษาไทยที่เป็นเอกลักษณ์ กำลังจะถูกลืม ด้วยพฤติกรรมมักง่ายๆบางอย่างของเราเอง

.

.

ของแถม : เนื้อเพลง จัดเป็นร้อยกรองหรือไม่

ขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมไม่มีความรู้เรื่องการแต่งเพลงใดๆเลย แต่หากพิจารณาในเชิงภาษาแล้ว สำหรับผมต้องบอกว่า บางเพลงก็จัดเป็นร้อยกรอง บางเพลงก็ไม่ใช่ครับ เพราะบางเพลง ก็แต่งโดยใช้ฉันทลักษณ์ของร้อยกรอง เช่นกลอนตลาด กาพย์ยานี แต่บางเพลงก็เป็นการเขียนเนื้อ เน้นให้เข้ากับทำนองมากกว่า อาจจะมีคล้องจองนิดๆหน่อย แต่ไม่ถือเป็นร้อยกรอง จัดเป็นร้อยแก้วเสียมากกว่า

ส่วนตัวผมเคยทราบมาว่า การแต่งเพลงก็มีฉันทลักษณ์ของมันอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าฉันทลักษณ์ของเนื้อเพลงหน้าตาเป็นแบบใด บางเพลง เนื้อของเพลง ก็ดูเหมือนจะสักแต่ว่า จะให้มันคล้องจองกันแบบสะเปะสะปะ บางเพลงก็แต่งให้เนื้อเข้ากับทำนอง ซึ่งก็ออกมาไพเราะ แต่บางเพลง เอาทำนองมายัดกับเนื้อร้อง ทั้งๆที่บางคำเสียงไม่เข้า แต่คนร้องก็มีเทคนิกร้องมันจนได้ ฟังแล้วก็แปร่งๆดี บางคนก็สรรคำ ใช้สำนวนโวหารได้สละสลวยน่าฟัง บางเพลงก็สรรคำได้เลวไม่น่าฟัง เหมือนรีบแต่งชอบกล

ตัวอย่างเนื้อเพลงที่เป็นร้อยกรอง :

เพลง เดือนเพ็ญ ศิลปิน คาราบาว
คำร้องและทำนอง ดัดแปลงจาก เพลงคิดถึงบ้านของ อัศนี พลจันทร

เดือนเพ็ญ สวยเย็นเห็นอร่าม
นภาแจ่มนวลดูงาม เย็นชื่นหนอยามเมื่อลมพัดมา
แสงจันทร์นวล ชวนใจข้า คิดถึงถิ่นที่จากมา
คิดถึงท้องนา บ้านเรือนที่เคยเนาว์

กองไฟ สุมควายตามคอก
คงยังไม่มอดดับดอก จันทร์เอยช่วยบอก
ให้ลมช่วยเป่า
สุมไฟให้แรงเข้า พัดไล่ความเยือกเย็นหนาว
ให้พี่น้องเรา นอนหลับอุ่นสบาย

เรไร ร้องดังฟังว่า
เสียงที่เจ้าพร่ำครวญหา
ลมเอยช่วยพา กระซิบข้างกาย
ข้ายังคอย อยู่ไม่หน่าย
ไม่เลือนห่างจากเคลื่อนคลาย
คิดถึงไม่วาย เมื่อเราจากกัน
ลมเอย ช่วยเป็นสื่อให้
นำรักจากห้วงดวงใจ ของข้านี้ไป
บอกเขานั้นหนา
ให้เมืองไทยรู้ว่า ไม่นานลูกที่จากมา
จะไปซบหน้า กับอกแม่เอย

เรไร ร้องดังฟังว่า
เสียงที่เจ้าพร่ำครวญหา
ลมเอยช่วยพา กระซิบข้างกาย
ข้ายังคอย อยู่ไม่หน่าย
ไม่เลือนห่างจากเคลื่อนคลาย
คิดถึงไม่วาย เมื่อเราจากกัน
ลมเอย ช่วยเป็นสื่อให้
นำรักจากห้วงดวงใจ ของข้านี้ไป
บอกเขานั้นหนา
ให้เมืองไทยรู้ว่า ไม่นานลูกที่จากมา
จะไปซบหน้า กับอกแม่เอย
ให้เมืองไทยรู้ว่า ไม่นานลูกที่จากมา
จะไปซบหน้า กับอกแม่เอย



ตัวอย่างเนื้อเพลงที่ไม่ใช่ร้อยกรอง :

เพลง ที่ปรึกษา ศิลปิน กอล์ฟ ไมค์

ทะเลาะกับเขามาทีไรทีไร ก็จะเป็นหน้าที่ฉัน
เช็ดน้ำตาให้เธอ บอกให้เธอทำใจเย็นๆ
ต้องพูดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ อาจจะเป็นแค่เรื่องเล็ก
และในวันพรุ่งนี้เธอและเขาก็คงเข้าใจกัน

ทุกครั้งต้องพูดคำเดิมคำเดิมว่าอย่าเอาแต่ใจนัก
ให้ทำตัวดีๆ คงรักกันไปได้อีกนาน
บอกเธอให้คืนดีกับเขา แต่ใจฉันมันจะละลาย
ก็กลั้นน้ำตาแทบจะไม่ไหวรู้บ้างไหมเธอ

บอกใจตัวเองว่าไม่อิจฉา (ฝืนใจบอกใจ)
ว่าเราต้องไม่อิจฉา เพราะคนอย่างเรามันเป็นแค่ที่ปรึกษา
คอยให้คำปรึกษา แล้วก็จบกัน
อยากบอกกับเธอให้เลิกกับเขา (แล้วมองกลับมา)
มามีหัวใจให้ฉัน รู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น
มันไม่ง่ายอย่างนั้น เป็นแค่ที่ปรึกษา.. ก็ยอม

When I wipe your tears
so don't your hand seems never let it go
และต้องมีเวลาฟังเรื่องราวยาวๆ ของเธอ
แล้วก็ต้องพูดยืนยันออกไปว่าไม่น่าจะมีปัญหา
เขาก็เป็นคนดีเธอนั่นเองคงคิดมากไป

ทุกครั้งต้องพูดคำเดิมคำเดิมว่าอย่าเอาแต่ใจนัก
ให้ทำตัวดีๆ คงรักกันไปได้อีกนาน
บอกเธอให้คืนดีกับเขา แต่ใจฉันมันจะละลาย
ก็กลั้นน้ำตาแทบจะไม่ไหวรู้บ้างไหมเธอ

บอกใจตัวเองว่าไม่อิจฉา (ฝืนใจบอกใจ)
ว่าเราต้องไม่อิจฉา เพราะคนอย่างเรามันเป็นแค่ที่ปรึกษา
คอยให้คำปรึกษา แล้วก็จบกัน
อยากบอกกับเธอให้เลิกกับเขา (แล้วมองกลับมา)
มามีหัวใจให้ฉัน รู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น
มันไม่ง่ายอย่างนั้น เป็นแค่ที่ปรึกษา.. ก็ยอม

บอกใจตัวเองว่าไม่อิจฉา (ฝืนใจบอกใจ)
ว่าเราต้องไม่อิจฉา เพราะคนอย่างเรามันเป็นแค่ที่ปรึกษา
คอยให้คำปรึกษา แล้วก็จบกัน
อยากบอกกับเธอให้เลิกกับเขา (แล้วมองกลับมา)
มามีหัวใจให้ฉัน รู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น
มันไม่ง่ายอย่างนั้น เป็นแค่ที่ปรึกษา.. ก็ยอม

.

.

.

แถมอีก ผมมีเนื้อเพลงจาก อัลบั้มแรก และอัลบั้มล่าสุดของกะลา มาให้ลองเปรียบเทียบดูครับ ส่วนจะคิดกันยังไง ผมไม่ขอแทรกแซง ส่วนถ้าไม่เข้าใจว่าผมจะบอกอะไร ก็ช่างมันเถอะครับ ไปคิดเรื่องข้าวแพง น้ำมันขึ้นราคา จะเอาอะไรมาจำนำดีกว่า...

เพลง รอ ศิลปิน กะลา (2542)

ปิดตัวเองให้มืดมน อย่างคนที่ไร้ความคิด
ปล่อยชีวิต ยึดติดกับคำว่ารอ
ในความรัก ในความหวัง
มีความช้ำคอยซ้ำรอยต่อ
ตอกย้ำว่าต้องรอ เรื่อยไป

กับความรักที่เลื่อนลอย ที่ลดน้อยลงทุกที
เท่าที่มี ข้างกายคือความเงียบเหงา
อยากมีเธอ เคียงข้างกาย ไขว่คว้าได้เพียงแค่เงา
อ้างว้างและเหน็บหนาว เหงาในหัวใจ

เหนื่อยจนท้อ ต้องรออีกนานเท่าไหร่
ความรัก ของเรามันคงสุดทาง
เหนื่อยเพียงไหน
เมื่อมันยิ่งรอ ยิ่งหมดความหวัง
ความฝัน คงไม่มีวันเป็นจริง
เหนื่อยและท้อ ต้องรอไปจนเมื่อไหร่
ยิ่งหวัง ยิ่งไกลออกไปทุกที เหนื่อยและล้า
ไขว่คว้าเท่าไหร่ ไม่ถึงเธอซักที
สิ่งที่เจอวันนี้ ฉันมีแต่ความว่างเปล่า

จะวันนี้ จะวันไหน จะยังเฝ้ารออย่างนี้
กี่เดือนปีเลยผ่าน จะรอเรื่อยไป
ด้วยดวงใจที่มั่นคง จะนานแสนนานเท่าไร
แต่หัวใจ ยังย้ำทุกวันว่ารอ

เหนื่อยจนท้อ ต้องรออีกนานเท่าไหร่
ความรัก ของเรามันคงสุดทาง
เหนื่อยเพียงไหน
เมื่อมันยิ่งรอ ยิ่งหมดความหวัง
ความฝัน คงไม่มีวันเป็นจริง
เหนื่อยและท้อ ต้องรอไปจนเมื่อไหร่
ยิ่งหวัง ยิ่งไกลออกไปทุกที เหนื่อยและล้า
ไขว่คว้าเท่าไหร่ ไม่ถึงเธอซักที
สิ่งที่เจอวันนี้ ฉันมีแต่ความว่างเปล่า

สิ่งที่รู้วันนี้ ฉันมีแต่คำว่ารอ

.

.

เพลง สี่นาที ศิลปิน กะลา (2551)

แค่สี่นาที มีเวลาให้กันบ้างไหมเธอ
ก่อนที่จะไม่เจอ อีกแสนนาน
อยากให้เธอยอม กลับเวลาไปตอนยังรักกัน
ฉันมีดีบ้างไหม ในสายตา

ไม่ว่าเธอเคยทุกข์เท่าไหร่
เปลี่ยนมันเป็นรอยยิ้มให้เธอ
ปลอบโยนเธอ เมื่อตอนเธอนั้นร้องไห้

เธอจะลองไปคิดสักนิดได้ไหม
ถ้าหากคนคนนี้ รักเธอจริงๆ ยิ่งกว่ารักตัวเอง
มีเวลาให้คิดจนจบเสียงเพลง
ถ้าหากเพลงนี้ นั้นต้องจบ เธอไม่ค้นพบเลย
ไม่เคยจะเห็นความดี จากนี้จะพร้อมให้ไป
ฉันคงดีไม่พอ

หากหนึ่งนาที ที่ทำดีให้เธอยังน้อยไป
ขอฉันเพิ่มได้ไหม ให้แก้ตัว
ไม่เจตนา ถ่วงเวลาเลยเธอไม่ต้องกลัว
วันใดเธอจะไปไม่ขวางทาง

ไม่ว่าเธอเคยทุกข์เท่าไหร่
เปลี่ยนมันเป็นรอยยิ้มให้เธอ
ปลอบโยนเธอ เมื่อตอนเธอนั้นร้องไห้

เธอยังคงจะทิ้งกันลงอีกไหม
ถ้าหากคนคนนี้ รักเธอจริงๆ ยิ่งกว่ารักตัวเอง
มีเวลาให้คิดจนจบเสียงเพลง
ถ้าหากเพลงนี้ เล่นจนจบ เธอไม่ค้นพบเลย

เธอยังคงจะทิ้งกันลงอีกไหม
ถ้าหากคนคนนี้ รักเธอจริงๆ ยิ่งกว่ารักตัวเอง
มีเวลาให้คิดจนจบเสียงเพลง
ถ้าหากเพลงนี้ เล่นจนจบ เธอไม่ค้นพบเลย
ไม่เคยจะเห็นความดี จากนี้จะพร้อมให้ไป
ฉันคงดีไม่พอ

.

.

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rattanakosin225

ตอนนี้ผมเปลี่ยนธีมบล็อกใหม่แล้วนะครับ
รบกวนช่วยกด Ctrl+F5 ด้วยนะครับ

.

.

ที่จริงแล้ว ถ้าใครเคยอ่านบล็อกของผมมาก่อน ก็อาจจะคุ้นหัวเรื่องอยู่ ก็เพราะผมเคยเขียนเรื่องนี้นำเสนอผ่านบล็อกไปแล้ว (คลิกอ่านที่นี่) แต่เนื่องจากยังมีอีกหลายๆรายการดีๆ ที่ผมไปเจอ หลังจากที่ผมเขียนเอนทรีนั้นไป ทำให้ผมรู้สึกอดเสียดายไม่ได้ ถ้าจะไม่ได้เขียนถึงรายการพวกนั้น ครั้นจะไปแก้ของเก่า ก็เกรงว่า จะไม่มีใครมารับรู้ด้วย ไม่ได้ๆๆๆ ของอย่างนี้ต้องเผยแพร่สู่สายตาประชาชี เอนทรีนี้จึงเป้นฤกษ์ดี ที่ผมจะได้ขุดของเก่ามาหากินอีกครั้ง มาแนะนำรายการทีวีดีๆบนโลกไซเบอร์นี้อีกครั้ง

จากเอนทรีเดิม

เนื่องจากในปัจจุบัน ความบันเทิงในการรับชมรับฟังรายการต่างๆ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในอากาศเท่านั้น ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีบนเส้น ที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบการส่งรับข้อมูล ความเร็ว รวมถึงอุปกรณ์รองรับต่างๆ ที่ทำให้เราได้ใช้เครือข่ายใยแมงมุมอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ขี่น้องเต่าเหมือนแต่ก่อน ทำให้รายการทีวี หรือรายการวิทยุ ที่เคยแต่ออกอากาศ อพยพมาออกกันทางสาย ทำให้ทางเลือกในการรับชมรับฟัง มีการขยายวงกว้างขึ้น ที่สำคัญชมฟังกันได้ไร้พรมแดนอีกต่างหาก ซึ่งถ้าพูดถึงรายการทีวี/รายการวิทยุ ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็ได้แก่พวก IPTV หรือไม่ก็พวก TV ON DEMAND ที่เป็นการอพยพเอารายการที่มีออกทางทีวี / วิทยุ อยู่แล้ว มาออกทางเน็ตนี้อีกทีนึง ซึ่งนั่นมันก็หน่อมแน้มไป วันนี้ที่ผมจะเชิญมาดูกัน คือรายการ ที่สร้าง ผลิต ขึ้นมาเพื่อออกทางเน็ตโดยเฉพาะ หาชมฟังไม่ได้จาก ฟรีทีวี เคเบิลทีวี หรือวิทยุ ไม่ได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญ ฝีมือคนไทยเราด้วยนะครับ (ไม่ต้องใช้วุ้นแปลภาษา ให้เสียเวลา)

เพิ่มเติม

หลากหลายรายการที่ผมแนะนำต่อไปนี้ หลายๆรายการคาดว่าอาจจะมีรู้จักอยู่แล้ว อย่างของ duocore หรือ fukduk เป็นต้น ส่วนใครที่ยังไม่รู้จัก หรือไม่เคยลองเข้าไปชม ก็อยากลองดูนะครับ ถือเป็นทางเลือกใหม่ และที่สำคัญคือเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ผลิตทุกท่าน แน่นอนที่สุดว่า รายการทั้งหมดทั้งมวล ผู้ผลิต คงไม่ได้ทำเพื่อแสวงหาผลกำไร ไม่หวังผลเชิงการค้าอย่างเต็มรูปแบบ หากแต่เป็นการสร้างสังคมใหม่ๆ ที่มีคุณภาพในการที่จะได้มาพบปะคนคอเดียวกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน และสร้างความตื่นตัวให้กับวงการสื่อ และคนที่อยากทำสื่อ แต่ไม่มีทุนมากพอที่จะไปขอเวลา หรือเช่าเวลาออกอากาศฟรีทีวี หรือเคเบิล

ไม่แน่ ในอนาคตถ้าเขาจัดตั้ง กสทช. ได้สำเร็จเสียที เราอาจจะได้ชมรายการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพ หลากหลายรูปแบบความคิดสร้างสรรค์ ไปปรากฏตามช่องทีวีแบบดิจิตอล ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในเมืองไทย แตกแขนงไปเป็นร้อยๆพันช่องๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในสิบ ยี่สิบปีข้างหน้านี้ ไม่ต้องมายึดหรือฮุบช่องชาวบ้านเขามาทำใหม่แบบปัจจุบันกลายเป็นทีใครทีมัน หรือสมบัติผลัดกันชม

duocore ไม่ใช่ช่องแรกที่ผมรู้จัก แต่ผมเชื่อว่า อาจจะมีหลายๆคนในอินเตอร์เน็ต ที่รู้จักช่องรายการนี้แน่ๆ เลยหยิบมาเขียนก่อน ขอบอกว่าช่องนี้เขามีชื่อเสียง มีฐานผู้ชมพอตัว และดำเนินการใหม่ได้เกือบจะปีครึ่งแล้ว สังเกตได้จากสมาชิกที่เข้าไปแปะข่าวสารไอที รวมถึงยอดคลิกชม ทีมีตอนพุ่งถึงหลักสองสามพัน (ถือว่าเยอะแล้วนะ)

duocore คลอดตอนแรกออกมาเมื่อ 1 ธันวาคม 2549 โดยคุณพี่กล้า กับคุณพี่ออย ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก http://revision3.com/diggnation/ ต่อมาจึงอยากจะทำเป็นเวอร์ชั่นไทยบ้าง รายการนี้จึงถือกำเนิดขึ้น

โดยในช่วงแรกๆ ก็เป็นหน้าที่ของสองหนุ่มและทีมงานในการหาเนื้อหา หรือคอนเทนต์ของรายการ มานำเสนอ ต่อมาเมื่อมีผลตอบรับ จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบไปในทิศทางของ web2.0 คือเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้ามาชมมีส่วนร่วม ในการกำหนดเนื้อหาของรายการในแต่ละตอน ด้วยการให้สมาชิกเข้ามาโพสต์ข่าวสาร หรือเรื่องรา่วไอทีที่น่าสนใจ จากนั้นก็จะให้คนอื่นโหวตว่า เอา หรือไม่เอาข่าวนี้ ข่าวไหนถูกเอามากที่สุด ก็จะถูกนำมาพูดถึงในรายการ รวมกับประเด็นร้อนๆอื่นๆ ที่ตัวพิธีกร คือคุณกล้า หรือคุณออย หรือคุณอาท (ในปัจจุบัน) จะนำมาเสริม รวมๆกับงานอีเวนท์ต่างๆ ที่คุณกล้าอาจจะไปมา หรือมีส่วนร่วม มารวมๆในเทปนี้ เป็นรายการไอที ที่ดูแล้วเพลินๆ ไม่เครียด มุกที่เล่นกันก็ถือว่าไม่แป้กนะครับสำหรับผม ชิลชิล สบายๆ

อย่างตอนล่าสุดที่ ณ วันที่ผมเขียนเอนทรีนี้ (21 เมษายน) มีเฮียต่าย จาก exteen ของเราไปร่วมแจมด้วย เฮฮาปาจิงโกะมากๆ ทั้งสามพิธีกรและคุณต่ายเอง ปล่อยมุกกันกระจัดกระจายจริงๆ

อยากชมจริงๆ ไปดูที่เว็บเขาเองดีกว่านะจ๊ะ (ตอนที่ 72)

มีสิ่้งหนึ่งที่ผมประทับใจคุณกล้า และทีมงานมาก คือเคยไปอ่านเจอมาว่า มีพวกสินค้าไอทีหลายๆตัวอยู่ ที่อยากจะให้ทางคุณกล้า คุณออย หรือคุณอาท เอามาพูดแนะนำในรายการ เชิงการค้า ประชาสัมพันธ์ โดยเสนอผลตอบแทนให้ แต่คุณกล้าปฏิเสธ เพราะกลัวเสียเอกลักษณ์ของรายการ และไม่ตรงกับเจตนาเดิมที่ทำ อันนี้ขอปรบมือให้ครับ

สะเก็ดคาว ::: ถ้าใครไปชมตอนย้อนหลังของเว็บ ไล่ตั้งแต่ตอนแรกๆ จนถึงตอนปัจจุบัน จะเห็นว่า คุณกล้าแกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ส่วนดีขึ้นหรือแย่ลง ลองดูครับลองดู

 

ฟุคดุ๊ค เป็นอีกหนึ่งเว็บ Internet TV ที่มีช่องรายการต่างๆภายในเว็บถึง 14 ช่องด้วยกัน ซึ่งแต่ละช่อง ก็มีแนวทาง หรือเอกลักษณ์แตกต่างโดยสิ้นเชิง ประมาณว่า ใครใคร่ชมช่องไหน ก็ชมไปเลย
ช่อง 1 - Cinecrazy เกาะติดกองถ่ายหนังสั้น
ช่อง 2 - กำไข่ ใส่ข่าว สกู๊ปข่าว สังคม ในบางแง่มุมที่ฟรีทีวีไม่ทำ
ช่อง 3 - สาระเริง เจาะลึกเรื่องราวใกล้ตัว พาไปดูถึงที่ พูดคุยกับผู้รู้แบบสบายๆ
ช่อง 4 - บางกอกเกลือกกลิ้ง พาเที่ยวกรุงเทพฯ ตั้งแต่สลัมยันตึกสูงระฟ้า
ช่อง 5 - ธรรมไทย ไทยธรรม ปรัชญาพุทธศาสนาในมุมมองของ นิกายเชน
ช่อง 6 - KNCCG Channel ช่องดีๆสำหรับคนเล่นการ์ดเกมนเรศวร
ช่อง 7 - ชิวหาพาชิม พาชิมทั่วกรุง ทั่วไทย ในราคาสบายกระเป๋า
ช่อง 8 - มหาเนิร์ด เกาะติดไอทีกับสองเนิร์ด แบบกวนๆฮาๆ
ช่อง 9 - Ubuntu Channel ช่องสำหรับคนรัก คนใช้ Ubuntu OS
ช่อง 10 - View Finder คนรักการถ่ายภาพไม่ควรพลาด
NBT เอ๊ย ช่อง 11 - his & hers รายการแฟชั่น ที่ดูแล้วใช้ได้จริง แต่งได้จริง
ช่อง 12 - หมอเรือน ช่องสำหรับคนรักสุขภาพ ที่สำคัญ พิธีกรน่ารัก
ช่อง 13 - น้ำค้าง พาค้าง พาเที่ยวแบบอนุรักษ์ ไปยังสถานที่สีเขียวทั่วไทย
ช่อง 14 - My Studio ใครมีดี ต้องโชว์ รายการโชว์หนังสั้น พร้อมสัมภาษณ์คนทำท้ายรายการ

โดยเจ้าของ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณอดัม ลูกชายท่านมุ้ย ครับ ปกติแกทำหนังสั้น แต่งานปัจจุับันของท่านคือ fukduk (http://adamy.diaryis.com/)

สะเก็ดคาว ::: มีตอนหนึ่งที่ ฟุคดุ๊ค กับ duocore มีวัฒนธรรมแลกเปลี่ยน โดย คุณกล้า กับคุณอาท บุกไปทำรายการถึงหน่วยบัญชาการของฟุคดุ๊ค ขณะที่ ช่อง Ubuntu ของฟุคดุ๊คเอง ก็ไปเอาตัวคุณกล้่า กับคุณอาท มาออกรายการเช่นกัน ทำเป็น AFS ไปได้

ส่วน มหาเนิร์ด หนึ่งใน 14 ช่องของ ฟุคดุ๊ค ก็มีบล็อกอยู่ใน exteen ของเรา ลองเข้าไปชมได้ครับ ที่ http://mahanerd.exteen.com/

และล่าสุด fukduk ทำเก๋ เอาบรรยากาศงาน Freeze Day ที่คุณเปเป้จัด มาออกทาง Ubuntu Channel ด้วย ใครอยากดูแบบชัดๆ ลองคลิกเข้าไปชมได้ครับ http://www.fukduk.tv/9/

 

ไอเฮีย ที่แปลว่า ฉันอยู่นี่.... (ไม่ใช่ไอเหี้ย) เป็น Internet TV ที่เน้นฮาเป็นหลัก ใครที่เข้าไปดู ไม่ต้องคิดมากกับรายการแต่ละรายการของเขา เป็นเว็บไม่ใหญ่ไม่โต แต่มีจุดเด่นมากๆคือ มีดาราเป็นพิธีกรให้กับรายการของเขา ซึ่งน่าจะเรียกความสนใจให้คนเข้ามาชมได้พอควร เช่น รายการ เก้าอี้เสริม ทอล์กฮาๆ ที่ได้ จอห์น วิญญู (หวานใจโมเม) พล่ากุ้ง และก็ดีเจโป้ง เป็นพิธีกร หรืออย่างรายการสอนภาษาัอังกฤษ ก็ได้ โมเม (หวานใจจอห์น วิญญู) มาเป็นพิธีกร เป็นต้น

 

ไอแอม อิน ไทย ใครจะไปยกมือขึ้น รายการสนุกๆอีกรายการ ที่ทำหน้า update อีเวนต์ดีๆ ที่น่าไป โดยลักษณะก็คล้ายๆของ duocore คือ เปิดให้สมาชิกมาโพสต์อีเวนต์ในเว็บ จากนั้นก็ให้คนอื่นๆมาโหวต ว่าจะไปหรือไม่ อีเวนต์ไหน มีคนมายกมือไปเยอะ ก็จะได้นำมาพูดในรายการ โดยสองพิธีกร คือ พี่เด (ที่ดูเผินๆหน้าตาคล้ายคุณพี่กล้ามากๆ) และคุณดิ๊ง

โดยนอกจากจะมี ch1 เป็นช่องหลัก ในเว็บจะมี ch2 - 4 ซึ่งเทียบได้เป็นภาคผนวกของ ch1 ดูให้จุใจกันไปเลย

 

sukiflix เป็นเว็บ Internet TV เพียงเว็บเดียวมั้งครับ (เท่าที่ทราบนะ) ที่นอกจากเจ้าของเว็บ จะมีคลิปรายการของตัวเองแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ มาสร้าง channel ของตัวเอง แสดงผลงานรายการของตัวเองได้ด้วย ทำให้เว็บนี้ คุณจะได้เห็นรายการทีวีฝีมือสมัครเล่น หรือโฮมวีดิโอ ที่น่าสนใจ ให้เลือกชมมากมาย หลากหลายหมวดหมู่ เว็บนี้มีผู้ใช้มากพอสมควร ถึงขนาดมีแบนเนอร์โฆษณา ของบัตรเครดิตค่ายหนึ่ง สนับสนุนอยู่ด้วย

ดูไปดูมาจะว่าคล้าย youtube ก็ไม่เชิงทีเดียว

ส่วนนิยามของ sukifix อ่านได้โดยคลิกที่รูปโลโก้ด้านล่างนี้

 

ช่างคุย ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่ารายการต่างๆ ที่ปรากฏในเว็บนี้จะเป็นเช่นใด แน่นอนว่าไม่ต้องพ้นแนวคุยๆ ทอล์กๆ แน่

โดยภายในเว็บก็มีหลากหลายรายการ หลากหลายแนว ตามแต่คุณจะชื่นชอบ มีทั้งแบบ Internet TV และก็ podcast ให้คุณติดไอพ็อด หรือเครื่องเล่น ไปได้ทุกที่

รายการเด่นๆ เช่น
คุยคุ้ยเต่า - คุยหลากหลายประเด็น กับคนรักรถเต่า
นอกเรื่อง - รายการที่ไม่มีคอนเซ็ปต์ตายตัว เพราะทุกเรื่องที่นำเสนอ ตามใจตากล้อง
เรียนเมืองนอก - ประสบการณ์ดีๆ ของคนเคยไปเรียนเมืองนอก มาเล่าสู่กันฟัง
ช่างคุยกับหนุ่มเมืองจันท์ - คุยกับนักธุรกิจ แบบหนุ่มเมืองจันท์ ฟาสต์ฟู๊ดธุรกิจ คอลัมนิสต์ของมติชน คุณสรกล อดุลยานนท์
ลูกกลมกลม - สัพเพเหระเรื่องฟุตบอลอังกฤษ กับคอบอลขอบจอ ขอบสนาม

 

เป็น Internet TV ที่ลงทุ้น ลงทุน และเชื่อแน่ว่า คนทำต้องมีใจรักอย่างยิ่ง เพราะการจะไปขอสัมภาษณ์ที่ศิลปิน นี่เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร ยิ่งทีมงานเล็กๆ อย่างนี้

แต่ทีมจิกกบาลทำได้ และที่สำคัญที่จิกกบาล ไม่เหมือนกับรายการพูดคุยศิลปินหน้าจอฟรีทีวี คือ แต่ละตอนเป็นการไปสัมภาณ์แบบสบายๆ โดยที่บางทีศิลปินเหล่านั้นไม่ทันได้เตรียมตัว ทำให้เห็นบรรยากาศความเป็นกันเอง รวมไปถึงอิริยาบถน่ารักๆ ของศิลปินเหล่านั้น ที่พวกเขาเองก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเราๆท่านๆ

เป็น Internet TV อีก 1 ที่ ที่ผมอยากแนะนำให้ได้ชมกันครับ

 

ชู-พิช ทีวี หรือ ชู-พิช คิดตามวัน หรือ บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา ทั้งหมดทั้งมวลคือรายการในรูปแบบ Internet TV ของเว็บไซต์ข่าวการเมือง และสังคม ชื่อดังอย่าง ประชาไท (เท่าที่ทราบ ชื่อชู-พิช เป็นชื่อที่เขาเรียกกัน แทนชื่อรายการจริงๆ ซึ่งก็คือ บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา (ชื่อดูประชดประชันอย่างไรก็ไม่รู้) จนมันติดตลาด และกลายเป็น โดเมนเนม ในเวลาต่อมา ประมาณว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว

เนื้อหารายการโดยรวมก็หยิบยกเรื่องร้อนๆ ในแวดวงการเมือง รวมถึงข่าวดังๆที่เกิดขึ้นในสังคม มาวิพากษ์กัน (แต่เน้นหนักไปที่การเมืองมากกว่า) ในบางตอนอาจจะมีแขกรับเชิญมาร่วมวงสนทนาด้วย รายการนี้ดำเินินรายการ โดย คุณชูวัส กับคุณ พิชญ์

นอกจากรายการนี้แล้ว ในประชาไท ยังมีอีกหนึ่งรายการ คือ สมาคมหัวไม้ ซึ่งจะพูดคุยในประเด็นเรื่องของสังคมเป็นหลัก

 

zabaai คือ Internet TV ที่จะพาคุณไปเที่ยวแบบสบายๆ ซึ่งแต่ละตอนก็คือแต่ละทริป แต่ละสถานที่ ที่ทีมงานของเว็บไปกันมา จุดเด่นของรายการ นอกจากจะดูเพลินๆดีแล้ว ในส่วนของข้อมูลก็บอกได้อย่างละเอียดครบถ้วน เข้าใจง่าย เอาไปใช้ตามได้จริงๆ ไม่มีโปรโมตอะไรมากมายเหมือนรายการท่องเที่ยวตามฟรีทีวี ไม่ว่าจะเป็น เส้นทาง วิธีการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมสนุกๆ ที่จับจ่ายซื้อของ รวมถึงกิจกรรมพิเศษๆ ที่อาจจะเฉพาะฤดูหรือช่วงนั้นๆ เผื่อใครจะไปจะได้เลือกช่วงเวลาในการเดินทางไปเที่ยวได้ถูกต้อง

 

wakeupwakeupwakeup หรือ wakeup Internet TV ที่ส่งผ่านแรงบันดาลใจ ตามสโลแกนของทางเว็บ ซึ่งคอนเทนต์ของทางเว็บ เป็นรายการทีวี ในลักษณะวาไรตี้ แต่ทุกๆตอนที่นำมาลงให้ได้ชมกันไหน จะมีเนื้อหาในเชิงให้ผู้ที่ได้รับชมเกิดไอเดีย หรือมีแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ ที่จะนำไปทำตาม ปฏิบัติต่อ หรือยึดเป็นอย่าง สามารถเอาไปปรับใช้ได้ โดยคอนเทนต์ทั้งหมดจะแบ่งแยกเป็นหมวดๆ ตามคอนเซ็ปต์ คือ who what when where why how

 

Practical Utopia เป็น Internet TV ที่เป็นคอนเทนต์ส่วนหนึ่งของเว็บ siamintelligence.com ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่า อุดมคติที่นำไปใช้ได้จริง หรือชื่อสวยๆของเขา ก็คือ กระชากฝันให้เป็นจริง

รายการวิเคราะห์วิพากษ์การเมืองส่วนมาก อาจจะเชิญนักวิชาการมาพร่ำๆ และก็พูดว่าต้องนี่นู่นนั่น ยกผลวิจัยมาอ้างบลาๆ ซึ่งฟังยังไง ก็ไม่มีทางไปใช้ได้จริง อุดมคติสุดโต่ง เหมือนพวกบในกะลา ไม่ได้มองว่าสังคมนี้ ไม่ได้มีแค่คุณๆอยู่กลุ่มเดียว หรือไม่ก็พวกเอาส่วนหนึ่งของเรื่องจริงๆมาพูด ใส่ความเกลียดชัง และก็เสี้ยมให้คนเชื่อตามตน และแตกหักกับฝ่ายตรงข้าม ด้วยหนทางแก้ไขหรือข้อเรียกร้องที่เป็นอุดมคติเข้าข้างพวกตนอีกนั่นแหละ

ในเมื่ออุดมคติ เป็นสิ่งที่เราเพียงแต่คิด คาดคะเน แต่ไม่อาจนำไปใช้ได้จริง แล้วเราจะมานั่งพร่ำ นั่งพูดกันอยู่ทำไม นั่นคือเหตุผลที่รายการนี้น่าจะสื่อ โดยรวมรูปแบบ ก็ดูทั่วๆไป คือการมานั่งคุยๆ เรื่องสังคม เศรษฐกิจ และก็เอามาเปรียบเทียบ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รายการนี้ ไม่ได้อิงข้อมูลกระดาษ หากแต่อิงในสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วและมีบริบทใกล้เคียงกับเรา โดยนักวิเคราะห์ และนักกลยุทธ์ของเว็บไซต์ siamintelligence แต่อาจจะดูเอียงกะเท่เร่นิดๆ อย่างว่าแหละในโลกนี้หาความเป็นกลางไม่ได้ แต่ผมว่าดูรายการนี้ ยังดูได้สนิทใจกว่า ช่องดาวเทียมบางช่องที่ไม่มีจรรยาบรรณสื่อใดๆ อย่างที่ตนกล่าวอ้าง

 

เป็นอีกหนึ่งเว็บชื่อดัง สำหรับคนนิยมเพลงอินดี้นะครับ ซึ่งนอกจากจะมีข่าวสารในแวดวง ปฏิทินกิจกรรม เพลงอินดี้ให้ลองฟังแล้ว ยังมีส่วนหนึ่งที่เรียกว่า Channel สำหรับรับชมคลิปต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 Channel คือ
Music Channel - เป็นช่องที่รวบรวมคลิปแสดงสด หรือคลิปบรรเลงเพลงแบบสบายๆ นำเพลงของศิลปินอินดี้มาคัฟเวอร์ใหม่ โดยศิลปินอินดี้ด้วยกัน เรียกว่า Exclusive หาดูไม่ได้ที่ไหน
Style Channel - ช่องนี้เป็นช่องเดียวที่เป็น Internet TV เนื้อหาของช่องก็คือพาไปดูรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนกลางคืน หรือพาไปดูแฟชั่นของผู้คนในพื้นที่ต่างๆ ำาไปจับจ่ายสินค้าแฟชั่นอย่างรู้จริง
Motion Channel - เป็นช่องรวบคลิปพวก MV , Trailer หนัง หรือ AD ที่มีเพลงเพราะๆอยู่ในชิ้นงาน

.

.

ไหนๆก็พูดถึง Internet TV แล้ว ก็คือแถมท้ายด้วยอีกหนึ่งสื่อที่มีลักษณะใกล้กัน นั่นคือ Podcast หรือรายการวิทยุที่มีระบบจัดเก็บในลักษณะของ feeds เหมือนเราเอา RSS ข่าว มาแปะไว้ใน browser ของเรา หรือตัวอ่าน RSS เมื่อมีการ update ตอนใหม่ๆ ออกมา มันก็จะถูกส่งมายังเครื่องของคุณทันที โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปเข้าเว็บไซต์นั้นเพื่อดาวน์โหลด หรือเข้าไปดูว่ามีตอนใหม่ๆออกมาหรือยัง เป็นการแตกแขนงจาก Internet Radio อีกชั้นหนึ่ง ไปๆมาๆก็คล้ายกับ Blog นั่นแหละครับ เพียงแต่เปลี่ยนรูปจากข้อความที่อ่านๆพิมพ์กันอยู่ มาเป็นเสียงเท่านั้น(Audio Blog)

ในประเทศไทยเอง อาจจะอยู่ในขั้นของ Internet Radio อยู่ แต่โดยแนวโน้ม ก็มีการให้บริการ Podcast บ้างแล้ว ในบางเว็บ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกของผู้บริโภคอย่างเราๆท่านๆนี่แหละ

ที่แนะนำมานี่อาจเป็นเพียวบางส่วนนะครับ ส่วนที่ไม่ได้แนะนำก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีแต่อย่างไร และขณะที่ผมเขียนเอนทรี ก็อาจจะมีเจ้าใหม่ๆรายใหม่ๆถือกำเนิดเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ซึ่งถ้าใครสนใจก็ลองตามไปดูไปชมไปฟัง กันต่อๆไป

.

ส่วน Podcast ของต่างประเทศที่เจ๋งๆใน iTunes มีชาว exteen ได้เขียนแนะนำไปแล้ว
ถ้าสนใจลองเข้าไปชมได้นะครับ บล็อกของคุณ Terrorist is back!
http://witcha.exteen.com/20080328/podcast-itunes

.

.

วันนี้เป็นวันคุ้มครองโลก หรือว่า Earth Day
พี่กูก็นำเสนอโลโก้ที่เข้ากับวันสำคัญเช่นเคย...

ให้โลกเราสวย พวกเราต้องช่วยกัน

.

.

ขอบคุณแหล่งข้อมูลมากๆครับ คารวะสามจอก
http://duocore.ch7.com/about/
http://www.changkhui.com/
http://www.thelordofwireless.com/modules.php? name=Content&pa=showpage&pid=53
http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/168/