(ต่อจาก Part 1 นะครับ...)

ถามว่าทำงานที่ห้องสมุด ผมรู้สึกประหม่ามั้ย ไม่เลยครับ เพราะเป็นที่ห้องสมุดนี่แหละ ผมถึงไปทำ เพราะผมเป็นกึ่งๆบรรณารักษ์ของห้องสมุดมาก่อน ทำตั้งแต่ป.5 ตอนประถมด้วยมั้ง จนถึงม.3 ก็ยังทำอยู่ ทำจนสนิทกะอาจารย์ไปเลย ทำจนจำได้ว่า หนังสือแบบนี้ จัดอยู่ในหมวดไหน หมู่ใด แทบจะเป็นบรรณารักษ์ให้เลขหมู่ หมวดได้กันเลยทีเดียว (ไม่ได้โม้นะ แต่ถ้าให้ทำตอนนี้คงต้องขุดกันยาว เพราะร้างมือมานาน) แถมเป็นห้องสมุดที่ทันสมัยระดับประเทศซะด้วย และก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ ผมทำงานที่นั่นแบบว่าไม่รู้จักเบื่อ ไม่ค่อยอยากจะกลับบ้านด้วยซ้ำ (ถึงแม้ตอนทำงานจะดูรีบๆกลับบ้านก็ตาม แต่นั่นเพราะบ้านมันอยู่ไกลไง) ผมก็ทำตั้งแต่ตุลาคม 48 และก็ทำยาว เปิดเทอมก็ไปนะแต่ไปแค่วันอาทิตย์วันเดียว (โคตรอภิสิทธิ์ชนเลย) เปล่าหรอก วันเสาร์เรียนพิเศษต่างหาก

แต่ผมทำได้ไม่นาน ก็ต้องหยุดทำ แถมยาวด้วย เพราะว่าตอนนั้น เซ็นทรัลเค้าจะทุบทำเป็นเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เห็นสวยหรูอยู่ในปัจจุบันนี่แหละ ร้านแถวนั้นไม่ว่าจะแบล็กแคนยอน นารายณ์พิซซาเรีย หรือดีแทคชอป ที่อยู่ข้างๆ ก็ต้องย้ายหมด ทีเคปาร์คก็ด้วย ผมจำได้ว่าอยู่จนถึงตอนห้างเค้าไม่ให้คนนอกขึ้นไปชั้นที่เค้าปิดแล้ว แต่ผมก็เข้าไปได้ ไปช่วยแพคหนังสือ และก็ขนย้าย(อันหลังผมไม่ได้เกี่ยว คิดว่ามันน่าจะเกะกะเค้าเปล่าๆ อย่าทำตัวเป็นภาระดีกว่า) และพอเค้าเปิดที่ใหม่ก็ไม่ได้ไปเลย อาจเป็นเพราะผมก็ต้องไปเริ่มต้นเรียนในที่ใหม่ซึ่งดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น (ก็พระจอมเกล้าพระนครเหนือนี่นา)ตารางเรียนมากขึ้น ทำให้ผมมีเวลาพักผ่อนน้อยมาก จึงตัดใจไม่ทำต่อตอนเปิดเทอม (และเปิดทีเคที่ชั้น8) และก็ไม่ได้ติดต่อไปเลย พอถึงตุลาคม 49 พี่อ้อย สาวสวยจากรั้วหอการค้า (ต้องยอเข้าไว้ หุหุ) โทรมาถามว่า เอ่อนี่น้องเต็ม ปิดเทอมตุลานี้จะไปทำมั้ยจ๊ะ โอ้ย ตอนนั้นผมอยากไปทำใจจะขาดเลยละ ร้างมาตั้ง 4 เดือน เดี๋ยวจะฟื้นตอนหลังไม่ขึ้น แต่มันเป็นความซวยของผมที่สถาบันดันมีเวลาปิดเทอมช่วงตุลาแค่ 18 วันเอง ไปทำก็คงไม่ได้เท่าไร แถมทำไม่เต็มเดือนอีก เกรงใจเขา ก็เลยต้องตัดเยื่อขาดใย บอกปัดไป โอยยย ทำไมต้องเป็นเช่นนี้ด้วย

จนผ่านไป วันที่ 20 มกราคม 2550นี่แหละ วันนั้นบังเอิญมาก ที่ผมต้องไปดูหนังสือภาษาไทย เป็นหนังสือที่มีชื่อว่าหลักภาษาไทย เล่มหนาปึ้กเชียว ของอ.กำชัย ทองหล่อ ที่ศูนย์หนังสือจุฬา และด๊นว่าวันนั้นมีบอลประเพณีจุฬา ธรรมศาสตร์อีก เหลืองแดง ชมพูนี่เพียบ เสียงตีกลอง เชียร์ร้องเพลงแต่งตัวประหลาดๆ ก็เพียบอีกเหมือนกัน จึงทำให้ความตั้งใจที่กะว่าจะเดินหาอะไรหร่อยๆ ทาน ต้องพับเก็บไว้ จึงนึกขึ้นได้ว่า ไปพักตากแอร์ที่ทีเคปาร์คดีกว่า ไม่ได้ไปนานแล้วนี่ ก็เลยไป แต่จริงๆที่คิดจะเดินจากสยาม ขึ้นสกายวอล์คไปทีเคเนี่ย กะจะไปขอเบอร์มือถือพี่อ้อย นั่นแหละ ก็ดั๊นมือถือเครื่องเก่าที่เคยเมมเบอร์พี่อ้อยไว้ ดันหายครับ หายไปแบบไม่รู้เรื่องเลยด้วย ก็เลยไปล็อกซิมที่ศูนย์ดีแทค ในเดอะมอลล์บางแคเอาไว้ และก็ขอซิมใหม่เบอร์เดิมจากเค้า (พอดีผมเป็นคนไม่ชอบเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์อะครับ รสนิยมเดียวกะคุณนิโคล ปานพุ่ม) ก็เลยอืมม เมมเบอร์พี่เค้าไว้ กะว่าเนี่ยปิดเทอมถ้าผมรู้วันเมื่อไร โทรไปจงตัวขอทำแน่ แต่พอถึงเวลานั้น ดั๊นเมมเบอร์ผิดอีกเรา กดโทรไป ไปติดเบอร์ใครก็ไม่รู้ พูดขอสายพี่อ้อยซะดิบดี เอ้าหน้าแหกเลยเรา ก็เลยคงได้แต่ปลง และก็คิดว่า อืมม สงสัยเต็มคงจะไม่ได้ทำอย่าคิดจากทีเคแล้วมั้ง ก็ห่างไปเป็นปีแล้วนี่

แถมช่วงปิดเทอม ผมดันไปทำโทรศัพท์ตกพื้น ทำให้เสาสัญญาณในตัวเครื่องผิดปกติอีก คือสัญญาณมันจะขาดๆหายๆ ตอนแรก ผมก็นึกว่าเป็นที่ซิม ก็เลยลองสลับซิมเอาไปใส่เครื่องพี่ ปรากฏว่าชัดแจ่มแจ๋วอีก เมื่อเชื่อลองใส่เครื่องแม่ ก็ชัดดีนี่ พอใส่เครื่องตัวเองอ้าวดับเลย พอเอาซิมพี่ใส่เครื่องตัวเองก็ดับอีก ชัวร์เลยเป็นที่เครื่องแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนโทรศัพท์นะ ดันทุรังใช่นั่นหละ เพราะฉะนั้น ใครโทรมาก็ไม่ติดแน่นอนนะ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจนะ ปล่อยมัน รอตังค์ก่อนเปลี่ยนแน่ (เปลี่ยนเครื่อง ซิมไม่เปลี่ยน) แต่สงสัยสวรรค์จะลิขิตมาแล้ว...

เมื่อวาน (ศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2550) มีเสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น ซึ่งบังเอิ๊นว่าตอนนั้นโทรศัพท์ดันมีสัญญาณ ปรากฏเบอร์คุ้นๆ แต่ก็จำไม่ได้หรอกนะว่าเบอร์ใคร ก็รับ เอ้าพี่อ้อยนี่หว่า แต่ยังไม่ได้ทันคุยก็เงียบเลย สัญญาณขาดอีกแล้ว แต่ผมตอนนั้นผมก็ตั้งสติได้ดีพอนะ ดูเบอร์ที่มือถือแล้วใช้โทรศัพท์บ้านต่อเข้าทันที ได้ผล ได้เจรจากับพี่อ้อย และพี่อ้อยก็โทรมาบอกว่า ยังสนใจอยู่มั้ย (ใช้คำว่ายังสนใจด้วย น้า--) แน่นอน ใครปฏิเสธก็แย่แว้ว แต่พี่อ้อยแกไม่รู้คิดถึงผมมากหรือไง จะให้ทำทุกวันเลย (เว้นจันทร์ เพราะเค้าหยุด) ผมก็อยากอยู่เงินเยอะดี แต่ดั๊นติดว่าวันศุกร์กะเสาร์ผมไม่ว่าง ติดเรียนพิเศษ พี่อ้อยก็เกิดอาการงอนเล็กน้อยตามประสา (นี่ผมว่าถ้าเป้นพี่หลิน พี่ต่ายฝนหรือพวกพี่อายุเยอะๆแล้ว คงจะโดนหนักกว่านี้) แต่ท้ายก็ได้ทำในวันที่เหลือที่ผมว่างและทีเคสะดวกคือ อาทิตย์ อังคาร พุธ และ พฤหัสบดี และให้ไปทำแบบไม่ต้องตั้งตัวกันเลยคือวันพรุ่งนี้ (อาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2550) จริงๆแล้วผมดีใจมากๆ แต่กลับเป็นว่าตอนนี้ที่ผมกำลังนั่งพิมพ์อยู่ ในใจมันมีแต่ความรู้สึกเหมือนตอนที่ผมจะต้องเข้าไปทำวันแรกสุด เมื่อเกือบสองปีที่แล้วเลยนะ ไม่รู้สึก ผมรู้สึกว่าถ้าพรุ่งนี้เราไปทำ เราคงต้องเป็นตัวประหลาดอะ คือที่นู่น แน่นอนว่าต้องมีพี่คนใหม่ๆเยอะแน่ๆเลย โอ้ เราต้องไปทำความรู้จักคนเพิ่มอีกแล้วเหรอเนี่ย ซึ่งจริงๆในใจลึกๆผมไม่ค่อยชอบสุงสิงกะใครเท่าไรนะครับ แต่ส่วนใหญ่ที่ต้องทำคือหน้าที่มันบังคับ

สิ้นเดือนหลายคนบอกว่าเหมือนสิ้นใจ แต่สำหรับผมสิ้นเดือนเดือนเกิดผมในปีนี้ ถือเป็นการที่จะต้องกลับไปสู่วิถีชีวิตในการทำงานพาร์ทไทม์ เหมือนเดิมแล้ว เอาวะ เดือนใหม่ งานเก่า แต่ที่ใหม่รออยู่ สู้ๆๆๆๆๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กิ๊กชอบไปที่นั่นมากเลยนะ หนังสือเยอะมาเลย

ทำงานสู้ๆนะคะ
ขอบคุณที่หลงมาเม้นท์ให้ครับ

#2 By บอมเบย์ on 2007-03-31 17:31