เรื่องหอมๆ ของเทศกาลสงกรานต์
posted on 23 Apr 2007 13:37 by bombaydrive in Social
ไหนๆก็หมดช่วงสงกรานต์อย่างจริงๆแล้ว ก็เลยอยากพูดถึงเรื่องของความเป็นไทยซะหน่อย ที่ทำให้ผมฉุดคิดถึงเรื่องนี้ ต้องขอบคุณคุณอามาโนช พุฒตาล มากๆ เมื่อวันศุกร์สงกรานต์ ผมก็เผอิญหมุนไปฟังคลื่นเดอะ เรดิโอ ระหว่างนั่งรถเมล์ไปทำงาน ช่วงเช้า ก็ฟังเพลงไปเรื่อยๆอะนะ และก็ถึงช่วงที่คุณมาโนชพูด โดยช่วงนั้นคุณมาโนชได้พูดถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่าเป็นเทศกาลและช่วงเวลาที่ทำให้คนไทย มักที่จะหวนกลับมาให้ความสำคัญกลับเรื่องไทยๆ ของไทยๆกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ ถ้าเป็นภาคเหนือก็อาจจะนิยมสวมชุดม่อฮ่อมกัน หรือในภาคกลาง และก็ต่างจังหวัด ก็จะหยิบเสื้อลายดอกมาใส่กันบ้างละ ละก็สิ่งที่นิยม และอาจจะเรียกได้ว่าเหมือนกลายเป็นแค่สิ่งของประดับในช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น คือ "น้ำอบไทย"
อามาโนชพูดมาอย่างนี้ ทำให้ผมนึกขึ้นมาตะหงิดๆว่า ทำไมคนไทย นับวันถึงได้ดูถูก ละเลย กับสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างขึ้นมาไว้ แต่กลับแห่ไปใช้แต่ของนอก ทั้งๆที่บางอย่างมันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคนไทยเลย แต่เราก็กลับใช้มันอยู่โดยสร้างอคติในใจตลอดเวลาว่า ของไทยมันเชย จนอาจกลายเป็นค่านิยมใหม่ของสังคมไปเลยก็ได้
แต่ผมก็ไม่ได้ตำหนิติเตียนว่า น้ำหอมฝรั่งไม่ดี แต่ลองสังเกตดูดีๆว่า น้ำหอมเหล่านี้ถูกสร้างจากคนที่เขาอาศัยอยู่ในเมืองหนาว ดังนั้นถ้าคุณจะต้องทำงานอยู่ในห้องแอร์ หรือในที่ที่มีอากาศเย็นตลอดเวลา หรือเป็นส่วนใหญ่ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าใครที่ต้องไปทำงานตากแดด ใหเหงื่อมันไหลทุกวัน สังเกตได้เลยว่าน้ำหอมเหล่านี้ที่ประโลมลงไปบนเสื้อหรือเนื้อตัวของคุณ นอกจากมันจะไม่ค่อยส่งความหอมออกมาแล้ว มันยังอาจเป็นเสริมทัพความเหม็นเป็นทวีคูณให้กับกายของคุณก็ได้
ที่เกริ่นมานี้สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกก็คือว่า อยากให้ลองเปิดใจรับของไทยๆ อย่างน้ำอบไทยบ้าง ผมถือว่า น้ำอบไทย มันคือสิ่งๆหนึ่งที่เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของคนไทยอย่างแท้จริง ใครที่เคยดูทีวีที่นำวิธีการทำมาออก ก็คงจะทราบได้ว่ามีขั้นตอนที่ละเอียด และยากเสียด้วย กว่าจะได้ความหอมที่ออกมาแบบธรรมชาติ ได้กลิ่นทีไรก็รู้สึกเย็นไปเสียทุกที ไม่ใช่ความหอมแบบสังเคราะห์ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับคนไทยนัก (แต่คนไทยเราก็หลงใหลมันเสียเหลือเกิน)
พูดอย่างนี้ก็ทำให้พูดถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารในปัจจุบันของคนไทย โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในเมือง ที่นับวันมักจะรับประทานอาหารแบบตะวันตก หนักขึ้นไปทุกที บางคนถึงขนาดทานกันทุกวัน ลูกเด็กเล็กแดงหายใจเข้าเป็นไก่ทอด หายใจออก เป็นพิซซ่า ถ้าจะกินกันแบบนานๆครั้งเพื่อหลีกหนีความจำเจ และสร้างความความหลากหลายในการรับประทานอาหารก็มิว่ากัน ผมสนับสนุนซะด้วยซ้ำ (ใครมันจะไปกินอะไรเดิมๆได้ทุกวัน) แต่ที่ผมเป็นห่วงคือกรณีแรกที่ผมบอกว่า ทานกันทุกวัน เพราะว่า อาหารฝรั่ง โดยเฉพาะจากตะวันตก ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชาวตะวันตกที่อาศัยอยู่ในอากาศที่หนาวเย็น ดังนั้นอาหารพวกนั้นไขมันและโปรตีนจึงสูง แต่คนไทยไม่ได้ต้องการไขมันที่มีปริมาณมากขนาดนั้น จึงทำให้คนที่ทานเป็นประจำเลียนแบบฝรั่งมีโอกาสเป็นโรคอ้วนสูง ทั้งนี้จะจริงไม่จริงก็ให้ดูจากผลสำรวจวิจัยที่ว่าเด็กไทยเราเสี่ยงเป็นโรคอ้วนมากขึ้นก็แล้วกันครับ
วกไปเรื่องอื่นสักนาน กลับมาที่เรื่องความหอมแบบไทยๆละกันครับ คือผมไม่ได้คิดที่จะต่อต้านอะไรของฝรั่ง หรือจากประเทศอื่นๆที่ความมาสร้างค่านิยมใหม่ให้กับคนไทยหรอกนะครับ เพราะผมก็เป็นคนที่มีอคติกับพวกหัวโบราณ ไดโนเสาร์เต่าล้านปีอยู่พอสมควร เช่นผู้ใหญ่จะเสียหน้าไม่ได้ หรือพวกคลุมถุงชน ทำอะไรตามใจพ่อแม่ ฯลฯ แต่การที่รับเปิดรับสิ่งใหม่ๆ โดยรับมาทั้งหมด หรือให้เค้ามาครอบงำทั้งหมด จนกลืนความเป็นไทยไปจนหมดสิ้น อันนี้ก็ไม่ไหว ในตอนนี้อาจไม่ แต่อนาคตใช่ว่าจะแน่ เพราะแนวโน้มมันก็พอจะเห็นได้อยู่
ยังไงก็ลองเปิดใจรับความหอมแบบไทยๆ ไปประยุกต์ใช้กับของนอกสักนิด อย่าปล่อยให้ความหอมแบบไทย ได้ส่งกลิ่นเฉพาะช่วงสงกรานต์เลยครับ...
เอนทรีนี้อาจจะดูเครียดไปหน่อย อย่าถือสาเลยนะครับ ส่วนใครจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไรก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลครับ เพราะนี่คือความคิดเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น ยุคประชาธิปไตยแบบนี้เราต้องรับฟังและเคารพกับความเห็นที่หลากหลาย มิใช่ปิดกั้นในสิ่งที่ไม่ถูกใจตัวเอง ด้วยการทายาหม่องบ้างแหละ หรือในวิธีการอื่นๆอย่างที่เห็นในปัจจุบัน จากพวกคณะองค์กร ที่ดูจะคล้ายพวกองค์กรช็อกเกอร์ในหนังไรเดอร์ไปทุกที
ฝากส่งท้ายหน่อยครับ เห็นหลายๆคนมีแบนเนอร์บล็อกเป็นของตัวเอง ผมก็เลยทำของผมมามั่ง น่ารัก สดใส วัยกระเตาะ ทีเดียวเชียวหละ

ใครจะเอามาแลกกันแปะกับกระผมก็มิว่ากันนะค้าบบบ...
ขอรับ Banner ไว้ละกันนะครับ
#1 By NoOnEz on 2007-04-23 17:19