แบบว่า.... งี่เง่า!?!
posted on 31 Jul 2007 17:32 by bombaydrive in LifeAha. กลับมานั่งหน้าจออีกครั้ง หลังจากที่กระผมเพิ่งจะสอบเสร็จไปได้สองสามวัน ซึ่งก็เพราะการสอบ ประกอบกับภาระหน้าที่ที่นอกเหนือจากการเรียน (ศึกษาภาษาPHP กับ Java อย่างบ้าคลั่ง) ทำให้ผมต้องหายจากการเขียนบล็อกที่ด้อยเรื่องคนเข้าดูไปบ้าง แต่ผมก็ยังคงแวะเวียนมาด้อมๆมองๆมันและบล็อกของพี่ๆชาวเอ็กซ์ทีนอย่างสม่ำเสมอมิเสื่อมคลายนะขอรับ
สาธยายจั่วหัวไปซะยืดยาว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า หลังจากที่ผมหายไปยาวๆอย่างนี้ ถ้าจะมาหน่อมแน้ม เขียนแค่บรรทัดสองบรรทัด ก็ดูจะไม่เข้าที ก็เลยขอร่ายยาวด้วยการรวบเรื่องงี่เง่า ที่เจ้าของบล็อกขอรับประกันความยาวที่หาเนื้อไม่ค่อยได้ โดยเอาความงี่เง่าของตัวเองเป็นประกันเลย
การสอบอันงี่เง่า(หรือคนสอบงี่เง่ากันแน่)

คงไม่ใช่แต่ผมคนเดียวหรอกนะครับ ที่ได้พบปะกับ Midterm Festival ในช่วงกลางปีแบบนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็ไม่หลุดรอบเทศกาลนี้ไปเช่นเดียวกัน หลังจากชีวิตได้ลัลล้ามานาน พอถึงเวลาจวนตัวใกล้สอบทีไร บรรยากาศที่ผมไม่พึงปรารถนานัก เช่นการต้องมานั่งอ่านหนังสืออย่างคร่ำเคร่ง จัดระเบียบเวลาตัวเองใหม่อย่างกับทหารเกณฑ์ ฯลฯ มันมักจะมาเยือนหลีกเลี่ยงไม่ค่อยได้ ซึ่งหลังจากจำศีลมาเต็มที่ ก็ได้เวลาปล่อยของออกมาสำแดงฤทธิ์ ซึ่งมันก็ผ่านพ้นไปได้อย่างสะบักสะบอม...
วิชาแรกของผมคือคอมพิวเตอร์ โอ้ พระเจ้ายอด มันจอร์จจริงๆเลย ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ทำให้วันแรกของการสอบ มันเป็นการเปิดประตูสู่สวรรค์อย่างเห็นได้ชัด แต่หารู้ไม่ว่าเจ้ากำลังก้าวเข้าสู่ประตูนรกต่างหาก 555+
วันที่สองของเทศกาล ไม่มีอะไรให้ผมต้องคิดมาก เพราะต้องไปเรียนรด. เลยไม่มีสอบ แต่ก็เป็นอะไรที่ผมมีความสุขมากๆ เพราะคนไปแค่ 70 กว่าคนเอง จากทั้งกองร้อย 210คน โอ้ยยย มันยอดอะไรเช่นนี้
วันที่สามของเทศกาล มันเหมือนเป็นการเริ่มปูทางสู่นรกอย่างแท้จริง เพราะวิชาแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับมันคือ อังกฤษ โธ่ ทำไมเราต้องมาสอบภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ด้วยเนี่ย แต่เอาเถอะเผื่อจะได้ดังไกลไปถึงฮอลลีวู้ด กับเขาบ้าง ซึ่งผลที่ออกมาก็พอทำใจได้ เพราะทำไม่ได้แค่ช่วงศัพท์ช่าง ศัพท์เทคนิคเท่านั้นเอง ส่วนgrammar กับ situation พอเอาสีข้างถูไปได้บ้าง แต่หลังจากสอบอังกฤษเสร็จ ก็มาสอบเขียนแบบต่อตอนบ่ายสาม เอาละซิ พอใกล้ๆจะสอบ ฟ้านี่ครึ้มมาเชียว แถมมีเสียงฟ้าร้องอีกต่างหาก สร้างความสยองอย่างยิ่งยวด และผลออกมาก็แบเบอร์ตามคาด วงจรนี่แทบด้นกันสดๆในห้องเลยทีเดียว แถมอัตนัย5ข้อ ก็ไปขุดถามมาจากไหนก็ไม่รู้ ไอ้ตอนบอกแนวข้อสอบบอกว่า เนี่ยไปอ่านในหนังสือมาเลย ออกในหนังสือนี่แหละ แต่ขอโทษครับ ต่อให้เอาหนังสือไปเปิดตอนสอบ ก็คงยากที่จะหาคำตอบไปใส่ได้ เพราะมันไม่มีไงครับพี่น้อง เจ๊งส้นตีนจริงๆ!
วันที่สี่ เริ่มที่คณิต ซึ่งอันนี้กระผมว่ามันก็ไม่ยากเว่อร์อะไรนัก ไอ้ข้อที่ทำไม่ได้ ผมก็ยอมรับโดยดุษฎีว่าไม่ได้เตรียมมาแน่นพอ , ไทย อันนี้ของถนัด ไม่ขอโม้มากมายนัก แต่พูดถึงๆไทยแล้ว มีเรื่องขำๆมาเล่าครับ คือว่า มันมีอยู่ข้อหนึ่งเขาให้รูปประโยคมา แล้วให้เราแก้ไขประโยคโดยตัดข้อบกพร่องของประโยคออกไป เช่น ใช้คำกำกวม มีตัวย่อ มีคำสะกดผิด ใช้สันธาน บุพบทไม่ถูก อะไรประมาณนี้ แล้วทีนี้มันมีอักษรย่อ คือ ขรก. ผมเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรเลยเพราะรู้อยู่แล้วว่ามันย่อมาจากอะไร แต่พอออกจากห้องสอบ เห็นเพื่อนบ่นกันให้แซด ว่า ขรก. ย่อมาจากอะไรกันนะเพื่อนๆ เอ้า เวรกรรม กลายเป็นงั้นไป และด้วยจินตนาการทางด้านนิติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของเขา เขาตีความคำว่า ขรก. ว่า ขบวนการร่างกฎหมาย! คิดได้ไงเนี่ย
วันที่ห้า ก็มีสอบฟิสิกส์ ซึ่งอันนี้ก็ไม่ต่างจากคณิตเท่าไหร่เลย ตอนบ่ายก็เป็นเซมิคอนดักเตอร์ อันนี้ก็พลิกล็อกเป็นเจ๊ติ๊นากันเลยทีเดียว คืออ่านอะไรไม่ออกเลย อะไรไม่อ่านมันโผล่มาพรึ่บ!
หลังจากโม้ถล่มทลายก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของเทศกาลนะครับ วันที่หก เป็นวันที่ผมจะต้องสอบวิชาเคมี โอ้ พระเจ้า ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะทำมันได้เกือบทุกข้อเลย ช่างเป็นพรจากสวรรค์ที่ส่งมาประทานให้เด็กหนุ่มงี่เง่าตัวเล็กๆบนพื้นพสุธาคนนี้โดยแท้ นับว่าเป็นการปิดฉากของเทศกาลอย่าง Happy Ending จริงๆ วะ ฮะ ฮ่า....~~~
งี่เง่าอลหม่าน บ้านเอเอฟ

ถึงแม้ว่าเทศกาลสอบจะทำให้ผมเคร่งเครียดมากเพียงใด แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ลดอาการเคร่งเครียดของผมไปได้หลายครั้งหลายครา ก็คือการติดตามเอเอฟ4 อย่างเหนียวแน่น โดยไม่โหวต ของผม นั่นเอง... (ซึ่งคนดูแบบนี้พี่ทรูเขาคงไม่ปลื้มเท่าไร) และจากการติดตามมาโดยตลอดนั้น ก็พบว่าถึงแม้ ปีนี้ความสามารถของนักล่าฝันทุกคนในบ้านจะเข้าขั้นปั้นให้เป็นดาวได้ไม่ยาก (ซึ่งต่างจากรุ่นพี่ปี3 อย่างลิบลับ) แต่เรื่องอลหม่านที่ทั้งพี่ทรูเขาสร้างขึ้น และเหล่าบรรดานักล่าฝันสร้างเอง ดูจะมากมายให้เก็บไปเป็นขี้ปากของคนดูไม่เว้นแต่ละวัน (นี่แหละที่ทรูเขาปลาบปลื้ม) ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เรื่อง เอาอาเหล่าม่า อิ๋งอิ๋ง ซึ่งเคยเป็นครูสอนร้องเพลงมาก่อน เข้ามาเป็นนักล่าฝัน ซึ่งดูเหมือนจะเอาเปรียบคนอื่นรึเปล่า , การออดิชั่นของทรู ที่ยืดออกไปจากสัปดาห์ป็นสองสัปดาห์ เพื่อกันครหาโรงเรียนชายล้วน , เรื่องคะแนนโหวตของแมน ลูกคุณพิมพ์แข ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับคนในของทรู จนถึงขั้นมีคนออกมาโพนทะนาว่าทรูอุ้มแมน แต่แล้วผลเป็นยังไง ก็คงรู้กันแล้วในตอนนี้ , แมน เถียงครูบิ๊กเรื่องซ้อมร้องเพลงสายโลหิต ในสัปดาห์ที่สอง , ความไม่ลงรอยกันระหว่างพะแพง กับลูกโป่ง , กระแสครหาในการทุ่มโหวตของครอบครัวนัท ที่เป็นเจ้าของกิจการร้านนิยมพาณิชย์ อันทรงอิทธิพลในภาคเหนือ ซึ่งทำให้นัทมีคะแนนอันดับ1 เกือบจะทุกวัน , ข้อสงสัยของเอฟซีบางคนที่มองว่านัทกับต้อล สองหนุ่มเหนือว่าเป็นเกย์ ด้วยท่าที่ทั้งคู่นอนก่ายกันขณะหลับ (จน ณ บัดนี้ ก็ยังมีคนคิดเป็นจริงเป็นจัง ถึงขั้นนั่งวิเคราะห์กันว่า ใครคิงใครควีน เฮ้อ...) , ความขี้เกียจเข้าเส้น และความเซลฟ์จัดของตี๋ ซึ่งถูกพูดถึงและติงจากทั้งครูปุ้ม ครูกานต์ ครูรักษ์ รวมถึงวีรกรรมล่าสุดของตี๋ ที่ดูเป็นการไม่ให้เกียรติทีมงาน โดยเฉพาะคอสตูมเท่าไหร่ นั่นก็คือไม่ยอมใส่เสื้อกล้ามสีชมพูแปร๋น เต้นบนเวที ขณะที่นัท ต้อล แจ๊ค มิวสิค เต้นอย่างสนุกสนาน , วีรกรรมเด็ดของสาวปุยฝ้าย กับ พะแพง ที่พูดคุยกันในขณะถอดไมค์ ซึ่งเกือบจะถูกคาดโทษ และล่าสุด ข้อครหาในผลโหวตเอสเอ็มเอส ต่อการจากไปในสัปดาห์ที่6 ของเจ้าชายไข่เจียว ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลายและยาวนาน ในโชว์สุดท้าย เพียงกระซิบ ซึ่งก็นำพาไปสู่กระแส บ้านเล็ก บ้านใหญ่ และเซอร์ไพร์สของทรู ที่เหล่าบรรดาเอฟซียังพูดถึงกันในบอร์ดของเอเอฟอย่างเมามัน
หวังว่าหัวข้อที่ผมจั่วหัว ของจะตรงย่อหน้าด้านบนนะขอรับ
ผู้ใหญ่ใกล้ฝั่งที่ยังงี่เง่า

แต่ถ้าจะว่าไป ผมกลับอิจฉาเหล่านักล่าฝันในบ้านเสียจริงๆ ที่ยังคงซ้อมร้อง ซ้อมเต้นไปอย่างสนุกสนาน โดยไม่ต้องรับรู้สถานการณ์ความ งี่เง่า ของผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองเรา ก็ไม่รู้ว่าการศึกษาสูงๆที่จบกันมา ทำไมบางเรื่อง (เน้นย้ำว่า บางเรื่อง) ที่ท่านได้ทำไปถึงได้ดูกลั่นกรองออกมาจากสมองและวุฒิภาวะของพวกท่านน้อยกว่าเด็กประถมเขาคิดกันซะอีก ไม่ว่าจะเป็น...
# เรื่องม็อบนปก. ที่ งี่เง่า บ้าระห่ำไปแหยมกับท่านหัวหน้าอำมาตยาธิปไตย จนแพ้ภัยตัวเอง
# กลุ่มองค์กรสีเขียวที่เรียกร้องไม่ให้ใครมาชี้นำประชาชนเรื่องการรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกับกลุ่มนปก.หัวเกรียน แต่กลับไม่สามารถหยุดลิ่วล้อของพวกท่านที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมให้เลิกพูด โดยยกประเด็นการเลือกตั้งมาชูอ้าง แถมโฆษณาสรรพคุณว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีที่สุดได้ หรือว่า นี่ไม่ใช่การพูดชี้นำ แต่เป็นการพูดเชิญชวน ก็คงแล้วแต่ท่านตีความแล้วหละ แต่สำหรับผม มันเป็นเรื่อง งี่เง่า ที่จะต้องไปฟังพวกคุณพูดพร่ำกัน ถ้าจะมีสาระจริงๆ ผมแนะนำให้ไปอ่านรัฐธรรมนูญ แล้วใช้วิจารญาณด้วยตัวคุณเองจะดีที่สุด โดยอย่ามองแค่ระยะสั้น แต่ให้มองยาวๆเข้าไว้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะต้องใช้ไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าผ่านการรับร่าง
# การจัดระเบียบระดับรายการโทรทัศน์ และภาพยนตร์ รวมถึงหนังสือการ์ตูน อันที่จริงผมก็เห็นด้วยที่จะทำกันนะครับ ไม่ใช่ว่าขวางโลกไปเสียทุกเรื่อง แต่ถ้าจะเอากลุ่มคนแนวเดียวกับที่ให้เซ็นเซอร์บุหรี่ในเมก้า เคลฟเวอร์ หรือเซ็นเซอร์ชิซุกะอาบน้ำ มาพิจารณาเรทสื่อแล้วละก็ มาทางไหน ก็กลับไปทางนั้นเลยครับ ขืนทำต่อไป เดี๋ยวต่างชาติที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่เรา เค้าจะรู้ไต๋เอาได้ง่ายๆว่า ผู้ใหญ่บ้านเมืองเรา ขยันทำแต่เรื่อง งี่เง่า (ปิดกั้นดะ) เพราะมันทำง่ายกว่าเรื่องฉลาดๆ(สร้างภูมิคุ้มกัน ปลูกฝังให้มีวิจารณญาณที่เข้มแข็ง แยกแยะผิดชอบชั่วดีได้)
# คนไทยจะว่าไปก็เห่อกันเป็นพักๆจริงๆ อย่างล่าสุดวันภาษาไทยแห่งชาติ ก็มีการออกมาโพนทะนา แสดงความเป็นห่วงอย่างออกนอกหน้า ถึง คำว่า แอ๊บแบ๊ว ซึ่งท่านทั้งหลายเชื่อเหลือเกินว่า มันนำพาไปสู่ ภาษาวิบัติ ผมไม่ขอสรุปละกัน ว่าไอ้คำดังกล่าว มันจะสร้างความวิบัติให้กับภาษาหรือไม่ แต่ผมก็เห็นคำแสลงพวกนี้มันเกิดขึ้นทุกวัน และก็หายไปทุกวันเช่นกัน ถ้าจะวิบัติจริงๆ ก็คงวิบัติตั้งแต่รุ่นพวกป้าๆแล้วหละ ไอ้คำว่า จ๊าบ อย่างนี้ เจ๋ง อย่างนี้ มันก็เกิดในช่วงรุ่นป้าๆไม่ใช่เหรอครับ ผมแนะนำนะครับ เรื่องเหล่านี้ ปลงได้ ก็ปลงเถอะ ถ้าคุณป้ามานั่งถกกันว่า ทำไมตอนนี้เด็กไทย โดยเฉพาะขึ้นมัธยมไปแล้วเนี่ย ยังอ่านไม่คล่อง เขียนผิดๆถูกๆ เกือบจะ 40 เปอร์เซ็นต์ของประชากรวัยเดียวกันทั้งประเทศเนี่ย มันจะกลบความ งี่เง่า ของพวกป้าไปได้มากทีเดียว
นอกจาก แอ๊บแบ๊ว จะก่อให้เกิดภาษาวิบัติแล้ว ก็ยังมีกลุ่มศรีภรรยาคนดังที่ออกงานการกุศลเป็นงานประจำของชีวิตวัยใกล้เกษียณ ได้แสดงความเป็นห่วงว่า จะก่อให้เกิดภาวะ อาการวิบัติ พ่วงไปด้วย ซึ่งกลุ่มคนที่ตกเป็นข่ายขี้ปากของพวกท่าน ก็คือเหล่านักแสดงวัยเลข4อัพ ที่มักทำร่างกายและกิริยาให้อ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ ซึ่งป้าๆเหล่านี้ก็ออกมาโต้แย้งในทัศนะของกลุ่มคนที่เป็นห่วงอย่างออกนอกหน้าว่า มันเป็นสิทธิและความสุขส่วนบุคคลนะคะ พวกเราไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนซะหน่อย การที่พวกเราอยากสวย และทำเสียงดัดจริตหรือใช้คำให้ดูเด็กเนี่ย ก็เพราะเค้ายังไม่อยากบอกตัวเองว่าแก่ และก็คิดว่าคงไม่มีใครอยากจะทำตัวให้ตัวเองดูแก่หรอกกระมัง เรื่องนี้ใคร งี่เง่า ไปเกลากันเอาเองครับ
เจ้าของบล็อกงี่เง่า
ว่าคนอื่นเขาไว้เยอะนะครับ จริงๆผมก็อยากจะสารภาพเหมือนกันว่า ผมยังดอง Tag Book ที่อาเฮีย gilmist คนรักน้องดิ๊งด่อง แปะไว้ให้อยู่เลย นับไปนับมาก็เกินไตรมาสมาหลายวันละ งี่เง่า ได้ใจจริงๆเลยเรา แต่ยังไงผมก็ไม่ทอดทิ้งมันแน่ อาเฮีย gilmist อย่าเพิ่งน้อยใจนั่งไทม์แมชชีนกลับโลกอนาคตไปนะครับ ยังไงทำแน่ๆครับผม!
ผลสอบผ่านมา ฮ้า! ได้เวลาจองที่สอบซ่อมแล้วสิเรา วะ ฮ่า ฮ่า
บังเอิญว่าตกเคมีได้อย่างฉิวเฉียว น่าดีใจแต่มันยากจริงๆล่ะครับพี่น้อง
คณิตผ่านไปแบบสบายๆล่ะนะครับ ค่อยโล่งหน่อย
ใครๆ ก็งี่เง่ากันได้ทั้งนั้นแหละครับท่าน เพียงแต่จะงี่เง่าระดับส่วนตัว ระดับตำบล หรือระดับประเทศก็เท่านั้นเอง
นั่งดูข่าวก็ปลงแล้ว ปลงเล่า เฝ้าแต่ปลง เขาคิดยังไงกันหนอ ฝ่ายนู้นก็จะเอาอย่างนี้ ฝ่ายนี้ก็จะเอาอย่างนู้น บ้าอำนาจกันเข้าไป อุ๊บ!!! ไม่ได้ๆ ตายล่ะ เดี๋ยวโดนเช็คไอพี อิอิอิ
สู้ตาย เลิกงี่เง่าไวไว ล่ะ
ป.ล. ไม่เคยดูเอเอฟอ่ะ สนุกหรอ? อันที่จริงชอบเดอะสตาร์มากกว่า
#1 By Rei-Z on 2007-07-31 21:43