สวัสดีครับ หายไปนานอีกเช่นเคย แต่งวดนี้มีภารกิจสำคัญจริงๆ ยิ่งชีพ นั่นคือการสอบนั่นเอง ซึ่งผมก็ได้ทุ่มเทกับมันมากพอสมควร แต่ผลที่ได้ออกมา จะเป็นอย่างไร คงได้รู้อีกไม่นาน คงได้แต่ยึดคติที่ว่า "กมฺมุนา วตฺตตีโลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมทีว่า นี่หมายถึง การกระทำนะขอรับ ไม่ใช่เวรใช่ความเลว สักเมื่อไหร่ การทำดีก็เป็นกรรมอย่างหนึ่งเช่นกัน

วกวนไปเรื่องของธรรมะสักยกใหญ่ ดูช่างไม่เหมาะสมกับบล็อกของผมเสียจริงๆเลย
ช่วงนี้ก็ใกล้สู่เทศกาลปีใหม่กันแล้ว ผมว่าหลายๆคนจิตใจตอนนี้ก็คงไม่อยู่กับร่องกับรอยแล้วหละ อยากไปเที่ยว อยากพักผ่อนกันแล้วใช่ไหมครับ แถมยังมีวันหยุด 3 วัน มาอุ่นเครื่องก่อนอย่างนี้ อะฮึ่ม 4วันที่เหลือคงจะมีกะจิตกะใจทำงาน/สอบ กันอยู่ละเนาะ

พูดถึงตลอดปีหมูไฟที่ผ่านมา ออกจะเป็นปีที่ร้อนแรงอยู่มิใช่น้อย วันนี้กระผมเลยขอรวบรวมสติสตางค์ที่มีอยู่ทั้งหมดในหัว บวกด้วยวิจารณญาณอันน้อยนิด รวบรวมเหตุการณ์ กระแส เรื่องราว ทั้งที่ดูออกจะมีสาระ และไร้สาระไปอยู่บ้าง มารวบรวมไว้ ด้วยคอนเซปต์ "สุดสุด ปีหมูไฟ" ไว้ด้วยประการต่อไปนี้ เชิญรับชม รับอ่าน ได้เลย...

********************************************************

 


ปีนี้ ไม่รู้ว่าเพราะความเครียด หรือ ภาวะเงินฝืดดดดดดดดด ถึงฝืดมากของประเทศไทย อันเนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งของคนในเมืองกรุง หรืออย่างไร ที่ทำให้ปีนี้ เป็นปีที่มีคอนเสิร์ตจัดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งของพี่ไทย และต่างชาติ มากมายนับไม่ถ้วน เล่นซะล่อตา ชวนเชิญให้ใช้เงินกัน เหลือเกิน แทบเอาคนที่ชื่นชอบในการชมคอนเสิร์ต ถึงกับกระเป๋าฉีกกันไปข้าง หรือไม่ก็เกิดภาวะวิตกจริต แทนที่จะมีความสุข เพราะตัดสินใจไม่ ถูกว่าจะไปดูคอนเสิร์ตของใครดี ถ้าให้ไล่กันนะครับ เอาเท่าที่ผมนึกออกนะ เริ่มต้นปีก็ คอนเสิร์ตคีตา , เรน , คริสติน่า , ลิงคิ้น ปาร์ค , เอเอ ฟหลากหลายเวอร์ชั่น , แดนบีม , คาราบาว , เลิฟอีส , เฉลียง , 3B & PLAYBOY , โจ้ พอส , กรีนคอนเสิร์ต#10 , ดงบัง , เรโทรสเปค , อัลเท อเนทีฟไทย , บี มาย เกส , เบิร์ดเปิดฟลอร์ , โต๋ , แดร์ทูแดนซ์ , กอล์ฟไมค์ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน (จบแบบนี้นึกไม่ออกแล้วละสิ)

ส่วนละครเวทีปีนี้เรียกได้ว่าเป็นปีทองอย่างที่จริง กลายเป็นกระแส ที่ใครไม่ได้ไปดูออกแนวจะเชยเล็กๆ นะครับ ก็เล่นคนไปดูกันจนต้องเพิ่มรอบ ไม่ว่าจะเป็น ทวิภพ บัลลังก์เมฆ ลูกคุณหลวง ชายกลาง แคทซ์ และล่าสุดกับ ก่อนจะถึงบางรักซอยเก้า ด้วยกระแสโปรโมทของผู้จัด นั่นก็คือ ซี เนริโอ ที่มั่นใจมาก ถึงขนาดสร้างโรงละครเป็นของตัวเอง ด้วยงบประมาณที่สูงลิ่ว และก็นับว่าเป็นการมองที่ไม่ผิด แต่ทว่าไป การสร้างกระแสให้ ดังเนี่ยมันยากแล้วนะครับ แต่การรักษากระแสให้ยังเป็นที่นิยมนี่ยากยิ่งกว่า ดังนั้น ก็ต้องดูกันต่อไปในปีหน้า ว่ากระแสของละครเวที จากที่ซบ เซามานาน และกลับมาพีคสุดขีดในปัจจุบัน จะเป็นเช่นใดต่อไป


จากระบบประมวลผลที่มีความถี่อันน้ัอยนิดจากมันสมองของกระผม หลังจากที่ได้ทำการเฟ้นหาบุคคลที่มีกริยาดังหัวข้อ พบว่าผ่านเข้ารอบหลาย คน แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการจุ้นในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เหมือนอยากดังซะมากกว่า เช่น ป้าเบียบ จุ้นเรื่องดารา (ซึ่งป้าแกก็ทำมาหลายปี จนตอนนี้ซาๆลง ไป เพราะป้าแกพึ่งตาสว่างว่า ของอย่างนี้ยิ่งห้ามเหมือยยิ่งยุ ยิ่งด่ายิ่งขายได้ ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าไผเป็นไผ) , เฮียลอง จุ้นเรื่องเบียร์จ๊างเข้าตลท. ( ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นของปี 49 นะขอรับ) ในปีนี้จึงขอมอบตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ ให้แก่.... เจ๊ลัดดา ตั้งสุภาชัยครับ (ปรบมือหน่อยเร้ว คนทำหนังทั้ง หลาย)

สำหรับหลายคนที่อาจจะยังไม่รู้จักเธอมากนัก เอาเป็นว่าอธิบายพอสังเขปละกันครับ เธอผู้นี้จบมาทางด้านนาฏศิลป์ เคยรับราชการกรมศิลป์สาย การแสดง เป็นนางรำ ต่อมาก็ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่นๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ อันได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ แล้วพอ มีกระทรวงวัฒนธรรม เขาก็ย้ายมาสังกัด และดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งเป็นศูนย์ที่ควบคุมกอง เซ็นเซอร์อีกชั้นหนึ่ง โดยระดับการศึกษาสูงสุดคือ ปริญญาโท ด้านบริหารการศึกษา (เกี่ยวกับการเซ็นเซอร์จริงๆ)

ผลงานสุดเด่นของเธอ คือการตามติด เฝ้าระวังการนำเสนอภาพ เสียง ที่ไม่เหมาะสมของสื่อ โดยเฉพาะสื่อทีวี และภาพยนตร์ และเธอนี่แหละที่ เป็นตัวตั้งตัวตี ที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเจ้ย อภิชาติพงศ์ ไม่ได้เข้าโรงฉาย ซึ่งประเด็นนี้ เป็นที่สนใจของเว็บไซต์นิตยสารไทม์ ทางไทม์ จึงได้ส่ง Simon Montlake มาทำอินเตอร์วิว กับทั้ง เจ๊ลัดดา และ เฮียเจ้ย ซึ่งบทสัมภาษณ์ของลัดดา กับนิตยสารดังกล่าว ก็ได้เป็นประเด็นดังใน เว็บบอร์ดพันทิป เพราะนิตยสารสุดสัปดาห์ ได้นำมาตีพิมพ์ ในฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 หน้า 121 โดยมีวลีฮอต ดังนี้

"Uneducated" is the term Ladda uses to describe Thai filmgoers. "They're not intellectuals - that's why we need ratings,"
และ "Nobody goes to see films by Apichatpong," she says. "Thai people want to see comedy. We like a laugh."

ทำให้เฮียเจ้ยก็ได้ตอกกลับอย่างเจ็บร้าว ในเว็บไซต์ของนิตยสารไทม์ เช่นกัน อยากอ่านก็คลิกเลย http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,1670261,00.html

และเรื่องการจัดเรทรายการทีวี ที่วุ่นๆ และดูเหมือนจะได้ประโยชน์อันน้อยนิด แถมละครน้ำเน่้่่า ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ก็ยังคงน้ำเน่า และขึ้นเรต น18 ต่อไป ทั้งที่ช่วงเวลาดังกล่าว เยาวชนนั่งหน้าจอทีวีทั้งนั้น ก็เป็นฝีมือของเธอที่เป็นแกน ร่วมกับคุณหญิงทิพาวดี เช่นกัน

ถ้าเจ๊แกอยู่เฉยๆ หรือไม่ทำอะไรสุดโต่งจนเกินไปแบบนี้ ผมว่าเราคงได้เห็นผู้กำกับหนังไทย กล้านำเสนอสิ่งที่แปลกใหม่ มากกว่าหนังตลกเจ็บตัว อย่่่างที่เป็นอยู่

และจากกรณีนี้ ผมจึงขอมอบ ตำแหน่ง เซ็นกันสุดๆ ให้กับปีหมูไฟนี้ด้วยเช่นกัน
แหม ขนาดตูดโนบิตะ ก็ยังไม่เว้นนะตัวเอง ดูแล้ว หื่นจริงๆ เนาะ ไอ้ตูดโนบิตะเนี่ย


อ๊ะแน่นอนครับ สังเกตได้ง่ายๆว่าปีนี้ กระแสเกย์ หรือกลุ่มชายรักชาย ชายชอบชาย เริ่มเป็นที่เปิดเผยมากขึ้น หลังจากที่ต้องปิดๆบังๆซ่อนๆมานาน ถึงแม้มันจะยังเป็นเรื่องที่รับไม่ได้สำหรับหลายๆคนก็ตาม ในความผิดปกติทางธรรมชาติแบบนี้ แต่ก็เอาเถอะ เปิดเผยไม่เปิดเผย ปีนี้ก็มีหนังแนวๆนี้ ละครที่มีฉากแนวๆนี้ มาให้เห็นบ่อยขึ้น ถ้านับหนังโรงก็เริ่มด้วย โกยเถอะเกย์ (ดูแล้วชวนอ้วกซะมากกว่า) , เพื่อน...กูรักมึงวะ (ที่สนองตัณหา ของผู้กำกับอย่างแท้จริง) , รักแห่งสยาม (หนังหักมุม ที่ถูกด่าด้วยอคติ และการโปรโมทแห่งปี) รวมถึงละคร ล่าสุดนี่ก็ เปลือกเสน่หาเลย ที่งานนี้ นัวเนียกันถึง 3 คน ชวนให้นึกถึงเอ็มวี เราสามคน ของอิทธิ พลางกูรเสียจริงๆ ผิดแต่มันเป็นผู้ชายทั้งสามคนนี่แหละ แต่หากจะเริ่มปูทางกระแสวาย ที่ผู้หญิงกรี๊ดนักหนาเนี่ย ก็อาจจะยกให้ซิทดราม่า อย่างเรื่อง รักแปดพันเก้า เค้าก่ิอน

แถมปีนี้ก็สังเกตได้ว่า กลุ่มเกย์ ทั้งตั้งรวมตัวกันเป็นกลุ่มเกย์การเมือง (ที่ไม่รู้จะมีไว้ทำเสียมทำจอบอะไร) เริ่มที่จะเข้ามาเรียกร้อง สิทธิ บทบาท และการยอมรับจากสังคมมากขึ้น ผนึกกำลังรวมกับกลุ่มสีรุ้งทั้งหลายแหล่

เห็นแล้วได้แต่อุทานในใจ เฮ้อ โลกนี้หลากสีสันซะจริงๆ



เป็นหัวข้อที่ค่อนข้างกว้่างเหมือนกันนะครับ คิดนานเหมือนกัน ว่าอะไรน้อ...ที่เทรนด์สุดๆ สุดท้ายเลยขอหยิบเรื่องใกล้ตัวละกัน นี่เลย "เทคโนโลยี Web2.0" หลายคนอาจจะงง ว่า เอ๊ย ไอ้Web 2.0 นี่มันคืออะไรกัน?

เอาเป็นว่้่่่า ลองไปหาอ่านในเว็บนี้ละกันครับ http://web2.0thai.info/?p=5

โดยตัวอย่างของWeb 2.0 ที่เห็นได้ชัดเจนเลย ก็คือ เว็บแชร์คลิปวีดีโอชื่อดัง อย่าง YouTube , การเกิดของ Wordpress , เว็บแชร์รูป แชร์ไฟล์ ต่างๆมากมาย ส่วนในไทยที่ฮิตกันขนาดหนัก ก็คือ การเขียนบล็อกเขียนไดอารี่ ทั้งหลาย รวมเอ็กซ์ทีนของเราด้วย สเปซทั้งหลายนี่ก็ใช่ หรือ อย่างไฮ5 นี่ก็ใช่เช่นกัน

กลายเป็นว่ายุคสมัยนี้ ใครไม่มีบล็อก ไม่เล่นไฮ5 หรือสเปซ อาจจะกลายเป็นคนตกเทรนด์ไปง่ายๆด้วยเช่นกัน

และเพราะมันเป็นเทรนด์นี่แหละ ทำให้มีการทำกันอย่างเกร่อมากๆ จนน่าเป็นห่วง อาจจะเกิดปัญหาที่ควบคุมได้ยากในเวลาต่อมา โดยเฉพาะการ ควบคุมสมาชิกด้วยกัน เพราะมีไม่น้อย ที่เข้ามาเล่น มาทำเพื่อระบายอารมณ์อย่างเลยเถิด หรือคิดว่า ฉันจะทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่า เป็นฉัน ซึ่งเห็นได้บ่อยมากตามเว็บบอร์ด หรือคอมเมนต์ของบทความต่างๆ ที่ใช้คำหยาบๆคายๆ พาดพิง ด่าบุพการี ซึ่งเราเรียกว่าบุคคลเหล่านี้ ว่า "เกรียน" ที่นับวันจะมีมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม (รึเปล่า!?!) ซึ่งก็คงเป็นปัญหาที่ผู้ให้บริการ จะต้องขบคิดแก้ปัญหาเหล่านี้กันต่อไป

แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่า สังคม หรือ บ้าน Exteen ของเรา สมาชิกทุึกคน น่ารักเสมอ ไม่มีเกรียนอาศัยอยู่แน่ๆ ก็มาสเตอร์แชมป์เล่นกันเอง แล