สวัสดีครับ ช่วงนี้อากาศร้อนถึงร้อนมาก แม้จะมีฝนฤดูมาให้ชุ่มฉ่ำใจ แต่ก็จากไปอย่าเร็วว่อง เอนทรีนี้เจ้าของบล็อกจึงขอพักร้อนนอกเรื่องสักเล็กน้อย และอาจจะทำต่อๆไป ตามความสะดวกใจ เพราะบล็อกนี้คลอดเอนทรีแบบรายสะดวก

ถึงชื่อเอนทรีนี้จะออกแนวลีเดียกับมอสไปสักนิด แต่เอนทรีนี้ก็ไม่ได้มีข่าวเกี่ยวข้องใดๆกับพวกเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นข่าวแฟนลีเดียเปิดตูดกลางห้างดัง หรือมอสคุงเปิดตูดหนูแพทริกกลางกองถ่าย (แล้วจะสาธยายเพื่ออะไรเนี่ย งงตัวเองจริงๆ)


ภาพคัดลอกจาก http://gossipstar.mthai.com

.

.

เอ่อ~~~ Let's get to the point... เข้าเรื่องกันดีกว่าครับ

คือช่วงนี้ผมมีโอกาสได้ไปช่วยงานทางสถาบัน โอ๊ะ โอ ไม่ใช่ มหาวิทยาลัยครับ (ตบปากตัวเอง 3 ที)

โดยการชักชวนจากเพื่อนที่อาจารย์ชักชวนมาอีกต่อ แต่พอไปทำ เจ้าเพื่อนตัวดีที่ชวนเรากลับมาแค่สองวันแรก ด้วยเหตุผลว่า "มาส่องน้อง" (ไอ้หูดำๆๆๆ)

หูดำ หมายถึง เจ้าชู้จีบคนอื่นไปทั่ว ไม่เลือกหน้าตา มีที่มาจากคำว่า หน้าหม้อ ซึ่งมีึความหมายเดียวกัน นิยมใช้กับผู้ชาย


ภารกิจหลักที่ผมได้รับมอบหมาย ตั้งแต่วันแรก (1 เมษายน) ถึงวันสุดท้ายที่ผมไปทำ คือเมื่อวันอังคาร (8 เมษายน) ก็ไม่มีอะไรมากมายนอกจากเตรียมโต๊ะลงทะเบียน ติดรายชื่อ เตรียมเอกสารตราครุฑ ตราสถาบัน เอ๊ย มหาวิทยาลัย (เอาอีกแล้วตู) มอบให้่ว่าที่นักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัย ที่มาจ่ายเงิน วัดตัวตัดเครื่องแบบ มอบตัว (เหมือนจะเข้าตะรางยังไงก็ไม่รู้) ปฐมนิเทศ เรียนปรับพื้นฐาน รวมไปถึงพบที่ปรึกษาของพวกเขา ซึ่งก็เป็นเหล่าคณาจารย์ ในสาขานั่นแหละ และก็พอพวกนักศึกษาใหม่เข้ามา ผมก็ต้องนั่งโต๊ะลงทะเบียน เพื่อรอรับเขา ให้เซ็นชื่อ และก็แจกเอกสาร ชี้แจงขั้นตอนต่อๆไป รวมถึงถ้าเอกสารมีข้อมูลส่วนไหนที่พิมพ์ผิดพลาด หรือมีการเปลี่ยนแปลงแบบฉุกละหุก (ตามประสาระบบราชการ) ก็ต้องชี้แจงให้เขาทราบด้วยทุกคน ทุกครั้ง (เป็นอะไรที่น่าเบื่อยิ่งยวด)

ตะราง หมายถึง ที่คุมขังนักโทษ ห้ามใช้คำว่า ตาราง เด็ดขาด ตะราง เท่านั้น understand?
ปฐมนิเทศ หมายถึง การแนะนําชี้แนวเพื่อการศึกษาและการทํางานในเบื้องต้น โดย คำว่า นิเทศ ไม่ต้องเติม น การันต์ นะครับ ถ้าแบบนั้น เป็นเทศนา
คณาจารย์ มาจากคำว่า คณ (คณะ) สระสนธิกับ อาจารฺย มีความหมายถึง คณะอาจารย์ (ก็ตรงๆตัวนั่นแหละ) หรือง่ายๆคือ อาจารย์หลายๆคน
ยิ่งยวด หมายถึง ดีที่สุด , เยี่ยมที่สุด ใช้ในแง่ที่ดี เช่น เธอมีความสามารถอย่างยิ่งยวด ห้ามใช้กับคำในแง่ลบเด็ดขาด

 

และผมก็จะต้องทำอย่างนี้ กับทั้งนักศึกษาปวช. เอ๊าะๆ ยัน ปริญญาตรี 4 ปี (พวกจบปวช.กับม.6) และก็ พวกปริญญาตรี 2-3 ปี ต่อเนื่อง (พวกหน้าแก่ๆ เถื่อนๆ โทรมๆ จบปวส. คนพิการที่น่านับถือในความพยายามมากๆ ยันพนักงานออฟฟิซ หน้าใสกิ๊ก เจออยู่คนหนึ่งหน้าตาอย่างกับ คิบอม เมืองไทย ไม่น่าเล้ยยยย)

ออฟฟิซ หมายถึง สำนักงาน ทับศัพท์มาจาก office เวลาเขียนทับศัพท์ ce แทนด้วย ซ นะครับ เวลาออกเสียงในภาษาอังกฤษ คำว่าฟิซ ต้องออกเสียง เหมือนมีเอส ลงท้าย

 

แน่นอนถึงงานดูจะไม่มีอะไรมากมาย ก็แค่นั่งรับลงทะเบียนธรรมดา แต่ยิ่งทำงานพบปะกับผู้คนเยอะๆ มันก็มักมีเรื่องแยะๆ ตามมา อดไม่ได้ที่จะต้องหยิบนำมาเขียน ทั้งชื่นชม และประจานกับหลากหลายพฤติกรรม ที่ควรเอาเยี่ยง และไม่ควรเอาอย่าง เผื่ออาจจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมได้บ้าง (หวังสูงเชียวนะแก...)


ทำธุรกรรมใดๆ โปรดเตรียมปากกาไปด้วย

อันที่จริงก็ดูจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ หยุมหยิม ไม่น่าพูดถึง เพราะหลายๆที่ ถึงไม่เตรียมไป เขาก็อาจจะมีบริการให้ แต่ทำไมคุณจะต้องทำตัวประมาทเช่นนั้นด้วย ปากกาลูกลื่นแท่ง 5 บาท พกติดตัวไปเสียหน่อย คงไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณลำบากขึ้น เพราะถ้าแจ็กพอตเกิดไม่มีปากกาให้คุณหยิบใช้บริการ คุณเองจะลำบาก ถึงแม้อาจจะหายืมกับคนข้างๆคุณได้ แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก อย่างน้อยคนที่นั่งรับสมัคร รับลงทะเบียน หรือถ้าซวยไปเจอพวกระดับสูงมายืนดู ด้อมๆมองๆ แล้วเห็นเข้า แน่นอนคุณจะถูกมองว่าเป็นคนไม่เตรียมพร้อม ยิ่งถ้าไปสัมภาษณ์งานด้วยแล้ว อาจจะถูกเขี่ยตกด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเอาได้นะ

ส่วนที่ผมทำมา 4-5 วัน จริงๆแล้ว เราเตรียมปากกาไว้ให้ ก็เอาวางบนโต๊ะลงทะเบียนให้พวกคุณๆใช้กันนั่นแหละ แต่ก็ไม่เข้าใจ ทำไม หลังๆ ปากกามันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ซึ่งผมเองก็เจอมาจะจะกับตา มีพี่คนหนึ่งแกก็ต่อแถวลงชื่อตามปกติ พอถึงคิวแก แกก็หยิบปากกาเซ็นเลย พอเซ็นเสร็จ รับเอกสาร ฟังผมอธิบาย พี่แกก็เดินไปเฉยๆ ผมก็เรียกพี่แกอย่างดังว่า "พี่ครับ ขอปากกาคืนด้วย" พี่แกทำหน้าเหรอหรา บอก "ปากกาผม" และก็รีบเดินไปไม่เหลียวแลกันเลย ไม่รู้ว่างานนี้ แกไม่รู้จริงๆ แกอายที่ถูกเรียก หรือแกกะจะขโมยปากกาไปใช้ต่อก็ไม่รู้ งงกับแกจริงๆ

เอกสารจำเป็นใดๆ พกติดตัวไว้ก่อน

แน่นอนครับ เวลาคุณไปสมัครเรียน สมัครงาน หรือทำธุรกรรมใดๆกับที่ใดก็ตาม จำเป็นที่จะต้องใช้เอกสารทางราชการทั้งนั้น เพื่อยันยืนนั่งยันนอนยัน ต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน ยันใบเกิด ใบตาย (เฮัย ข้างหลังไม่เกี่ยว) ถึงแม้ว่าเขาจะมีเอกสารแจ้งให้คุณทราบอยู่แล้ว ก่อนที่คุณจะไปทำธุรกิจ ธุรกรรมใดๆกับเขา ว่าต้องเอาไอนั่น ไอนี่ไปด้วย ตัวจริง ตัวปลอม สำเนา หรืออะไรก็ตาม

แต่ก็ไม่ควรมองข้ามความปลอดภัย อันตราย อันตราย ปลอดภัยไว้ก่อน ~~~
ใช่ครับ ถึงเขาจะบอกให้คุณเอาอะไรไปบ้าง แต่ทางที่ดีก็เอาไปให้หมดนั่นแหละ ทั้งตัวจริง ทั้งสำเนา โดยเฉพาะสำเนา ถ่ายเผื่อๆไว้หลายๆชุดก็ได้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องกังวลใดๆ ถ้าเผื่อเวลาไปยื่นแล้วเอกสารอะไรขาดไป หรือต้องทำสำเนาเพิ่มใดๆ คุณจะได้มีให้เขาทันที ไม่ต้องไปควานหาร้านถ่ายเอกสารให้วุ่นวะวุ่นวาย เสียเวลา

หรือบางที คุณอาจจะเตรียมเอกสารที่เขาแจ้งให้คุณเอาไปตกหล่น คุณก็จะได้ไม่ต้องถ่อรถกลับบ้าน ให้เปลืองน้ำมัน หรือต้ิองพลาดโอกาสดีๆของคุณไป เพียงเพราะความไม่พร้อม หรือแจ็กพอตโง่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เชื่อผมสิ ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน มันเป็นนิรันดร์บนโลกวุ่นๆใบนี้

แต่งกายดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

แต่งกายดีของผม ไม่ได้ความว่า ต้องใส่เสื้่อ ใส่กางเกง หรือเครื่องแบบมียี่ห้อ หรือราคาแพงแต่อย่างใด แต่หมายถึงแต่งกายเรียบร้อย สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ สถานที่ที่คุณไป

เอาจากเหตุการณ์จริงที่ผมเจอละกัน คือของผมเป็นในลักษณะของการมาสมัครเรียน มามอบตัว มาปฐมนิเทศอะไรทำนองนี้ แน่นอน ว่ามาทำธุรกรรมลักษณะนี้ การแต่งกายให้เรียบร้อยเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ แต่ก็ยังมีหลายคนที่มาถึงปุ๊ป เสื้อออกนอกกางเกง ใส่กางเกงยีนส์ขาดๆตรงหัวเข่า ถึงต้นขามา บางคนใส่ร้องเท้าคอนเวิร์สมาไม่พอ เหยียบส้นอีกต่างหาก นี่พวกแกมาสมัครเรียนนะว้อย ไม่ได้มาเดินชอปปิ้งใต้สะพานพุทธ

แถมพอเวลาพวกผม ที่นั่งโต๊ะลงทะเบียนเตือน บอกว่าให้ใส่ให้เรียบร้อย บางคนสะดุ้ง และก็รีบทำอย่างเต็มอกเต็มใจ แต่มีบางคนไม่พอใจ มองหน้ากะจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้ ก็เข้าใจว่าคุณเป็นช่างนะ ช่างกับความเซอ มันเป็นของคู่กัน แต่กาลแบบนี้ เทศะแบบนี้ ช่วยทำให้มันดูดีหน่อยจะได้หรือไม่ เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ อย่ามาใส่เสื้อชอป เรียนวิศวะเลย ไปเป็นช่างซ่อมแบบเดิม หรือขับมอเตอร์ไซค์วินเลยดูน่าจะรุ่งกว่า ไปเลยไป..ชิ่วๆ

สงสัยอะไรอย่าปากหนัก ถามไปเลย ไม่มีใครกัดคุณ
บางคนอาจจะเคยตื่นกับสถานที่ เวลาไปสมัครเรียน สมัครงาน จนทำอะไรไม่ถูก หรือไม่เข้าใจขั้นตอนที่ฉันจะต้องทำต่อๆไป เมื่อคุณรู้สึกแบบนั้น อย่าปล่อยให้ความงงทำร้ายคุณ โปรดถามเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าบ้านที่อยู่รอบๆนั้นซะ นั่นแหละ ผู้ที่จะชี้ทางสว่างให้คุณไปสู่จุดหมายในการทำธุรกรรมในวันนั้นๆ อยากรู้อะไร ถามไปเลย ไม่ต้องกลัว เชื่อผมสิ มันไม่ทำให้คุณเสียหน้าหรอก

ที่สำคัญ การที่คุณจะไปขอความช่วยเหลือใครสักคน ต้องมีความอ่อนน้อมสักนิด ถามด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ที่เราไปถามเขา รับรอง มีคนไหนบ้างที่จะไม่ตอบ หรือไม่อยากช่วยคุณ

ดังนั้น จำไว้ สงสัยอะไร ถาม รับรอง กระจ่าง ฟันธง

ข้อละเว้น เวลาถาม ก็เลือกๆดูหน้าตาคนที่เราจะเข้าไปถาม ใช้ sense สักนิด ว่าหน้าอย่างนี้ควรจะไปถามเขาดีไหม อย่างถ้าคุณมาถามคนหน้ายิ้มๆ ใสๆ อย่างผมเป็นต้น (วกมาชมตัวเองจนได้) แน่นอนคุณจะได้คำตอบและน้ำเสียงที่ชวนฟัง แต่ถ้าคุณโชคร้าย หลงผิดไปถามพวกระเบียบจัด ป้าแก่ๆ หน้าย่นๆ อย่างกับหมาบลูด็อก หรือพวกเลือดจะไป ลมจะมา ประจำเดือนมาไม่ปกติ ถึงแม้คุณจะถามดีดี พูดรู้เรื่องสักแค่ไหน เขาก็จะตอบคุณอย่างส่งๆ หรือไม่ก็ใช้น้ำเสียงกระแทกกระทั้น เหมือนไปโกรธใครมาจากไหน ถึงแม้มันจะไม่สบอารมณ์คุณเท่าไหร่นัก แต่ก็แนะนำให้ทนไว้ หรืออโหสิ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขาไปเสีย ถือว่าเรามีเวรกรรมต่อกันที่ต้องชดใช้ในชาติภพนี้ และก็ the show must go on ต่อไป

หากต้องรอ โปรดต่อแถว

อันนี้ไม่ใช่แค่สมัครเรียน สมัครงาน แต่ควรจะทำให้เป็นนิสัย ในทุกๆโอกาสด้วยซ้ำ คือก็ไม่เข้าใจว่าคุณจะรีบไปไหน ช้าเร็วก็ได้เหมือนกัน ถ้าคุณพร้อม และการที่คุณไม่ต่อแถว นอกจากทำให้ภาพรวมดูวุ่นวายแล้ว มันยังทำให้การดำเนินการใดๆ มันช้าลงไปกว่าเดิมด้วย ไม่มีอะไรดีสักอย่าง แล้วจะบอกให้ว่า พฤติกรรมแบบนี้ มันส่อให้เห็นถึงระเบียบวินัย ในตัวของคนๆนั้นอย่างชัดเจนมาก เห็นแล้วเหนื่อยหน่าย สุดท้ายพวกคุณก็ถูกพวกผมเก็บประเด็นเอาไปซุบซิบนินทาต่อในเอนทรีนี้ไง ภูมิใจไหมละ ฮ่าๆๆ

ดังนั้น หยุดนิสัยยืนออ ถ้าต้องรอ โปรดต่อแถว



หากคิดจะต่อรอง คุณต้องเลือก

อันนี้คงจะเกิดขึ้นในได้กรณีของการสมัครเรียนนะครับ เช่น บางที เขาอาจจะมีกฏระเบียบใดๆให้คุณต้องปฏิบัติเมื่อเข้ามาศึกษา หรือเวลามอบตัว เขาจะให้คุณจ่ายเงินซื้อนั่น นี่ โน่น แล้วคุณไม่อยากซื้อ แน่นอนคุณมีสิทธิ์สอบถาม หรือต่อรองผู้ที่รับผิดชอบตรงจุดนั้นได้ ว่าฉันจะไม่ทำตรงจุดนั้น เพราะเหตุผลบางประการได้หรือไม่ ถ้าเขาพิจารณาแล้ว ยกให้คุณเป็นกรณียกเว้น นั่นก็ดีไป แต่ถ้าเขาไม่ยินยอม แน่นอน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเรียกร้อง อุทธรณ์ ฎีกาใดๆ เมื่อถึงจุดนั้น คุณก็ต้องเลือกว่า จะยอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ ถ้ายอมรับ ก็ไม่มีอะไร คุณก็ทำตามเขาไป

แต่ถ้าคุณไม่ยอมรับ คุณก็อาจจะต้องเลือกที่จะลาออก หรือสละสิทธิ์ไป ก็เท่านั้น เพราะการมาสมัครเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับองค์กร หรือสถาบัน ที่เขาไม่ได้ง้อนักเรียน นักศึกษาให้มาสมัคร (อย่างเช่นมหาวิทยาลัยที่ผมเรียน) เพราะนั่นเท่ากับ คุณไปง้อเขา คุณจึงไม่มีสิทธิ์เล่นตัว หรือทำตัวเรื่องมากใดใด

ที่เขียนประเด็นนี้ เพราะมีกรณีหนึ่ง ที่ในวันแรกที่มามอบตัว เขาไม่ยอมซื้อเครื่องมือ และก็เครื่องแบบ ตามระเบียบขั้นตอน ซึ่งเขาก็ได้สอบถามไปแล้ว ว่าไม่ซื้อได้หรือไม่ เพราะเขาเป็นเด็กซิ่ว คือเคยเรียนที่นี่ แล้วโดนไทร์ออก และก็กลับมาสอบ และก็ได้เข้าเรียนใหม่ ซึ่งไอ้พวกเครื่องมือ เครื่องแบบเหล่านี้ เขาก็มีอยู่แล้ว

โดยคำตอบที่ได้ีรับจากผู้ที่รับผิดชอบ คือ ไม่ได้ แต่เขาก็ฝืนคือไม่ซื้อ ทำให้เขาไม่ได้ลงชื่อมาในวันนั้น เพราะข้ามขั้นตอนตรงนั้นไป

พอวันรุ่งขึ้น เขาก็มาเพื่อฟังปฐมนิเทศ และก็ลงทะเบียนเรียน ปรากฏว่าชื่อเขาถูกขีดทิ้ง ทำให้เขาและก็ผู้ปกครองโวยวายเป็นการใหญ่ ลามไปถึงผู้อำนวยการเบื้องบน กลายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งท้ายที่สุด ผมก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันบอย่างไร เพราะพวกเขาถูกพาไปเคลียร์ต่อข้างนอก

และที่สำคัญที่สุด คือ...
ต้องตรงต่อเวลา

ข้อนี้เป็นหัวใจหลักเลยครับ เขานัดมากี่โมง คุณต้องมาก่อน หรืออย่างช้าที่สุดคือ เกินเวลานัด ไม่เกิน 15 นาที ซึ่งเป็นมาตรฐาน ที่พี่ไทยรับได้ แต่ถ้าเป็นต่างชาติ ละก็ หนึ่งวินาทีก็ช้าไป

ตรงต่อเวลาเป็นวินัยที่สำคัญมากๆ สำหรับการติดต่อธุรกิจ ธุรกรรมใดๆ เพราะการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องมารอกัน เพราะความไม่ตรงต่อเวลา มันเป็นมารยาทที่แย่สุดๆ

เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียว ที่ผมขอบอกตามตรงว่า ทั้งสงสาร (กับบางคน) และก็สมน้ำหน้า จริงๆก็มีคนมาสายกันทุกวันแหละครับ สายที่ว่านี่ไม่ใช่สาย 10 นาที หรือ 15 นาทีนะครับ อย่างนั้นไม่ค่อยเป็นปัญหาหรอก แต่สายที่ว่าและน่าตบกบาลหมายถึงสายเป็นชั่วโมง และที่น่าตกใจ คือไม่ได้มีคนเดียว มีตามมาเป็นสิบ ทยอยๆกันมา ไอ้เราจะไปทำอย่างอื่นต่อ ให้มันเสร็จเป็นธุระๆไปก็ไม่ได้ ต้องมาพะวงรอพวกนี้มาเซ็นชื่อให้ครบ เสียอารมณ์ เสียเวลาทำมาหากินอย่างยิ่ง

และที่เด็ดสุด และน่าจะเป็นอุทาเห่าหอน ได้เป็นอย่างดี ต้องวันที่สาม หรือ สี่ นี่แหละ วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศ ของ ปริญญาตรี 4 ปี และวันนั้นก็มีท่านผู้อำนวยการเบื้องบน ลงมาที่ห้องประชุมด้วย โดยทางมหาวิทยาลัยนัดให้มาลงทะเบียน แปดโมง ถึง แปดโมงครึ่ง และก็เริ่มปฐมนิเทศ เก้าโมง ด้วยการชมวิดีทัศน์ ฟังพิธีกรบรรยาย และก็มีบรรยายเรื่องเพศสัมพันธ์ เอดส์ และการดื่มแบบประมาณตัวเอง ไม่ให้เสียการเรียน อะไรทำนองนี้ ซึ่งก็บรรยายถึงเกือบ 10 โมงเช้า ซึ่งหลัง 10 โมง ก็จะเป็นคิวของพวกเบื้องบนเขามาพูดกัน

อันที่จริงพวกผมจะต้องไปกินข้าวได้แล้ว เพราะเดี๋ยวสิบเอ็ดโมงกว่าๆ ก็ต้องมาเตรียมของภาคบ่ายต่อ แต่กลับต้องมานั่งรอ ให้คนที่ยังไม่มาเข้ามาลงทะเบียน ซึ่งไม่ใช่แค่คนสองคน แต่เป็นร้อย ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเด็กเก่าด้วย (ไม่รู้ฤทธิ์ผอ.กันเลยหรือไร) ทีนี้ระหว่างนั่งตบยุงรอ ก็มีคนทยอยมาบ้าง ก็ให้เซ็นๆกันไปและก็แอบบ่นต่อหน้าพวกเขาเล็กน้อย ทำนองว่า มาสายนะเนี่ย ต้องให้รอนะรู้กันบ้างมั้ยครับ

สักพัก ผู้อำนวยการเบื้องบนขึ้นมา ไอ้ที่กำลังเม้าท์ๆ นินทา ตรงโต๊ะลงทะเบียน (ก็พวกผมนี่แหละ) ถึงกับสะดุ้งเฮือก นึกว่างานเข้า แต่เปล่า แกเดินเข้ามาดูๆรายชื่อ และก็คุยกับอาจารย์ เจ้าหน้าที่แถวนั้น ไอ้เราก็แอบฟัง ผอ.แกบอกประมาณว่า แกเห็นบางคนยังนั่งกินขนม กินกาแฟกันข้างล่างอยู่ แกเลยโมโห และพอแกเห็นรายชื่อ แกก็ตกใจว่า มาสายกันเยอะขนาดนี้ มันไม่ให้เกียรติกันชัดๆ ไม่เห็นความสำคัญ แกก็เลยมีอาญาสิทธิ์ให้พี่ที่เขาเฝ้าหน้าประตู ไปปิดประตูเลย และก็มาบอกพวกผมว่าให้เก็บโต๊ะ สรุปยอดเลย ไม่ให้เซ็นชื่อแล้ว สิบโมงแล้ว เกินเวลานัดตั้งเกือบสองชั่วโมง พวกผมก็ทำหน้าแบบไม่ค่อยอยากจะทำ แต่ข้างในใจนะเหรอ สมน้ำหน้าว้อยยยย และระหว่างนั้น ก็ยังมีพวกเข้ามาจะมาเซ็น ความสะพรึงกลัวจึงเข้ามาปกคลุม ผอ.แกซักซะสะอาดเลย จากนั้นก็ด่ากราดให้ออกไปข้างนอก พวกที่มาช้า นี่หน้าซีดเป็นแถว ถึงแม้ปกติผมจะไม่ชอบแกเอาซะเลย แต่งานนี้ขออยู่ข้างแกนิดหนึ่ง แบบว่าพวกมาสายควรจะเจออย่างนี้บ้าง

โดยบทสรุปก็คือพวกนี้ถูกขีดชื่อออกจากที่ลงทะเบียน และถูกให้ไปเขียนคำร้อง จ่ายเงินเพื่อขอลงทะเบียนใหม่ แถมยังถูกทำทัณฑ์บน ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าเรียน ถูกตัดสิทธิ์ในการขอทุนการศึกษาตลอด 4 ปีที่เรียน และต้องมาดำเนินการใหม่ภายหลังทั้งหมด เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน งานนี้ มหาวิทยาลัย รวยสมใจ เหมือนที่อยากจะออกนอกระบบนั่นแล (อุ๊บ พูดอะไรออกไปเนี่ยเรา)

โดยเหตุผลยอดนิยมของพวกที่มาสาย คือ "รถติด" ซึ่งขอบอกเลยว่า มันเป็นเหตุผลที่เป็นข้ออ้างชัดๆ ถึงแม้ว่าบางคน จะติดจริงๆ ไม่ใช่ติดการเมือง แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าคุณไม่พร้อม

ที่อ้างแปลกๆก็มี หาเอกสารไม่เจอ เลยมาสายบ้าง (อ้างมาได้) , เพิ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด ตกรถ , พอดีขนของย้ายห้องช่วงเช้า (ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเอ็งจะต้องมาย้ายเอาวันนี้ด้วย) ฯลฯ

.

.

พล่ามมาเยอะแยะมากมาย ขอสรุปสั้นๆง่ายๆว่า หากคุณมีความ "พร้อม" ก็ไม่ต้องมีความกังวลใดๆ ครับ
โอกาสดีๆเป็นของคนที่ "พร้อม" เสมอ

 


เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย เอนทรีนี้ ขอเสนอ ... บอมเบย์โพล
ไม่มีสำนักไหนจ้างให้ทำ ไม่มีหลักเกณฑ์ทางสถิติมาอ้างอิง
เพราะอนุมานเอาจากเรื่องจริง วะฮะฮ่า

จากการสำรวจด้วยสองลูกกะตา พบว่า
ยิ่งอายุมากเท่าไหร่ พฤติกรรม มาสาย , แต่งตัวไม่เรียบร้อย , ยืนออไม่ยอมต่อแถว , ไม่มีปากกา , ไม่มีเอกสาร ก็ยิ่งมีจำนวนพฤติกรรมแบบนี้เพิ่มขึ้นเป็นเงา เช่น
(1) หากม.3 ขึ้น ปวช. มีผู้ที่ประพฤติ 1 คน
(2) จะพบม.6 , ปวช. ขึ้น ป.ตรี จำนวน 2 คน
(3) และพบพวกปวส. แก่ๆ มีพฤติกรรมดังกล่าว จำนวน 4 คน
(แต่บางที กลุ่ม 2 กับ 3 อาจจะอินเวอร์สกันนะ )

ทำให้ผมสามารถตั้งสมมติฐานได้ว่า
"บางที อายุ ไม่ได้ทำให้คนเรามีวุฒิภาวะในทางที่ดีมากขึ้น"
ใครอยากจะเอาสมมติฐานนี้ไปทำโครงงานก็ตามสบายเลยนะครับ
จะได้รู้ว่าสมมติฐานนี้ มันใช้ได้หรือเปล่า

 

ปล. พรุ่งนี้ผมจะกลับไปทำงานพาร์ทไทม์อีกครั้ง ที่เก่าที่เดิม ที่ทีเค ปาร์ก (ยังงงๆอยู่เลย ว่านึกยังไงถึงเรียกผมไปทำอีก แถมโทรมาตอนสองทุ่ม จะให้ไปทำพรุ่งนี้เลย งงจริงๆ) สงกรานต์ปีนี้อดเล่นน้ำอีกตามเคย ไว้ถ้าปีนี้เอ็กซ์ทีนจัด จะมาเล่นด้วยนะครับ

เอนทรีที่เคยเกี่ยวข้อง กับ ปล.
- กลับไปทำงานใหม่อีกครั้งที่ทีเคปาร์ค I
- กลับไปทำงานใหม่อีกครั้งที่ทีเคปาร์ค II
- คนตัวแห้งๆ ในวันสงกรานต์
- สงกรานต์ และ ร้านตรงสะพานหัวช้าง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอกาสดีๆเป็นของคนที่ "พร้อม" เสมอ

จริงอย่างแรงครับ

ว่าแต่มาสายเป็นร้อยเลยรึนั่นsad smile

#1 By คนธรรมดา on 2008-04-10 19:02

เขียนได้ตรงใจผมจัง ผมก็ไม่ชอบคนพวกแบบนี้เหมือนกันครับconfused smile Hot!

ป.ล. เรื่องดารามีย่อหน้าเดียวแต่ไหงแทคมันเยอะจังงะ sad smile

#2 By UnknowPerson on 2008-04-10 19:08

โห มาสายทีเป็นร้อย sad smile

เอนทรี่นี้มีประโยชน์มากๆเลยครับ อยากให้หลายๆคนได้อ่าน Hot!

#3 By SkyKiD on 2008-04-10 19:17

ไอ้ที่มาสายเป็นร้อยนั้น ไม่ได้โม้นะครับ

ผมจำได้ เพราะผมกับเพื่อนๆ และก็เจ้าหน้าที่ช่วยกันนับประมาณสิบโมงกว่าๆ ของป.ตรี 12 สาขา ประมาณเกือบๆ 700 คน
ยอดคนที่มา นับที่มาเซ็นแค่ 500 กว่าๆเอง ขาดไปตั้งเกือบ สองร้อย ส่วนใหญ่มาสาย บางคนก็ไม่มาหรือสละสิทธิ์ทำนองนั้น

ส่วนพวกป.ตรี สองถึงสามปี รับปวส. อันนี้ก็มาสายเยอะ สายประมาณ 20 เปอร์้เซ็นต์ จากทั้งหมด บางส่วนก็ติดธุระเรื่องซัมเมอร์ยังไม่ผ่าน รอใบจบ บางคนก็ติดเกณฑ์ทหาร ไม่มา ก็เยอะ เหมือนกันครับ sad smile

#5 By บอมเบย์ on 2008-04-10 19:24

Hot! sad smile ได้ทราบคำศัพท์(ที่ไม่)ใหม่แยะเลยค่ะ
และคำแนะนำ..อยากให้หลายๆคนได้อ่านค่ะ..sad smile

#6 By ☆[ i ]Rin☆ on 2008-04-10 20:03

อะนะ วันรับสมัคร สอบเอนทรานซ์ เมื่อ สองหรือสาม ปีที่แล้ว ยังมีเด็กตีกันใต้ อาคารที่รับสมัคร เลย ครับ ไม่รู้ไปเหยียบหางกันหรือไง เก้าอี้งี้ ปลิ้วว้อนเลย เดือดร้อน บุคคลโดยรอบ...sad smile

ชอบตรงมีอธิบายคำต่างๆแทรก อะดูดี

#7 By หมูทอดซามะ on 2008-04-10 22:34

ครับ สาระ เลิศ.....surprised smile






จะใคร จะวัยไหน ก็ต้องรู้จักวางตัวคับ
ทั้งการ สนทนา ก็ คิดก่อนพูด
พูดให้สุภาพ หรือ จะการแต่งตัวอีกopen-mounthed smile




ที่สำคัญ ไอเรื่องตรงต่อเวลา
ผมละ เกลียดมากเลย นัดไม่เป็นัด เนี่ยยยย

#8 By on 2008-04-10 22:47

sad smile

#9 By QmumuQ on 2008-04-10 23:02

สาระแน่นแต่ไม่หนักดีครับ น่าให้ได้อ่านกันเยอะๆเนอะ confused smile

Hot!

#10 By Zairen_Bibliophobia on 2008-04-11 11:10

ยิ่งแก่ยิ่ง...

เหอะๆ

ชั้นไม่เคยนะจ๊ะ

น้องเต็ม...อิอิ

*เดี๋ยวนี้น้องเต็มไปช่วยงานมหาลัยแล้วเหรอ ท่าทางจะก้าวหน้า เหอๆ

Hot!

#11 By Sita on 2008-04-11 11:55

สุขสันต์วันสงกรานต์คร๊าบบบ
มาสาดน้ำกันขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#13 By รีคอนดำ on 2008-04-13 09:34

มาเล่นน้ำกัน
ไม่ได้เล่นของจริงก็เล่นในบล็อคนี่แหละนะ

สุขสันต์วันสงกรานต์

มีความสุขมากๆนะคะ

เอ้า สาดขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

แถมดอกมะลิ ดอกมะลิ question Hot!

#14 By lamoon on 2008-04-13 16:15

กลับมาสาดน้ำคืนค่ะ แค้นๆ 555

ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#15 By [ギッグ] k i k n a k a * on 2008-04-14 20:22