ที่จริงแล้ว ผมตั้งใจจะทำหัวข้อนี้ตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว ซึ่งพอเหมาะพอเจาะกันพอดี เพราะเป็นวันครอบครัว แต่เนื่องด้วยความไร้ประสิทธิภาพในการจัดระเบียบชีวิตของเจ้าของบล็อก ที่ปล่อยให้ความขี้เกียจแทรกซึมตั้งแต่รูขุมขน ลุกลามไปทั่วร่างกาย จึงได้ฤกษ์มาปล่อยในค่ำคืนนี้ที่ร้อนจนไม่อยากหลับ

.


.

ช่วงสงกรานต์ผมเชื่อแน่ว่า หลายคนคงได้กลับไปยังมาตุภูมิ และหลายๆครอบครัวคงได้มีโอกาสได้รวมตัวกันเป็นครอบครัวใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่แตกหน่อไปทำงานหาเลี้ยงชีพนอกถื่นฐาน กันมาทั้งปี เรียกว่าสุขสันต์หรรษาชื่นมื่นกันไป

ด้วยเหตุผลที่ลักษณะสังคมไทย เป็นสังคมที่ครอบครัวอยู่รวมกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งต่างจากประเทศตะวันตกอย่างสิ้นเชิง ที่มีลักษณะทางสังคม เป็นรูปแบบของครอบครัวเล็ก มีเพียงพ่อ แม่ ลูกเท่านั้น (แต่ก็ไม่ใช่ทุกครอบครัวเสมอไป) แน่นอน มันมีผลโยงใยยั้วเยี้ยไปถึงภาษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทางสังคม จะเห็นได้ว่า ในภาษาไทย มีคำเฉพาะไว้สำหรับเรียกวงศาคณาญาติ มากกว่าในภาษาอังกฤษ หรือภาษาตะวันตกอื่นๆ (อันนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมช่วยเสริมได้นะครับ)

ในภาษาไทย คำที่ใช้เรียกญาติก็มีที่คุ้นหูบ่อยๆ ในปัจจุบัน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย อา น้า ลูก หลาน เหลน โหลน ลื่อ ลูกเขย พี่สะใภ้ พ่อตา แม่ยาย อู้ยยย เยอะแยะไปหมด ดูน่าเวียนหัวจริงๆ

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด คนส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจ และก็เรียกรวมๆว่า เป็นเครือญาติ ของเรา แต่ถ้าดูจากนิยาม และที่มาของคำว่า ญาติ ซึ่งมาจากภาษาบาลีแล้ว คนที่เป็นญาติจริงๆ ของตัวเรา จะมีด้วยกันทั้งสิ้น ๗ ชั่วโคตร เท่านั้น

ญาติ หรือ relatives หมายถึง คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันได้ทางเชื้อสายฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่ เป็นคำมาจากภาษาบาลี ที่มาจากฐานศัพท์เดิม คือ ญาต ที่แปลว่า รู้แล้ว หรือ อันที่เขารู้แล้ว ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า อนุญาต เช่นกัน คำว่า ญาติ อ่านได้ ๓ แบบ คือ ยาด , ยา-ติ และ ยาด-ติ


โดยวิธีการนับ ๗ ชั่วโคตรที่ถูกต้อง คือ นับจากเราขึ้นไป ๓ ชั่วคน และก็นับจากเราลงไปอีก ๓ ชั่วคน ได้แก่

(๑) ปู่ทวด ย่าทวด ตาทวด ยายทวด ของเรา
(๒) ปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา
(๓) พ่อ แม่ ของเรา
(๔) ตัวเราเอง รวมถึงพี่ น้องของเรา ที่มีพ่อและแม่คนเดียวกัน
(๕) ลูกของเรา
(๖) ลูกของลูกของเรา หรือ หลานของเรา
(๗) หลานของลูกของเรา หรือ เหลนของเรา

โดยญาติทั้ง ๗ ชั่วโคตรนี้ ถ้าจะเรียกให้ละเอียดหน่อยก็คือ เป็น "ญาติสายตรง"

ซึ่งในสมัยอดีต หากเราไปทำผิดอะไรร้ายแรง และุถูกสั่งให้ต้องโทษประหาร ๗ ชั่วโคตร คนที่ผมไล่้ๆมาทั้งหมดนี่ก็ซวยไปตามๆกัน

ขณะที่ น้า อา โหลน ลูกเขย พี่สะใภ้ ฯลฯ ไม่ถือว่าเป็นญาติสายตรงของเรา แต่อาจเรียกได้เป็น ญาติโดยอ้อม คือ เป็นญาติ ของญาติเราอีกที ซึ่งอาจจะเป็นคนที่มีต้นตระกูลเดียวกับเรา หรือไม่ใช่ก็ย่อมได้ ดังนั้น ที่มีการตัดสินประหาร ๗ ชั่วโคตร พวกนี้ก็จะรอดไว้สืบสกุลกันต่อไป

แต่อย่างที่ทราบภาษามีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ยุคเปลี่ยน ความหมายของคำบางคำแต่เดิมก็อาจเปลี่ยนไป ก็เอาเป็นว่าสะดวกใช้ สะดวกเรียกอย่างไร ก็ใช้ไปเถอะ หากเราสื่อสารกับผู้รับสารเข้าใจก็คงจะเพียงพอแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ควรคำนึงถึงกาลเทศะในการใช้เป็นที่ตั้ง



.

.

.

ความรู้สึกจากเบื้องลึก ก้นบึ้งของหัวใจ (Freeze Event)

คำเตือน ทั้งหมดทั้งมวลที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ ไม่ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องทางภาษาแต่อย่างใด อย่านำรูปแบบภาษาที่เห็นไปใช้เป็นนิสัยโดยเด็ดขาด และถ้าเกิดใครไม่อยากอ่าน ก็ข้ามไปเถอะ มันไม่มีสาระอะไรเลย เตือนแล้วนะเออ

 

วันนี้ (ยี่สิบ เมษายน) ผมได้ไปเล่นเป็น Freezer กับเขาด้วยละ สนุกมากๆ ยิ่งเห็นคนแบบงงๆ ว่า เอ๊ะ อีพวกนี่มันเล่นบ้าอะไรกัน มันได้อารมณ์แบบ สะใจๆๆ

เจ็ดโมงครึ่ง - ตื่นนอนด้วยความงัวเงีย มานั่งปั่นโครงการรักการอ่านส่วนตัวต่อให้เสร็จก่อนเปิดเทอม แต่ขณะที่นั่งคิด นั่งทำไป ใจก็เต้นตุบๆตับๆไว้

เที่ยง - ทานส้มตำปลาร้า เติมพลังก่อนไป freeze ดูศึกสิบสองราศีไปด้วย เป็นเทปที่หากินได้น่าเกลียดมากๆ แต่ทึ่งในความสามารถในการเขียนตัวอักษรภาษาไทยของพี่คริสตี้จริงๆ เขียนเรียบร้อยสวยงามกว่าคนไทยจริงๆซะอีก

บ่ายโมง - เพื่อนที่นัดโทรจิก ถามว่าอยู่ไหน เลยต้องรีบออกมาจนแทบจะไม่ได้หยิบอะไรติดตัวไปเท่าไหร่เลย นอกจากมือถือกับกระเป๋าสตางค์

บ่ายสอง - ถึงหน้าสยามเซ็นเตอร์ โทรหาเพื่อน เพื่อนบอกอยู่มาบุญครอง ในใจคิด ดีจริงๆ ใกล้ที่นัดหมาย ไม่สายแน่ๆ เลยเดินข้ามทางเชื่อมบีทีเอส ตรงหน้าสยามดิส ไปมาบุญครอง

บ่ายสองสิบ - ไปรอเพื่อนที่แมคโดนัลด์ สั่งของกิน ทั้งๆที่ไม่ได้อยากกิน แต่เกรงใจ เลยสั่งไปหมดไปครึ่งร้อย เพื่อนก็มา แต่แม่ง ดันเอาพี่ชาย กับพี่สาวมาด้วย ก็นังคุยกันสักพัก และเพื่อนก็บอกทำนองว่า พอดีพี่จะรีบกลับ ไปทำธุระต่อ ไปๆมาๆก็คือผมถูกโดดเดี่ยว เลวที่สุด เวลานั้นใจหนึ่งก็อยากกลับ เพราะไม่มีเพื่อนไปด้วย เสือกนัดคนเดียวอีกกู เอาไงวะ นึกได้ มีเพื่อนอีกคนเรียนพิเศษแถวสยาม เลยโทรไปถาม แต่ดันเลิกเรียนห้าโมงเย็น เวร งานเข้า เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆ The show must go on

บ่ายสองสี่สิบห้า - เดินไปแถวๆทางเชื่อมบีทีเอส ก็เดินวนไปวนมาหากลุ่มฟรีซ หาคนหน้าคล้ายคุณเปเป้ หาไปหามา เจอกลุ่มหนึ่งนั่งรอแถวๆบันไดทางเข้าสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แต่ก็ไม่แน่ใจ กำลังจะไปถาม โทรศัพท์เข้า ปรากฏว่าความหวังครั้งใหม่เกิดขึ้น เพื่อนอีกคนโทรมาบอกอยู่อนุึสาวรีย์ชัย ก็เลยเล่าภารกิจให้ฟัง และก็เอ่ยปากชวน มันก็บ่ายเบี่ยงไม่อยากมาเล่น บอกไม่กล้า ก็เลยด้วยความรำคาญ บอกกลับไป แล้วแต่แกละกัน สุดท้ายมันก็มานะ แต่มาโน่นเกือบห้าโมงเย็น ไม่รู้ขี่เกวียนมาหรือเปล่า

บ่ายสาม - ฟังพี่โปจิ (http://takathenec.exteen.com/) ชี้แจง พอพี่โปจิเริ่มพูด ก็เริ่มมีคนที่รอดูเชิงคนอื่นๆเข้ามาสมทบ จนกลายเป็นวงใหญ่มาก คนที่ผ่านไปผ่านมาก็ผิดสังเกต ว่าเอ๊ะ อีพวกนี้มาทำอะไรกัน ที่น่าประทับใจคือมีชาวต่างชาติมาร่วมด้วย มาเป็นครอบครัวเลย คุณพี่โปจิ และทีมงานก็เชคแฮนด์ ทักทาย อธิบายเป็นการใหญ่ จากนั้นสักพักใหญ่ๆ คุณพี่เปเป้ เสื้อเขียว ต้นคิดก็มา และก็คุณวาวาก็มา เป่าเสียงสัญญาณให้ฟัง จากนั้นก็แยกย้าย เพื่อมารวมกันอีกครั้งตอนบ่ายสี่โมง

บ่ายสามครึ่ง - ระหว่างรอผมก็คุยโทรศัพท์กับเพื่อนสักพัก ก็เดินเข้าไปตากแอร์ในสยามดิส ดูจอที่เขาฉายงานบิ๊กแบงตรงลานสยามดิสด้วย ระหว่างยืนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็ได้มีชาวต่างชาติเป็นผู้ชายสองคนเข้ามาถามเป็นภาษาอังกฤษ ทำนองว่า ผู้ชายพวกนั้นมันเป็นใคร ทำไมมีแต่เด็กผู้หญิงไปวี้ดว้ายพี่แกกันนัก ผมก็ เอาละสิกู กูจะคุยกับมันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย ก็เลยพูดตอบไปตามหลักสูตร snake snake fish fish ทำนองว่า มันคือวงบิ๊กแบง เป็นบอยแบนด์ มาจากเกาหลี ป๊อปมากในกลุ่มก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่นผู้หญิงในบ้านเรา ชาวต่างชาติสองคนนั้นก็อืมๆๆ โอ้ พระเจ้า มันฟังเราออกด้วย จากนั้นมันก็แต๊งส์ๆๆ และก็ยืนคุยกับเพื่อนเขาต่อ ผมก็ยืนคิดอะไรต่อ ดูนาฬิกา พอใกล้เวลาก็เดินออกมาที่จุดนัดพบ

บ่ายสามห้าสิบห้า - ถึงที่หมายอีกครั้ง ก็ทำเป็นเดินไปเดินมา ยืนดูถนนตรงบันไดทางขึ้น และสักพัก...

สี่โมงเย็น - เสียงฟรุ้ต จากคุณวาวาดังขึ้น เอาละสิกู ยังไม่ทันเตรียมท่าเลย ก็เลยแข็งทั้งที่ยืนอย่างนั้นแหละ กะจะเอาโทรศัพท์ออกมาทำเป็นดูข้อความซะหน่อย จะได้ดูเวลาไปด้วย อดเลย ตอนนี้แข็งแล้ว ดั๊นลืมว่า เข้าห้ามกรอกลูกตาไปมา เลยรีบขยับลูกกะตา หาจุดโฟกัส ในที่สุดก็ค้นพบจุดโฟกัส คือ ป้ายหน้าห้างโตคิว ก็ถือว่า สบายๆ แต่รู้สึกว่ามันจะไม่ถึงห้านาทีนะ ที่ผมแข็ง เพราะไม่ได้รู้สึกเมื่อย หรือเกรงเท่าไหร่

สี่โมงกว่าๆ - พอหลุดฟรีซ ก็ทำเป็นเดินไปเดินมาหาจุดไปต่อไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ ก็เลยเดินลงไปข้างล่าง ก็มืการปรบมือ เย้ๆ ละก็คุณโปจิก็ดำเนินการต่อไป จนมีเสียงเรียกร้อง เอาอีกๆๆๆ จึงมีแผนไปฟรีซกันต่อที่ลาน พาร์คพารากอน ตอนห้าโมงครึ่ง

สี่โมงยี่สิบ - โอ้พระเจ้า เหลือเวลาตั้งชั่วโมงกว่าๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็เดินลัดเลาะจากสยามดิส มาเรื่อยๆ จนถึงสยามเซ็นเตอร์ ความรู้สึกตอนนั้นคือ แม่ง วันนี้มันจะจัดงานอะไรกันนักหนาวะ แย่งซีนฟรีซหมด ก็เล่นมีทั้งงานบิ๊กแบง งานของดีเจซี้ดขายของ หาคนแข่งไมค์ไอดอล ฯลฯ แต่ก็ดูจะฟุ้งซ่านไป เลิกคิดๆ ไปเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ จนถึงพารากอน ก็เลยมุ่งหน้าไปจุดประจำที่ ร้านคิโนะ ตรงชั้นสามเทียม ก็ไปยืนอ่านหนังสือพี่ดี้จนสักพัก เพื่อนก็โทรมา บอกอยู่เรดแมงโก้ ก็เลยถามว่า จะฟรีซด้วยกันหรือเปล่า เพราะตอนนั้นคิดในใจแล้วว่า กูไม่ต้องง้อพวกมึงแล้ว ผ่านมาหนึ่งสมรภูมิ ด้านเต็มที่แล้วมึง พอพวกมันได้ยินเช่นนั้น ดูเหมือนจะไม่มีรีรอที่จะบอกว่า กูขอดูละกัน เออ ตามใจ

ห้าโมงสิบ - ผมก็เดินลัดเลาะลงมา จนถึงลานน้ำพุ พาร์คพารากอน ก็มานั่งใกล้ๆ รอฟรีซ แถวๆน้ำพุ กับพี่คนหนึ่ง ซึ่งแกมาจากอีกเว็บ (จำชื่อเว็บไม่ได้) แกชื่อพี่ลิ้ม ก็คุยกันทั่วไป แบบคนเพิ่งรู้จักกัน ก็สนุกสนานกันไป งานนี้ก็เลยได้คนช่วยคุยเพลิน ฆ่าเวลากันไป จนพอถึงเวลา...

ห้าโมงยี่สิบห้า - คนเริ่มมากขึ้นจนผิดหูผิดตา และส่วนใหญ่ก็เกาะกลุ่มอยู่แถวๆนั้น ในฐานะคนที่รู้ อย่างผม ก็รู้สึกว่า มันจะผิดสังเกตไหมหว่า ก็เลยทำเป็นเดินไปทั่วๆ อ่านเมสเสจบนมือถือไปอย่างนั้น และก็คอยชำเลืองมองพี่จักร ซึ่งจะเป็นคนชูหมวกให้สัญญาณฟรีซ และก็พอสักพัก อาจารย์ศุภเดช จากแบไต๋ (http://www.beartai.com) ก็มาชูนิ้วบอกเวลาด้วย ก็เลยมองๆจากอาจารย์แกอยู่เหมือนกัน พอบทจะได้เวลา ก็ฟรีซกันซะอย่างนั้น เหมือนเดิม ผมไม่ได้เตรียมท่าตามเคย กลายเป็นว่า ยืนท่าไหน กูก็ฟรีซท่านั้น จังหวะยืนหันหน้าไปทางสยามเซ็นเตอร์ซะด้วย แม่งมองขึ้นไปข้างบน อ่าว เช็ด เพื่อนกูนี่หว่า แม่ง มันมองมาจากข้างบน ผมก็เกือบหลุดเหมือนกัน ก็พยายามกลืนน้ำลายแบบแนบเนียน แต่ก็เกือบหลุดอีกรอบ ก็อีตอนคนที่มาถ่ายรูป และก็มาป่วนคนรอบๆตัวผม เห็นมีคนหนึ่งเอาเท้าเหมือนจะยันคนที่ฟรีซอยู่ และก็หัวเราะกับเพื่อนในกลุ่มที่เดินผ่านไปมา ผมก็เอาแล้ว ต่อมฮาทำงาน แต่ท้ายที่สุด ก็รอดจุดๆนั้นมาได้ จากนั้นก็ฟรีซไปเรื่อยๆ ก็มีคนมาถ่ายรูปผมบ้าง แชะๆ ผมก็ทำไม่รู้ไม่ชี้่ ฟรีซกันต่อไป ครั้งนี้ยาวนานกว่าครั้งแรก แต่ก็ทนได้จนหลุดฟรีซ

ห้าโมงสี่สิบห้า - ผมก็ไปต่อแถวรอเซ็นชื่อเพื่อลงเป็นเครดิตตอนท้าย แน่นอนมาแล้ว ต้องขอสอดแทรกสักนิด ก็ระหว่างต่อแถว ก็เผอิญไปเจอ GJ.SONY แห่้ง G SQUARE รายการที่ผมดูอยู่บ้าง ในฐานะคนเล่นเกมนิดๆหน่อยๆ ก็เลยอาศัยความหน้าด้าน ไหนๆก็ไหนๆ ทักพี่เขา พี่เขาก็น่่ารักมาก กันเองดี แต่เพื่อนของพี่เขากันเองกว่า ชวนผมคุยตลอดเลย เพราะพี่แกต่อแถวอยู่หลังผม ก็คุยไปมา คุณโปจิ กับคุณเปเป้ ก็มาพูดๆๆๆ ขอบคุณ อย่างฮา และทั้งสองก็กอดคอก้อมขอบคุณอีกครั้ง เสียงปรบมือ โห่ฮิ้ว คึกคักดี อารมณ์แบบอบอุ่นจริงๆ นี่ขนาดผมไม่รู้จักใครในงานเลยนะ ไม่เจอชาวเอ็กซ์ืทีนเลยสักคน (มันน่าน้อยใจในโชคชะตาตัวเองจริงๆ) แต่ก็รู้สึกเช่นนั้น สักพักก็ถึงคิวผมลงชื่อ ผมก็เสือกมือไว ลงชื่อนามแฝง ไปซะงั้น แทนที่จะลงชื่อจริงๆ แต่เอาเถอะ เขียนไปแล้ว ช่างมัน นามแฝงผม ก็คือชื่อบล็อกนี้แหละครับ แต่ตัดคำว่าบล็อกทิ้งไป

หกโมง - หลังจากลงชื่อเสร็จผมก็บอกลาพี่โซนี่ และก็ขึ้นไปหาเพื่อนที่สยามเซ็นเตอร์ และก็คุยๆกันสักพัก ตรงแถวๆทางเดิน และก็แยกย้ายกลับบ้าน พอลงมา เห็นเจ็ดเก้ามาจอดรอท่าหน้าป้าย งานนี้เพื่อนก็เพื่อนเถอะ กูไม่บ๊ายบายพวกมึงแล้ว รีบกระโดดลงบันไดอย่างเร็ว ขึ้นรถเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ระหว่างทางกลับ ก็มีสายโทรมาเป็นระยะๆ ถามบรรยากาศ ระหว่างตอบพวกมันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก็แอบแช่งพวกมันไปด้วย ปล่อยกูไว้เดียวดาย วันหลัง มีเอาคืนแน่!!!

ท้ายที่สุด ขอบคุณ พี่เปเป้ เสื้อเขียว ต้นคิด , พี่โปจิ เสื้อแดง หัวทอง ที่ดูจะเต็มที่มากๆ , พี่ลิ้ม ที่มาเป็นเพื่อนคุยฆ่าเวลา , คนอื่นๆที่พูดคุยกับผมด้วย และก็ขอบคุณเพื่อนที่ทิ้งให้โดดเดี่ยว ทำให้ผมได้มีโอกาสไปเจอไปคุยกับคนอื่นแบบไม่ต้องกังวลกับอะไร

.

.

บล็อกอื่นๆ
http://paepae.exteen.com/20080420/freeze
http://plugnaja.exteen.com/20080420/freeze
http://peterben.exteen.com/20080420/freeze
http://turbow.exteen.com/20080420/5-m-i-n-s-f-r-e-e-z-e-b-k-k
http://ifew.exteen.com/20080420/freezeeeee-vdo
http://maroommatum.exteen.com/20080420/entry
http://framekung.exteen.com/20080420/thailand-first-freeze-o-o
http://darkzeus.exteen.com/20080420/freeze-2
http://takathenec.exteen.com/20080420/project-freeze-complete
http://kcard.exteen.com/20080420/entry
http://panda128.exteen.com/20080420/freeze

คลิป Official ของ Bangkok Freeze ใครอยากเห็นบรรยากาศ ดูซะ
ถ้าส่้องหาผมในคลิปเจอ ขอให้ถูกหวยรางวัลที่สองนะ (รางวัลที่หนึีง ผมขอ ฮ่าๆๆ)

ข่าวสารอื่นๆ รวมถึุงกิจกรรมต่อๆไป ติดตามได้ที่
http://viralthai.ning.com/

ใครอยากสนุกแบบนี้ด้วย ไป join ได้ที่เว็บข้างบนนะครับ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

พลาดแล้วแฮะเรา...ตกข่าวเรื่อง Freeze ไปซะได้ เพิ่งรู้นี่แหละครับ (จริงๆ)

เรื่องญาติตอนแรกนึกว่า 7 ขึ้น ผสม 7 ลงซะอีกembarrassed เหมือนอ่านนิยายจีนแล้วเจอน่ะครับ...

#1 By on 2008-04-21 02:00

- แถมท้ายด้วย คำที่ใช้เรียกญาติ ของชาวใต้ มาฝากครับ
ผมคนใต้นะครับ แต่ผมรุ้สึกว่านี่มันภาษาจีนรึป่าว embarrassed

- เรื่อง 7 ชั่วโคตร ผมเพิ่งรู้นะครับว่า น้า อา ลุง ป้า รอด -''-



ฟรีซนี่อ่านกี่ทีก็อยากเล่นด้วย

#2 By D û D e ` z on 2008-04-21 02:01

ู#1 นิยายจีน เขานับเจ็ดชั่วโคตรยังไงผมไม่รู้นะครับ แต่ถ้าเป็นของพี่ไทย นับอย่างนี้แน่ๆครับผม เว้นแต่จะฆ่าล้างกันยกตระูกูลจริงๆ

#2 ผมก็สงสัยอยู่ แต่ที่ผมเอามา มันมาจากหนังสือท่องเที่ยวฉบับหนึ่งอะครับ ไว้จะลองหาจากหลายๆแหล่งมากกว่านี้ น้อมรับคำติติงครับผม

ส่วนเรื่องเจ็ดชั่วโคตรก็เช่นเดียวกับ#1 ครับ

#3 By บอมเบย์ on 2008-04-21 02:10

อ่านแล้วไม่เค้าใจเลยอ่ะคุณน้อง...Freeze คืออะไร เล่นยังไง งงsad smile

หรือว่าพี่เชย....คนเดียว sad smile sad smile sad smile

เห็นเค้ารู้จักกันหมด

แต่ว่า 7 ชั่วโคตร นี่ พี่ก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเป็นอย่างนี้นี่เอง....

#4 By Sita on 2008-04-21 10:46

sad smile แล้วตกลง freeze คืออะไรเหรอคะ หนูไอก็ตกข่าวแหะ

#5 By [ i ]Rin on 2008-04-21 12:08

บล็อกคุณโปจิ http://takathenec.exteen.com/ นะ
อันนั้นของคุณ Jedineko ทีมจัด freeze อีกท่านนึงครับ

ขอบคุณมาร่วมกัน freeze ด้วยครับ big smile

#6 By PaePae on 2008-04-21 12:17

อุ๊ย ขอโทษครับ แก้แล้วครับ
ขอบคุณคุณพี่เปเป้มากๆครับผม

ปล. วันหลังผมจะไม่เขียนบล็อกตอนดึกอีกแล้ว ผิดบ่อยเหลือเกินเรา sad smile

#7 By บอมเบย์ on 2008-04-21 12:56

โอ้ ขอบคุณมากครับ ขึ้นลิงก์ให้ด้วย

งานสนุกมากเลยนะครับ ชื่นชมความตั้งใจและอดทนของทุกคนมากๆครับ

ไว้โอกาสหน้าพวกเราอาจจะได้ทำกิจกรรมอะไรดีๆอย่างนี้อีก สนุกมากๆครับ ^^
คนไหนหว่า ไม่เห็นๆ
.
พี่เขียนได้สุดยอดค่ะ มีเวลากำกับหมดเลย อู๋ไปแบบมึนๆ ไม่รู้เวลา ไม่รู้จักใคร เหอๆ
.
ตอนต่อมฮาทำงานเนี้ย ต้องควบคุมกันสุดๆ ๆไม่งั้น ฮามันจะแตก

#9 By พุงพุง on 2008-04-21 19:51

โอ้ย งั้นเราก็เกือบได้เจอกัน เพราะเราก็เกือบจะไปทันฟรีส แต่ช้าไปสิบนาที

#10 By ~@Asami@~ on 2008-04-21 20:17

ผมพลาดตรงที่...ไปดูหนังทับช่วงเวลา4โมง(ดูตอนบ่าย2ครึ่ง เพราะต้องรอเพื่อนถึงเย็น ถ้าไม่ดู ก็ต้องรอไปอีกหลายชั่วโมงเปล่าๆ) แล้วดันไม่รู้ว่า5โมงครึ่งมีรอบ2 ไม่งั้นไปแจมรอบ2ชัวร์ๆครับ

#11 By SkyKiD on 2008-04-21 21:18

เล่นฟรีชแล้วสนุกมาก เรามีเผลิอหลุดไปบ้าง แต่ก็ยังเนียนๆกลับมาได้อยู่ อิอิopen-mounthed smile

#12 By Taki on 2008-04-21 22:11

วันนั้นคงเป็นวันที่วุ่นๆแต่ก็ดูสนุกนะคะ^^

#13 By lamoon on 2008-04-21 22:32

โหย...ยังกะสารานุกรมแน่ะครับ เหอๆ
มาเดี่ยวๆเหมือนกันกับผมเลยครับ ถามเพื่อนก็ไม่มีใครสนใจซักคน เหอๆ ชะตากรรมเดียวกัน
แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ ทุกคนร่วมมือกันดี ^^
สนุกดีๆ

#14 By plugnaja on 2008-04-21 23:07

อิจฉาคนแถวนี้ เชอะๆ อะไรกัน
เสียดายหว่ะ

ทั้งๆที่ลงชื่อไปแล้ว แต่ก็...ไม่ได้ไป เศร้านิดหน่อย
เห็นสนุกสนานกัน ยิ่งเศร้า คราวหน้าไม่พลาด เล่นชัวร์!!
ไปชัวร์ๆ เต็มคุงคราวหน้าไปด้วยกันเด้อ~~ ฮ่าๆๆdouble wink

#15 By back to rei on 2008-04-22 20:41

I had got a desire to begin my business, however I did not earn enough amount of money to do it. Thank God my close dude said to use the personal loans. Hence I received the student loan and made real my old dream.

#16 By Santiago19Mabel (94.242.214.7) on 2011-12-03 22:01