เนื่องจากโลกในปัจจุบัน การติดต่อสื่อสารสามารถกระทำได้ง่ายขึ้นอย่างมากๆ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ การที่เราจะคุยกับคนที่อยู่อีกซีกโลกแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีักต่อไป

และด้วยเหตุนี้ ภาษาสากล อย่างภาษาอังกฤษ (ซึ่งก็กำหนดโดยพวกฝรั่งมังค่า) จึงกลายเป็นภาษาจำเป็น ซึ่งควรจะต้องรู้เอาไว้อย่างยิ่ง ใครจะมาบอกว่าไม่ต้องสนใจภาษาอังกฤษก็ได้ เพราะไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ อาจจะต้องลำบากและเปลี่ยนความคิดในภายหลัง ซึ่งผมเองถึงแม้จะชอบและสนใจในภาษาถิ่นฐานของตนขนาดไหน ก็ไม่อาจปฏิเสธภาษาอังกฤษได้ลง ถึงแม้จะมีกระแหนกระแหนตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า ทีภาษาไทย 44-21-4 มีกฎเกณฑ์เยอะแยะวุ่นวาย ยังศึกษาเข้าสมองได้ แต่ทำไม้ ทำไม ภาษาอังกฤษ มีแค่ a-z แต่ไม่เคยจะเข้าใจมันสักที (แต่ก็ชอบเข้าบล็อกสอนภาษาอังกฤษอยู่ร่ำๆนะ อย่างบล็อกของคุณพี่มานพ หรือ พี่ก๋องภาษาอังกฤษข้างถนน เป็นต้น)

จนในปัจจุบัน ดังจะเห็นได้ว่า มีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษผุดขึ้นราวดอกเห็ด ไม่ว่าจะสอนเพื่อไปสอบเอนทรานซ์ สอนเพื่อเอาไปใช้จริง ฝึกทักษะ สอบเอาคะแนนโทอิก โทเฟล หรือแม้กระทั่ง เอาไปใช่เพื่อประกอบวิชาชีพ และอื่นๆ ซึ่งก็มีหลายระดับ หลากราคาให้เลือกศึกษา แล้วแต่ชื่อเสียง และความนิยมในตัวสถาบัน หรืออาจารย์ผู้สอนที่อยู่ในสถาบันนั้นๆ

และเนื่องด้วยการศึกษาไทยในขณะนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่การศึกษาที่เป็นบริการของรัฐอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินทำทองให้ใครหลายคนสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างอาคารแถวพญาไทได้ (-*-) โรงเรียนธรรมดาสามัญ ไม่ว่าจะรัฐหรือเอกชน มีหรือจะปล่อยโอกาสตรงนี้ให้หลุดลอย เงินทั้งน้านนนน มีอุปสงค์เสนอ อุปทานก็ต้องตอบสนอง

จากที่แต่เดิม ผู้ปกครองคนไหน อยากจะส่งลูกไปอยู่กับภาษาอังกฤษ ให้ได้เรียนทุกสรรพวิชาเป็นภาษาอังกฤษ ก็มักจะส่งลูกพร้อมเงินก้อนใหญ่ไปต่างประเทศบ้างหละ หรือโรงเรียนนานาชาติบ้างหละ (ซึ่งบางแห่งก็เป็นนานาชาติขี้นก)

ผิดกับเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไปเสียเงินเป็นแสน เป็นล้าน มีเงินแค่ครึ่งหมื่น หรือเกือบจะถึงแสน คุณก็ส่งลูกไปเรียนในลักษณะนั้นได้ ด้วยโปรแกรมการเรียนแบบพิเศษ ที่เรียกว่า English Program หรือ EP ไม่ว่าจะโรงเรียนดัง โรงเรียนเล็ก โรงเรียนใหญ่ก็แห่เปิดกันเป็นทิวแถว เหมือนช่วงที่ชาเขียวบูม อะไรๆในตอนนั้นก็ชาเขียว

และที่ดูจะธุรกิจเห็นๆก็คือ การแข่งขันระหว่างโรงเรียน ในการที่จะดึงดูดความสนใจให้ผู้ปกครอง ส่งบุตรหลานและเงินก้อนโตมายังโรงเรียน ก็คือ การประชาสัมพันธ์ ที่เห็นชัดๆก็เช่น การแจกใบปลิว แผ่นพับ ไปออกบู๊ตประชาสัมพันธ์ตามโรงเรียนระดับล่างกว่า หรือแม้กระทั่งออกบู๊ตตามห้าง ก็มีให้เห็นมาแล้ว ซึ่งข้อความหรือเรื่องที่มักจะใช้ส่วนมากก็เช่น

- เรียนกับฝรั่งแม่งทุกวิชา เว้นภาษาไทย พระพุทธ (ซึ่งถ้าสอนได้ ก็คงจะสอนไปด้วยหละ)
- บรรยากาศดี เรียนห้องแอร์
- รับประกันว่าจะมีแต่ลูกคนมีกะตังค์มาเรียน (อันนี้มันของตาย)
- พาไปทัศนศึกษานี่โน่นนั่น มีอิงลิชแคมป์ พาไปสิงค์โปร์ มาเลเซีย (ทำไมไม่พาไปอังกฤษให้รู้แล้วรู้รอด)

หรือ ไม่ก็นู่นเลย พ่วงแถมด้วยการอาจจะพาลูกคนไปสอนมารยาทการรับประทานอาหารที่โรงแรมระดับห้า ดาว (โรงแรมที่พี่วิชัยทำอยู่รึเปล่า) ก็ว่ากันไป (อันท้ายนี่ไม่ได้ประชดนะครับ มีจริงๆ)

บางโรงเรียนก็อาจจะไม่ได้มาแนว EP แต่อาจจะมาในรูปของ MEP1 หรือไม่ก็ Gifted2 ซึ่ง หลักๆก็คือโปรแกรมพิเศษที่เข้ามาเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ปกติ (ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ศึกษา) และก็เน้นเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องหลักๆ

ซึ่ง ถ้าพูดในด้านวิชาการ ก็อยากที่บอกนั่นคือวัตถุประสงค์หลัก หรือจุดขายของทุกโรงเรียนอยู่แล้ว อันนี้วางใจได้ว่า ลูกคุณจะได้รับการอัด ยัดเยียด วิชาการเต็มขั้นแน่ๆ ซึ่งมากจนลูกของคุณเองก็อาจจะรับไม่ไหว โดยอาจารย์ผู้สอน บางโรงเรียนก็เอาอาจารย์ที่สอนในโรงเรียนนั่นแหละมาสอน วิชาไหนต้องใช้ชาวต่างชาติสอนดังคำโฆษณา ก็ต้องจ้างมาเป็นพิเศษ บางโรงเรียนก็จ้างหรือเชิญระดับหัวกะทิยกชุดมาสอนให้เฉพาะเลยก็มี (ซึ่งบางทีหัวกะทิที่ว่า ก็อาจจะสอนดีสู้อาจารย์ธรรมดา ไม่มีอะไรนำหน้าชื่อไม่ได้เหมือนกัน)

แต่สิ่งที่ผมวิตกจริตไปคนเดียว ตอนนี้ ก็คือ ผมเห็นหลายๆโรงเรียน ไม่ว่าจะเล็ก กลาง หรือใหญ่ก็ตาม กำลังให้ความสำคัญกับโปรแกรมพวกนี้มากจนเกินไป จนบางทีอาจจะลืมนึกถึงเด็กโปรแกรมธรรมดาว่ามีตัวตนอยู่ในโรงเรียน

อย่าง เช่น เวลาส่งเด็กไปแข่งขันอะไร ก็มักจะส่งพวกเด็กโปรแกรมพิเศษเหล่านี้ไปก่อนเสมอ เวลามีค่าย หรือมีกิจกรรมสัมมนาอะไร ก็จะเอาเด็กพวกนี้ไปก่อน ทั้งๆที่เด็กโปรแกรมธรรมดา อาจจะมีความสามารถมากกว่าก็ได้ แต่แค่เพียงเพราะไม่มีตังค์ให้โรงเรียนได้มากเท่าเด็กกลุ่มนั้น เลยไม่ถูกนำมาขัดเกลา หรือไม่มีโอกาสหยิบยื่นให้อย่างนั้นหรือ

และ ยิ่งไปกว่านั้น บางโรงเรียน ทั้งผู้บริหาร ครูอาจารย์บางคน ก็จะโอ๋เด็กเหล่านี้จนออกนอกหน้า แบ่งชนชั้นให้เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ลูกของคุณอาจจะถูกล้างสมองจากบุคคลกลุ่มนี้ ที่ดูหวังดีแต่อาจจะประสงค์ร้าย ว่าเป็นเทวดา นางฟ้าจุติลงมาเกิดบ้างหละ (อันนี้ผมก็พูดเกินไปนิด) ลูกคุณเก่งและเหนือกว่าเพื่อนๆบ้างหละ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

หากตัวเด็กเป็นคนที่ติดดินเป็นทุนเดิม หรือไม่ได้สนใจไอ้เรื่องพรรค์นั้น มันก็ดีไป เพราะเขาก็คงจะไม่แคร์ต่อไป อยู่ได้ในสังคมอย่างปกติสุข

แต่หากลูกคนเป็นคนอ่อน หัวสูง ไม่เคยพบเจอกับความลำบาก หรือเรื่องกดดัน มาเจอผู้ใหญ่ให้ท้ายก็ไปกันใหญ่สิครับ อาจจะกลายเป็นคนเย่อหยิ่ง มั่นใจในตัวเองสูงมาก แบบว่าที่ผู้ว่ากทม.คนหนึ่ง (อะไรมันจะขนาดนั้น อีตาบอมเบย์ )

และ การที่ผู้ใหญ่ไปแบ่งแยกชนชั้นให้เด็กแบบนี้ มันกลายเป็นว่า เด็กโปรแกรมพิเศษ กับเด็กธรรมดา เหมือนอยู่กันคนละซีกโลก คนละระดับกัน ถ้าเด็กไม่เ้ข้าไปคุยกันเอง (ซึ่งก็มีเพียงแค่บางส่วน)

มีน้องจาก โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านเขตทหารในกรุงเทพ เล่าให้ผมฟังแบบเชิงน้อยใจว่า ที่โรงเรียนเขาจะมี ครูคนหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยตำแหน่ง เพราะอาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท ประมาณว่า พอเด็กธรรมดามาไหว้เขา เขาจะไม่รับไหว้ แบบเชิด บางทีเห็นก็จะทำเป็นไม่เห็น แต่พอเด็ก EP มาไหว้เขา พฤติกรรมกลับตาลปัตรเลย คือนอกจากจะรับไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้ว ยังมีคำทักทายที่แสนเสนาะหูออกมาว่า "สวัสดีค่ะลูก เป็นอย่างไงบ้างค่ะ ..." และก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เป็นเช่นนั้น

ดูไปดูมา ไม่ต่างอะไร กับไอ้สิ่งที่เรียกว่า ทุนนิยมเอาเสียเลย (ถึงแม้ผมจะไม่ชอบทุนนิยม แต่ผมก็ไม่เคยชื่นชมกับไอ้ม็อบพันธมิตรที่ปักหลักอยู่ตอนนี้แต่อย่างใด)

.

.

จริงๆแล้วทุกสรรพสิ่งมันก็มีข้อดี ข้อเสียของตัวมันอยู่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณา

ด้วย ประสบการณ์อันน้อยนิดของกระผม ผมขอแนะนำว่า หากท่านจะหา EP ดีๆสักแห่ง เพื่อส่งลูกคุณไปเรียนต่อ ลองไปสำรวจหลายๆที่ครับ (ไม่ต้องโรงเรียนดังๆก็ได้ เพราะการแข่งขัน และค่าใช้จ่ายมหาศาล) และต้องอย่าเชื่อคำโฆษณาจากใบปลิวหรือการบอกต่อเด็ดขาด จนกว่าจะได้ไปพิสูจน์เอง คือ คุณเมื่อคุณไปสำรวจ คุณต้องเข้าไปให้เห็นถึงสถานที่จริง ห้องเรียนจริง ไปลองด้อมๆมองๆดูบรรยากาศการเรียน ว่าเป็นอย่างไร ถ้ายามหน้าโรงเรียนไม่ให้เข้าไม่ไว้ใจก็ใช้ไม้ตายว่าจะมาดูการเรียนการสอน ส่งลูกมาเรียน EP เชื่อเหอะครับ ใช้ไม้นี้ ร้อยละเก้าสิบ ยอมทุกราย หรือถ้ายามมันกวนตีน ก็ให้มันมาประกบเลยก็ได้ 

หลัง จากด้อมๆมองๆดูบรรยากาศการเรียนแล้ว หลังเลิกเรียนก็ลองเข้าไปคุยกับเด็ก EP ตัวเป็นๆเลย ว่าบรรยากาศการเรียนเป็นอย่างไร ดีมั้ย โอเคมั้ย ถ้าเจอผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้นก็ลองสอบถามเพิ่มเติมดูอีกชั้น ก็ไม่เสียหลาย ก่อนจะต้องจ่ายตังค์ แล้วมานั่งเสียใจทีหลัง

จำไว้ สำหรับโครงการพวกนี้ คำพูดจากครูที่ดูแลโครงการ และผู้บริหาร มักเชื่อไม่ได้เต็มร้อย เพราะมักจะโม้แหลกน้ำลายแตกฟอง

และ ด้วยประสบการณ์อันน้อยนิดอีกนั่นแหละ ผมก็เห็นว่าเด็ก EP , MEP , Gifted หลายคน เรียนจากที่โรงเรียนเสร็จ ก็เห็นยังไปนั่งเ้รียนกวดต่ออีก ไม่อิ่มกันซักที (ซึ่งจริงๆมันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ แสดงว่าใฝ่รู้) จนบางทีก็สงสัยว่า ไอ้บางคนที่สอบติดมหิดล สอบติดเตรียม หรือถ้าม.ปลายก็ติดจุฬา ธรรมศาสตร์ ชิงทุนกพ. ทุนนอก ติดเพราะโครงการพิเศษที่เรียน หรือติดเพราะกวดวิชากันแน่ ซึ่งไม่ว่าจะติดด้วยวิธีไหน ถ้าติดแล้วละก็ เข้าทีโรงเรียน เก็บเป็นผลงาน เอาลูกคุณไปโปรโมตกับรุ่นใหม่ต่อๆไปแน่นอน

หลายๆคน เรียน EP มา 3ปี 6ปี ก็ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้ หรือใ้ช้ได้ บางทีก็ไม่ต่างไปจากเด็กโปรแกรมธรรมดาด้วยซ้ำ เพราะเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่อยู่ที่หลักสูตร หรือสถานศึกษา หากอยู่ที่ตัวเด็กเอง และผู้ปกครอง ครอบครัวต้องร่วมด้วย ซึ่งถึงแม้ลูกคุณจะเรียนโปรแกรมธรรมดา แต่ตัวเด็กเชื่อฟัง ใส่ใจ พ่อแม่ ครอบครัวใส่ใจให้ความสำคัญกับเด็ก สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และก็ไม่ืลืมหยอดภูมิคุ้มกันไว้เพื่อเผชิญสิ่งที่เลวร้าย บางทีอาจจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีกว่า และออกมาเป็นบุคคลที่ไม่ได้แค่เก่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนดีอีกด้วย

.

.

สุด ท้าย ถึงแม้ว่าผมจะให้ EP หรือ โครงการพิเศษอื่นๆ ดูเป็นผู้ร้ายไปสักนิด แต่ก็ขอยืนยันว่า ยังมี EP หรือโครงการพิเศษที่ดี สอนให้เด็กเก่งระดับเทพ และไม่ปลูกฝังว่า เด็กเหล่านั้นเป็นเทวดา นางฟ้า อยู่อีกมากมายหลายโรงเรียน

 

## โรงเรียนที่เปิด EP เป็นโรงเรียนแรก คือ โรงเรียนโยธินบูรณะ  ก่อนที่จะมีโรงเรียนอื่นขอเปิดตามอีกมากมาย ##

จาก # 9 โดย คุณ SRP

ผมคิดว่าแล้วแต่คนครับ ถ้าคนตั้งใจเรียนถึงจะไม่ EP ก็เก่งภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าไม่ตั้งใจเรียนต่อให้อยู่ EP มันก็คงจะไม่ได้ประโยชน์ซักเท่าไหร่

ส่วนโรงเรียนโยธินบูรณะไม่ใช่โรงเรียนแรกที่เปิด EP นะครับ เมื่อกี้ลองเช็คจากเว็บ โรงเรียนโยธินบูรณะเริ่มปี 2541 แต่มีโรงเรียนสาธิตปทุมวันเริ่มปี 2540 ครับ (แต่ไม่แน่ใจว่ามีใครเปิดก่อน 2540 อีกรึเปล่า)

--------------------------------------------------------------------

ที่จริงเรื่องนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับ ว่าโรงเรียนไหนเป็นโรงเรียนแรก เลยลอง Search หาดู ไปเจอในวิกิพีเดีย เลยอ้างอิงตามในนั้นครับ แต่ถ้าใครมีข้อมูลสดใหม่กว่า ก็มาแย้งได้นะครับ ผมจะได้ทราบไปด้วย

 

ความเห็นเพิ่มเติม (ตัดทอนมาแสดงบางส่วน) จาก # 42 โดย คุณ So Gallagher

ป.ล. เท่าที่จำได้ โยธินไม่ใช่ รร แรก ที่มีอีพีนะครับ เพราะตอนสอบเข้าไป ก็ยังไม่คนพูดว่า รร นี้ตามแบบ รร อีก รร นึง????

 

-----------------------------------

1 MEP คือ โปรแกรมการเรียนแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษผสมผสานกันไป แล้วแต่ความเหมาะสมของรายวิชา หรือรายละเอียดหลักสูตรอื่นๆที่ทางโรงเรียนกำหนด และได้การรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ

2 Gifted คือ โปรแกรมการเรียนเพื่อส่งเสริมผู้ที่มีพรสวรรค์หรือทักษะที่ดีเยี่ยมทางด้าน วิชาการ ให้มีโอกาสได้ต่อยอดทางการเรียนรู้มากกว่าหลักสูตรสามัญปกติ โดยในโปรแกรมนี้จะมีการคัดนักเรียนในระดับหัวกะทิเข้ามาเรียนเท่านั้น โดยมากมักจะมีสองรูปแบบคือ เน้นเก่ง (จ่ายเงินแพงกว่าปกตินิดหน่อย และมีการสอบคัดเลือกแบบเข้มข้น) และเน้นเงิน (จ่ายแพงกว่าปกติมาก และมีการสอบคัดลอกพอไม่ให้ดูน่าเกลียด ว่ามันง่ายเกินไป ซึ่งทางโรงเรียนก็จะไม่ได้แจ้งให้ผู้ปกครองทราบหรอก ว่าที่สอบนะ สอบเล่นๆเท่านั้นแหละ)

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เห็นด้วยหยั่งแรงค่ะ Hot! Hot!

ครูลำเอียงอ้ะ sad smile

#1 By b e s on 2008-06-19 22:38

ราชภัฏเชียงใหม่ก็เปิด
EP นี่ล่ะแต่รู้สึกจะเปิดมาได้ 2 ปีล่ะมั้ง
ไม่เคยสังเกตเลยอ่ะ
พึ่งจะมาเห็น ก็ตอนรับน้องปีนี้น่ะล่ะ
ไม่รู้ว่าเรียนเป็นไงมั่ง...อิอิconfused smile

#2 By robocon on 2008-06-19 22:40

บางแห่งก็ไม่รู้จะเปิดไปทำไม ไม่พร้อมอีกตะหากsad smile

#3 By on 2008-06-19 22:52

อ่านมาแล้ว ผมชอบเด็ก EP อ่ะ แข่งกันดี อิอิ (อะไรมันจะแข่งกันได้ตลอดเวลา) ล้อเล่นครับ

เป็นเด็กธรรมดาดีกว่า ดูไม่เครียด เป็นกันเอง คุยด้วยแล้วจะไม่เครียดแน่นอน Hot!

#4 By หนึ่ง on 2008-06-19 23:06

จริงๆแล้ว ผมว่าเด็ก EP ส่วนใหญ่เค้าก็ไม่ได้เคร่งเครียดอะไรกันหรอก

ถูกผู้ใหญ่ีรุมยัดเยียดให้ซะมากกว่า sad smile

#5 By บอมเบย์ on 2008-06-19 23:08

EP ไม่ได้ช่วยให้เด็กฉลาดขึ้นเลย.... เห็นมากับตาสุดท้ายมาถามศัพท์ภาษาอังกฤษเราซะงั้นว่าคำนี้มันแปลว่าอะไร.... sad smile (เราเลยไล่ให้ไปเปิดดิกซะ ถึง EP ยังไงขี้เกียจเปิดศัพท์มันก็ไม่ได้ช่วยให้เก่งขึ้นมาหรอก)

ปล.พวกนี้มันไม่ได้เครียดหรอกค่ะ แต่เป็นการสั่งสมอีโก้ของตัวเองมากกว่า ยกตนให้อยู่ในระดับสูงกว่าเด็กธรรมดา... อ้า....การศึกษาไทย....sad smile

#6 By *~citrus~* on 2008-06-19 23:22

ผมว่ามันไร้สาระ เอาครูไทยมาพูดอังกฤษไม่ชัดสอนซะมาก
ไปๆมาๆ แทนที่จะได้ตั้งใจเรียนเนื้อหาวิชา
ต้องมาลำบากแปลภาษาอีกชั้นอีก

จ่ายแพงขึ้น เพื่ออะไร
แล้วจบออกมา เด็กพูดอังกฤษปร๋อ 100% หรือเปล่า

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-06-19 23:35

อืม จริงๆแล้วเอาภาระทั้งหมดไปทิ้งไว้กับรัฐ มันก็เหมือนโยนขี้น่ะ ให้รับผิดชอบทุกอย่าง สุดท้ายแล้วก็โวยรัฐอยู่ดี

#8 By songsage on 2008-06-19 23:37

ผมคิดว่าแล้วแต่คนครับ ถ้าคนตั้งใจเรียนถึงจะไม่ EP ก็เก่งภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าไม่ตั้งใจเรียนต่อให้อยู่ EP มันก็คงจะไม่ได้ประโยชน์ซักเท่าไหร่

ส่วนโรงเรียนโยธินบูรณะไม่ใช่โรงเรียนแรกที่เปิด EP นะครับ เมื่อกี้ลองเช็คจากเว็บ โรงเรียนโยธินบูรณะเริ่มปี 2541 แต่มีโรงเรียนสาธิตปทุมวันเริ่มปี 2540 ครับ (แต่ไม่แน่ใจว่ามีใครเปิดก่อน 2540 อีกรึเปล่า)

#9 By SRP on 2008-06-19 23:41

รร. เราเป็น รร.พี่ รร.น้องกับโยธินอ่ะ
มี EP มา 4 ปีละ
เราเคยมีโอกาศได้ไปเรียนที่โยธินด้วย
(ก็เป็นรร.พี่น้องกันอ่ะนะ มีแลกเปลี่ยน)

Hot!

พูดตรงๆว่า มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

แต่เด็กธรรมดาไม่ชอบเด็กEP
(ที่ รร.เราอ่ะนะ หรือทั่วๆไปด้วยมั้ง......)
เพราะมันแบ่งแยกกันอย่างเห็นได้ชัด



PS. แต่ รร.เราใช้ครูต่างชาติเลย



Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By {S-sinequanon-N} on 2008-06-19 23:50

เพื่อนเก่งๆผมไม่เห็นมีใครมาจาก EP

คนมันเก่ง เรื่องภาษา ส่งไปนอกซัก 6 เดือนก็เป็น

#11 By book on 2008-06-20 00:13

พระพุืืทธฯ ที่โยธินสอนเป็นภาษาอังกฤษครับ sad smile

มันก็ขึ้นกับเด็กด้วยนะครับ

ผมจบม.3 ep มาคิดว่าอ่านภาษาอังกฤษคล่องกว่าปกติเยอะนะครับ (แต่พูดไม่ได้แล้ว) ส่วนเรื่องแปล แปลไม่ได้แต่อ่านแล้วพอจับใจความได้ก็มีไม่น้อยครับ

เรื่องแบ่งชนชั้น.. ผมเองก็ไม่ชอบนะ แต่เด็กบางคน รวมถึงครูบางส่วนก็ทำให้มันมีจนได้
อาจารย์บางคนโอ๋เด็กep แต่ก็มีบางคนที่จะติเตียน ep แล้วจะพูดว่า พวกเธอจ่ายเงินมาเยอะกว่าใช่ว่าจะไม่ต้องทำตามระเบียบโรงเรียนนะ..ฯลฯ บ่อย ๆ ก็มี

...ส่วนตัวอย่างอาจารย์ที่ว่ามา ...หวังว่าคงจะไม่ใช่อาจารย์ที่ผมคิดอยู่นะ...sad smile

#12 By 「♭Mystery」 on 2008-06-20 00:19

ใช้ชีวิตโดยมีคลาส EP ไล่หลังมาตลอด
(คือมันมาเริ่มปีที่เราจะออก)
แต่ไงแม่ก็ไม่ยอมให้เรียนหรอก
บอกว่าหลักสูตรมันไม่เหมือน พอไปสอบเข้ามหาลัยก็วุ่นอีก
อืม แต่ตอนนี้อังกฤษเราก็ระดับคุยกะฝรั่งรู้เรื่อง ก็โอเคแล้วแหละเน้อ
(แต่ยังไม่โอเคสำหรับเอาไปสอบนะคะ =_= ขยันหน่อยสิเว้ย!)
ผมเรียน EP ปวช. มา

รู้สึกว่า อ่าน เขียน แปล

คล่องขึ้นนะ

เหลือแต่
สนทนาเนี่ยสิ

ตกตั้งแต่ ปี 1 จนถึง ปี 3

sad smile
เห็นด้วย ใน หัวข้อ ที่ก่อนส่งลูกเรียนEP งับ -3-

ข้าพเจ้า เป็นเด็ก EPอ่าฮะ

แทนที่ จะ ถูกครู เอาใจ ใส่ เหอะๆ เหมือนหมาหัวเน่าซะมากกว่า

โรงเรียน ข้าน้อย เค้าไม่ได้แคร์ อะไรเด็ก EP เลย
อึ๋ย...อ่านแล้วกระแทกใจเด็กอีพีเลยค่ะ

ใช่ๆ อาจารย์ฝรั่งบางคนเป็นอย่างนั้นจริงๆ
เพราะว่ามีเพื่อนเป็นภาคปกติเยอะ คนฝั่งโน้นก็เขาเคยมาคุยว่า อาจารย์คนนี้ดุสุดๆ แต่พอเราเรียนกับเขากลับรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยดุ....โอ้ย...รู้สึกเหมือนโดนอ.หลอกลวงค่ะ
(แต่ตอนนี้แกลาออกไปแล้วล่ะ...เอิ้กส์..)

เฮ้ย....ไอ้ไปร้านอาหารห้าดาวนั่นมีจริงๆนะ ใครที่ไม่เชื่อขอบอกว่ามีจริงๆ
โรงเรียนตูนี่แหละ ....=w=lll
ตอนไปก็แบบว่า...อะไรของมันวะ...รู้สึกกระดากอายแทนอาจารย์ที่เสร่อพามายังไงชอบกล...

อ่า แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันแย่ไปหมดนะ...นี่อังกฤษก็ดีขึ้นจริงๆ วันก่อนเห็นเด็กม.6. หิ้วหนังสือตำราเรียนอันเดียวกับที่เราเรียนตอนม.2เดินผ่านหน้าไป....อ...โอ้ว....=w=lll

ปล. เอ....แต่โรงเรียนเราก็มีอาจารย์ที่ชอบมาอบรมประมาณว่า "เอ็งเป็นเด็กอีพี ใช่ว่าเอ็งจะมีสิทธิเหนือคนอื่นเขานะ" อยู่เหมือนกัน
ปล.2 อ.ที่สอนดีๆก็มีอยู่นะ อ่า...ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นไปซะหมด บางคนเค้าก็พูดเลยว่า "คุณจะเป็นลูกใครมาจากไหนผมไม่สน" ก็มี....

#16 By D.C.เก้าแต้ม on 2008-06-20 06:43

น่าสนใจเว็บนี้ดิไม่เท่าไรhttp://www.dekyim.org

#17 By dekyim_toomtam (118.172.65.192) on 2008-06-20 07:52

เป็นเด็กEPรุ่นที่สองของโรงเรียนโยธินบูรณะเลยค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นมีคนมาดูงานเยอะมากกกกกกก

แต่ความรู้สึกตอนนั้นตรงข้ามกับที่พี่เขียนมากเลยนะคะ รู้สึกเหมือนเป็นตัวแปลกปลอมในโรงเรียนมากกว่า ถูกเด็กภาคธรรมดาหมั่นไส้ว่าเรียนห้องแอร์แล้วพวกคุณครูก็เขม่นตลอดด้วยค่ะ ยิ่งตอนหลังๆโดนเอาเงินค่าเทอมของพวกเราไปติดห้องแอร์ให้ภาคธรรมดาอีก(แต่เค้าก็ยังเกลียดพวกเรากันอยู่)

ตอนหลังเลยออกมาอยู่ รร อื่นค่ะ

ไม่ทราบเหมือนกันนะคะว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว ถ้าเป็นแบบที่พี่บอกจริงๆก็แปลกดีนะคะ เวลาแค่ไม่กี่ปี ทัศนคติต่อEPมันเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหลอเนี่ย จากที่ตอนนั้นรู้สึกเหมือนพวกเราเป็นนางเอกพระเอกที่โดนกลั่นแกล้งเลย 55555

#18 By wouldn't it be nice on 2008-06-20 08:36

แล้วแต่โรงเรียนมากกว่า
บางที่ก็กีดกันและกัดกันจกอ.ธรรมดาและนักเรียนธรรมดาด้วยซ้ำ
จนอยากจะแยกโรงเรียนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
มองต่างมุม คิดต่างกัน
มันแล้วแต่โรงเรียนจริงๆ...
Hot!

#19 By -Zean-志不亮 on 2008-06-20 08:40

ในฐานะที่ผมส่งหลานเรียน EP ชั้นประถมนะครับ
ผมว่าประโยชน์ของมันมีดีอย่างเดียวคือภาษาอังกฤษจะแน่นมาก แต่วิชาอื่นๆไม่ว่าคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จะอ่อนกว่าตำราเรียนของไทยเสียอีก

ค่าเล่าเรียนที่แพงมหาโหด ช่วยการันตี(แบบที่คุณบอก)ว่าเพื่อนในชั้นเรียนเป็นพวกมีเงิน ซึ่งดูเหมือนสังคมที่ได้จะดีกว่า

แต่จริงๆแล้วยังมีอีกสาเหตุที่มี EP ในโรงเรียนเอกชนหลายๆแห่ง ก้เพื่อรองรับเด็กที่สอบเข้าปกติไม่ได้ เด็กที่หาที่เรียนไม่ได้ โดยโรงเรียนจะรับ แป๊ะเจี๊ยะ แพงมหาศาลเช่นกัน เหมือนภาคพิเศษของมหาลัยฯ ที่รับเด็กเอ็นไม่ติดเข้ามาเรียน หลัจากที่เปิดเทอมไปแล้วครับ

#20 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-20 09:18

EP หลายๆที่คงจะดี แต่อย่างน้อยๆ EP ที่ร.ร.จังหวัดผม (ขอนแก่น) ก็ไม่ได้ดีอะไรไปกว่าเด็กปรกติเลย จริงๆนะให้ตาย
หัวเด็กมันไม่พร้อมอ่ะ แล้วก็เอาภาษาอังกฤษไปยัดๆให้มันทั้งชม. เด็กที่มาเรียนพิเศษกับผมก็เป็นเด็กน้อย EP ทั้งนั้น แต่ที่มันมาเรียนเพิ่มคือเรียนภาษาอังกฤษนะ แล้วศัพท์เศิพอะไรก็ไม่ได้เรื่องเลย อ่านก็อ่านไม่ออก แต่จำเป็นคำๆแบบนกแก้วนกขุนทอง ชวนให้อาจารย์สอนพิเศษอย่างกระผมอยากจะเอาหน้ากระแทกโต๊ะม้าหินอ่อนตาย

ผมว่า EP เกินความจำเป็นเกินไป คนที่เรียนแล้วได้ผลดีผมก็เชื่อว่ามี แต่ที่ไม่ได้ผลก็เยอะ และเรื่องแบ่งชนชั้นมันก็มีจริงๆซะด้วยสิ ในร.ร.อนุบาลจังหวัดนี่เอง
อย่างน้อยอยากจะบอกว่าคนที่เพิ่งเรียน Eng เอาป.5 หรือเรียนโปรแกรมธรรมดา ก็เติบโตมาเก่งภาษาบรม ขณะที่เด็ก EP มากมายจะเข้าม.1 ก็ยังสอบภาษาอังกฤษไม่ได้ก็มีถมไป มันทำให้ผมล่ะเบื่อ EP จริงๆว่าจะเปิดมาหา hawk อะไร
ปล. ข้อมูลส่วนท้องถิ่นผม ที่อื่นไม่ทราบนะ sad smile

#21 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-06-20 10:44

ยังมี EP หรือโครงการพิเศษที่ดี สอนให้เด็กเก่งระดับเทพ และไม่ปลูกฝังว่า เด็กเหล่านั้นเป็นเทวดา นางฟ้า อยู่อีกมากมายหลายโรงเรียน



ก็นักเรียนเหมือนกัน
แค่สอนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นเอง ...

big smile

#22 By a.while on 2008-06-20 11:32

เรียนอีพี
ข้อดีเยอะ ข้อเสียแยะ

ข้อดี
ภาษาอังกฤษจะซึมสู่สมองโดยไม่รู้ตัว โอเคอาจจะไม่ได้ตั้งใจมากมาย แต่เหมือนกับโดนป้อนซ้ำๆ จนได้ไปเอง

ถ้าได้อยู่ในห้องดี ก็สภาพแวดล้อมดี บรรยากาศการเรียนก็ดี

มีกิจกรรมที่ไหนอะไรยังไง เค้าจะมาป้อนก่อนเลย มีจัดติว บลาๆ

แต่ในทางกลับกัน

มันเป็นอะไรที่มั่วซั่วด้านวิชาการมาก
เนื่องจากอาจารย์ไม่ใช่จะหาง่าย ครูที่มาสอนก็นะ..-_-'' บางทีก็สอนเนื้อหาทับซ้อนกันบ้าง บางทีก็ขึ้นเรื่องใหม่บ้าบอไปเลย
มันทำให้่ไม่เกิดความต่อเนื่องในบทเรียนน่ะ
การบ้านก็ไม่ค่อยให้ คะแนนไม่ค่อยเช็ค บางคนในมั่วเลย!?

นอกจากนั้นแล้ว ระดับความตั้งใจเรียนจะลดหลั่นลงไปอย่างมาก บางทีคุยกับคนอื่นยังตกใจ เฮ้ย ในห้องมันทำงี้ไม่ได้หรอ คุยไม่ได้หรอ ทำไมเราทำล่ะ ==''สัมมาคารวะแทบจะไม่เหลือ

เรียนอีพีไม่ได้เครียดนะ ออกจะสบาย(จนเ้กินไป)ด้วยซ้ำ

ถึงกระนั้น
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำจ้่ะ confused smile
ทุนนิยมsad smile sad smile sad smile

#24 By (^_^)/nana on 2008-06-20 12:25

Hot! เห็นด้วยๆๆ บางครั้งอาจารย์บางคนก็ไปยกยอปอปั้นเด็กจนเกินไป ทำให้เด็กๆที่ไม่รู้อะไรหลงคิดว่าเป็นเรื่องจริง บางครั้งก็พูดให้เด็กๆเกิดความรู้สึกแบ่งแยกกันอีก มีชนชั้นวรรณะ บลาๆๆ

ปล. ขอแอดนะคะ

#25 By Hisaki on 2008-06-20 13:22

เห้ ไอ้เค้าคอร์สกินอาหารโรงแรมนี่ไม่ต้อง EP ภาคปกติก็มีนะฮะ (บ่อยอีก เพราะแปบๆเด็กลืม 555)

แล้วโรงเรียนผมนี่ไม่เห็นไอ้เด็กEP มันจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษเกินหน้าเกินตาตรงไหน อาจจะแค่ได้ใช้ของหรูกว่า ดีกว่า(เพราะจ่ายแพงกว่า)
มันถูกแบ่งแยกจากเด็กภาคปกติน่ะฮะ หรือก็อาจจะเป็นเพราะตึกมันแยกตัวออกไป เลยรู้สึกเหมือนคนละโลก
แต่เด็กอีพีคือเหมือนอยู่คนละโลกน่ะเห็นด้วย แต่ไม่ได้เป็นโลกที่ต่างชั้นอะไรขนาดนั้น
ก็เป็นแค่อีกกลุ่ม ที่ไม่มีโอกาสได้สนิทกัน (เพราะทำอะไรแยกกันตลอด) ก็แค่นั้น

เค้าจะไม่รู้สึกว่าตัวเองสูงส่งไฮโซอะไรหรอก ถ้าเราไม่ไปมองยกย่องให้เค้าเป็นแบบนั้นเอง
มันเป็นเพราะสภาพสังคม

ป.ล.แล้วทำไมเด็กอีพีต้องถูกมองว่าเก่งระดับเทพด้วยล่ะ??? มันวัดกันตรงไหน แค่เรียนภาษาอังกฤษหรอ

#26 By charot (58.147.83.194) on 2008-06-20 14:00

เคยเกือบได้เข้าโปรแกรม Gifted ค่ะ แต่คะแนนตอนทดสอบน้อยไป 1 คะแนน เลยไม่ได้ไปอยู่กับเพื่อน

ตอนนั้นเศร้านะ แต่ตอนหลังเราสอบได้ทุนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา

พอมองย้อนไป มันทำให้เรารู้สึกตัวว่า ได้ประสบการณ์มากกว่า และได้ใช้ชีวิตในช่วงเวลามัธยมมากกว่าด้วย
ในขณะที่เพื่อนที่เรียน Gifted ต้องเรียน ทำงาน ส่งงาน แต่เรากลับได้ใช้เวลาวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน

เพื่อนใน Gifted บางคนมักจะได้รับความสนใจจากอาจารย์ ในขณะที่เด็กธรรมดาไม่ได้รับการสนใจเท่าที่ควรในหลายครั้ง

แต่เราเชื่อว่า ตัวเด็กและผู้ปกครองเองก็มีส่วนทำให้อะไรหลายๆอย่างดีขึ้นและแย่ลงด้วยเหมือนกันค่ะ

#27 By BD401 on 2008-06-20 14:36

EP เสียตังครับ แพงด้วย แต่สอบบางที่ไม่ได้ แต่เอาแค่ connection ก็พอมั้ง

#28 By Shuu Exteen on 2008-06-20 16:51

เห็นด้วย เพื่อนเราก็เรียนEPเห็นเค้าว่าสอบ
แต่ว่าอังกฤษมันก็ไม่ดีเท่าเท่าเราเลยนี่นา sad smile
สงสัยจะเรียนไปทำด๋อยอะไร เก่งน้อยกว่าพวกสามัญ Hot! Hot! Hot!

#29 By reiya on 2008-06-20 17:03

ถ้าคุณบอมเบย์ลองมาเป็นนักเรียน EP ที่ ย.บ. จะรู้สึกกลับกันเลยครับ (หัวเราะ)

ผมเรียนโครงการนี้มาเป็นปีที่ห้าแล้ว ต้องบอกตามตรงว่า นักเรียนภาคนี้ได้รับสิทธิ์ที่นักเรียนฝั่งภาคธรรมดา (จากนี้ไป จะขอเรียกว่า ฝั่งไทย โดยไม่มีความหมายแบ่งแยกดินแดงใดๆทั้งสิ้นฮะ เป็นภาษาปากน่ะครับ) ไม่ได้รับก็มีอยู่เหมือนกันครับ แต่จะให้ให้พูดกันแบบขวานผ่าซากอ้อย แบบมะนาวไม่มีน้ำแล้ว ผมคงจะขอประกาศว่า ที่ผมได้ในบางส่วนมากกว่า ก็เพราะผมจ่ายแพงกว่านะครับ..

ที่ออกตัวไปก่อนก็ไม่ใช่อะไรหรอกฮะ ผมกลัวว่าผู้อ่านคนอื่นๆจะคิดว่าผมมาออกหน้าแทนต่างหาก ครับ เดี๋ยวจะกลายเป็น ออกมาเข้าข้างตัวเองไป

EP ณ ย.บ. คือชนกลุ่มน้อยครับ ด้วยบางสิ่งที่ต่างกันในระบบการศึกษา ทำให้นักเรียน EP ถูกมองจากนักเรียนภาคไทย ผู้มีจำนวนมากกว่า ว่าเป็นผู้เอาสิ่งที่ตนสมควรได้ไปเสียหมด และเกิดการแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายขึ้นในหมู่ อ. และ นักเรียน

พูดๆไปยังกะหนังจีนแตกพรรคในสำนักนะครับ แต่ผมรับรองว่าเรื่องจริงนะนี่

นักเรียนเขม่นกันไม่พอ อ.นี่ล่ะตัวดีเลยครับ เพราะห้องวิชาการของสองโครงการมันไม่ใช่ห้องเดียวกัน อ.คนนึงก็ทำงานสำหรับโครงการหนึ่งโครงการใดไปเลย

แล้วมันจะไม่แบ่งฝ่ายอย่างไรไหวล่ะครับ?


อ.ภาคธรรมดาก็ (บางท่านนะฮะ) ก็ชอบมาเขม่น EP ครับ บอกว่า เป็นอภิสิทธิ์ชนแล้วอย่าคิดนะว่าชั้นจะไม่กล้าทำอะไร อย่ามาทำเป็นเมินกฏโงเรียนนะ อย่าคิดว่ามีตังค์แล้วจะได้อภิสิทธิ์เหนือภาคธรรมดานะ


โทษครับคุณ, ผมไปทำอะไรให้เหรอครับ? แค่ผมอยู่คนละตึกกัน แค่นี้น่ะนะครับ?

แถม อ.ภาค EP ก็มักจะถูกดุว่าโอ๋เด็กมากไป โอ๋ซากอ้อยซากเผือกสิครับ ไม่เห็นจริงอย่าเอาขี้ปากใครเขามาพูดเลย

ผมใส่อารมณ์ไปนิดนะครับนี่ ขออภัยฮะ sad smile



รุ้สึกว่าจะยาวไปแล้ว

อนึ่ง แถมท้ายนิดๆ ถึงจะชื่อ English Program แต่ก็ไม่ได้แปลว่า อ. ทั้งหมดมาจากฝั่งยุโรปนะฮะ ปัจจุบันกว่าครึ่งมาจากภูมิภาคเอเชีย (ฟิลิปปีนส์, ปากีสถาน, หรือกระทั่ง อินเดีย)

อสอง วิชาพระพุทธ ที่ ย.บ. สอนเป็นภาษาอังกฤษนะครับ sad smile

#30 By Zairen_Parodyme. on 2008-06-20 18:00

รร.ผมก็มีเปิดเหมือนกันครับ MEP
เปิ้ดในช่วงม.ต้น ราคาแต่ละเทอมก็พอสมควร
แต่่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเีรียนนี่พร้อมมากๆ
ไม่ว่าจะเป็นแอร์ โต๊ะเรียนใหม่ที่ขาวสะอาดสบายสุดๆ และคอมพิวเตอร์ * */

แต่อย่างว่าแหล่ะครับ เรียน MEP เหมาะสำหรับคนมีตังค์จริงๆ
แล้วก็เรียนทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษ ยกเว้นภาษาไทยอย่างเดียวครับ...

แต่ผมว่าเด็กที่จบ MEP มาหลายคนก็มีศักยภาพด้านภาษาดีเหมือนกันนะครับ เพราะเพื่อนผมที่เมื่อก่อนอยู่ MEP แล้วพอม.ปลายมาอยู่ห้องเดียวกัน

ก็สอบไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศได้ 5-6 คนเลยเหมือนกันนะครับ

... ผมว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่อ.ที่สอนและตัวเด็กด้วยแหล่ะครับ ^^

#31 By PCHY* on 2008-06-20 18:35

อ่าาา เข้าใจเลยคะ

หลายๆโรงเรียนเค้าไร้คุณภาพจริงๆ

แต่ตัวเราเองเป็นเด็กอีพีคนนึง

เซ็นโย อีพีดีคะ

พูดแบบไม่ลำเอียงอะนะคะ

คือเค้าถึงจะเคร่งกฎแต่ว่า อีพีดีจริงๆ

ตอนเวลาสอบเอ็นที อะไรพวกนี้

จะได้เต็มกันตลอดละคะ

แล้วทางโรงเรียนเค้าก็ไม่ได้ตามใจนักเรียนเหมือนอีพีทที่อื่น

เพราะต้องอยู่มในกฎ และมีมารยาท

ถ้าสนใจจะส่งลูกเรียนอีพี จริงๆ

แนะนำเซ็นโยเลยคะ ^^

#32 By ゾヂアク スター★ on 2008-06-20 18:43

แก้ข่าวหน่อยนะครับ ผมไม่ได้เรียนโรงเรียนโยธินบูรณะนะครับ และผมก็ไม่เคยเรียนโครงการ EP ด้วย (แต่โรงเรียนที่ผมเรียน ยันมหาวิทยาลัยก็เปิด EP ด้วยกันทั้งนั้น) แต่ลูกพี่ลูกน้องผมเรียนอยู่ครับ เรียนที่อัสสัมชัญ

และเรื่องที่เอามาทั้งหมด ผมไม่ได้หมายถึง EP อย่างเดียวนะครับ ผมพูดถึงโปรแกรมพิเศษอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Gifted (พวกเด็กเก่ง) หรือพวก MEP (หลากหลาย) ด้วย

โดยผมหยิบแต่ด้านไม่ดี ของโรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้ที่มันมีอยู่จริงๆ มาผสมรวมกัน เพื่อให้เป็นกรณีศึกษา สำหรับผู้ที่อยากจะส่งบุตรหลานเข้าเรียน ให้รอบคอบสักนิดก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินซึ่งมันก็ไม่ใช่น้อยๆเลย อย่าคล้อยตามคำเชียร์เพียงอย่างเดียว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็แล้วแต่โรงเรียนด้วยนะครับ อย่างที่ผมเน้นย้ำในตอนท้ายของเอนทรี ถึงแม้ว่าคำที่ผมใช้จะเกินเหตุไปสักนิด อันนี้อ่านแล้วยังรู้สึกหมั่นไส้ตัวเองเหมือนกัน question sad smile

ใครเห็นต่างก็อัดมาได้เต็มที่เลยครับ ผมชอบอ่าน

ถ้าผมเขียนแล้วมีแต่คนคล้อยตามไปหมด ก็คงไม่ต่างอะไรจากพวกปลุกระดม

#33 By บอมเบย์ on 2008-06-20 18:47

โชคดีที่โรงเรียนเรา EP กับ GEP เก่งมากส์(เติม ส์ เก่งมากๆค่ะ)

แต่ดูเหมือนว่ารุ่นพี่ที่จบไปจะเก่งกว่าค่ะ ตอนนี้เริ่มถดถอยแล้ว ส่วนเรา เพื่อนอยู่ม.4 โดนข้อสอบเอ็นท์แล้ว แถมพี่อีกคนม.5 โทอิค โทเฟลแล้วค่ะ

#34 By - (124.121.197.52) on 2008-06-20 19:03

งึมมมมมมม

มันก็คงแล้วแต่โรงเรียนแหละ 55+
เพราะทำไม ep โรงเรียนผม โดนด๊าโดนด่า 55+

เวลาสอบแข่งขันมักจะเอาห้องคิงโปรแกรมธรรมดา
หาคนไม่ได้ค่อยมาขู่กรรโชก ep

=w="
ผมมันเด็กก็ ep อ่ะนะครับ บางอันก็มีให้แย้ง

แต่ที่ไม่ชอบและเห็นด้วยสุดๆเลยก็คือ

การแบ่งแยก!!!

อาจารย์แหละตัวดีเลย T^T
ผมออกจะเป็นมิตรนะ แง้...

#35 By • L e r u s e L ◘ on 2008-06-20 19:57

โอ๊ะ กระทบเล็กน้อยค่ะ
เพราะข้าพเจ้าก็เป็นเด็กใน Gifted เหมือนกัน (เฮ้ย เขาพูดถึง EP= =")
อยากจะบอกว่าเรื่องโอ๋เด็ก หรือว่าเด็กเป็นเทวดา เทพเจ้า นางฟ้าอะไรนั่น โรงเรียนเราไม่ใช่แบบนั้นเลยค่ะ กลับกัน พวกโครงการพิเศษกลายเป็นหมาหัวเน่าไปเลย
ขนาดอาจารย์ก็ยังรังเกียจเลยค่ะ (ใช้คำนี้เลยดีกว่า เพราะว่าท่าทีแสดงออกชัดเจนจริง ๆ)
มันคงขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียนจริง ๆ สินะคะ^^
ส่วนนักเรียนบางคนก็ไม่ว่าอะไร บางคนก็เกลียดเลยค่ะ เคยมารอหน้าห้องดักตบก็มี เอ้อ ทำอะไรให้เหรอคะ??
ไม่ได้อยากเป็นเด็กพิเศษเลย จริง ๆ นะ อย่ามองกันแบบนี้สิ ไม่ชอบ ไม่ชอบจริง ๆ

โดยรวมห้องเราเป็นโครงการพิเศษก็เหมือนไม่ใช่ค่ะ เพราะมันบ้ากันทั้งห้อง ฮ่า ๆๆ
แต่ก็โดนกีดกันจากอาจารย์และนักเรียนคนอื่น ๆ เยอะเหมือนกัน เฮ้อ...

ปล.1 เรื่องไปทานอาหาร ขอสารภาพว่าเคยค่ะ แอบงงเหมือนกันว่ามันเกี่ยวตรงไหนหว่า??
ปล.2 ปีนี้เป็นปีที่ทดสอบว่าโครงการพิเศษทำให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เยอะหรือเปล่า ต้องรอ ๆ ดูกันต่อไปค่ะ
ปล.3 อ่านคอมเม้นท์ส่วนใหญ่แล้ว ดูเหมือนว่าส่วนมากจะไม่ชอบโครงการพิเศษเหมือนกัน
ก็อยากจะบอกว่า เราก็คนธรรมดาเหมือนกันนะคะ อย่าเกลียดกันมากเลย...

เอ๊ะ รู้สึกว่าเขาจะไม่ได้ว่าเด็ก เขาว่าผู้ใหญ่นี่นา...Hot!

#36 By 「AKARI*」 : Interviewer on 2008-06-20 20:38

แพงมาก
บางโรงเรียน โคตรเวอร์เลย
ไม่มี standard อะไรทั้งนั้น

เหมื่อนของยี่ห้อ ถ้ามัน ฮิต คนใช้เยอะ
มันก้อแพง

เฮ้อ..
ส่วนคุณภาพ
ก็ต้องคอยดูเอาค่ะ

sad smile Hot!

#37 By Peaw-weaw on 2008-06-21 00:19

Hot! เด็กธรรมดาที่กวดวิชาจนเอ็นท์ติดหมอ!!!

#38 By ☂ YukiUsagi ★ on 2008-06-21 02:20

ผมเรียนมาแต่ภาคปกติ เพราะเมื่อสิบกว่าปีก่อนไม่มี EP อังกฤษก็เคยไป
ตอนนี้ผมยังคิดว่า ผมยังเก่งภาษาอังกฤษกว่าเด็กอีพีบางคนอีกแฮะ

ปล.บางโรงเรียนประหยัดงบนะ เรียนกับครูมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไม่ก็โน่น ครูมาจากแถวๆแอฟริกา

แต่ก็อย่างว่า เราควรเรียนนภาษาอังกฤษให้เข้าใจ และนำไปใช้ได้Hot!

#39 By Ratcicle on 2008-06-21 11:45

เด็ก EP เท่าที่เห็นที่รรตัวเองนะ เป็นเด็กแปลกแยก
ไม่ค่อยคบหาสมาคมกะเด็กห้องธรรมดาเท่าไหร่
แต่ก็ไม่เห็นเค้าเดือดร้อนอะไรนิ่

แถมค่าเทอมแพงมาก แบบว่าไม่ต้องสอบเข้า ใครอยากเข้าเออรับ ขอแค่มันมีตังจ่าย

แต่เด็กเค้าก็เก่งล่ะค่ะ
โดยส่วนตัวคิดว่า นักเรียนไม่ว่าจะอยู่โปรแกรมอะไร ก็ลำบากเหมือนกันแหล่ะ อีพีก็ลำบากนะ
ไหนจะโดนเด็กธรรมดาเขม่นอีก โดนมองเป็นพวกแปลกแยกบ้าง

แต่ก็คงแล้วแต่เด็กด้วยแหล่ะนะ ถ้าเด็กเรียนจริง เรียนโปรแกรมไหนก็เก่งหมดแหล่ะ sad smile

#40 By แม่นั่น on 2008-06-21 14:37

อาจารย์ที่รรเราไม่ลำเอียงค่ะ

แถมพอรู้ว่าเป็น EP ยังจะโดนครูไม่ชอบขี้หน้าเอาด้วย

สาเหตุอาจจะเพราะ เด็ก EP เป็นพวกหยิ่งด้วยรึเปล่า

(เจอรุ่นน้อง EP ปีนี้หยิ่งมากเลยorz..)

จะว่าไปแล้ว..

เด็กธรรมดาเองก็ไม่ชอบ EP เหมือนกันนะค่ะ

บางทีคนอื่นอาจจะมองว่า EP ดีกว่าเพราะเป็นพวกมีตังค์

แต่อาจจะลืมคิดไปอย่างนึงว่า....

อย่างน้อยจะเรียน EP ได้ก็ต้องสอบเข้านะค่ะ

ซึ่งคนที่อยากเรียน แต่เข้าไม่ได้

เพราะคนที่เก่งกว่ามีมาก ก็มีอยู่เยอะแยะไป

พวกที่มอง EP ว่าเป็นคนมีตัง แล้วแบ่งชนชั้น

เราว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง

พวกหนูก็เป็นคนนะค่ะ ไม่ใช่ลูกเทวดา นางฟ้ามาจากไหน

สำหรับเราในช่วงที่เรียน EP แรกๆก็ลำบากมากค่ะ

บางทีก็รู้สึกท้อในความอ่อนหัดของตัวเอง

หลายครั้งที่คิดว่า ถ้าข้อสอบมันเป็นภาษาไทยคงทำได้ไปแล้ว

บางทีก็เครียดมากๆค่ะ เพราะมันลำบากแบบนี้

ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ที่มองเราว่าเป็นเด็กมีตังค์อย่างเดียวน่ะ

อยากให้รู้ว่าจริงๆแล้วเราก็มีความสามารถเหมือนกัน

พวกคุณทนเรียนแบบเราได้ไหม

เรียนแบบไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ ติดๆกันหลายๆชั่วโมงแบบเราได้หรือเปล่า

ตอนนั้นเกรดในเทอมแรกมันแย่มากๆ เนื่องจากยังปรับตัวไม่ทัน

ตอนนี้เลยว่าจะพยายามใหม่แล้วค่ะ

ที่ว่า คิดให้ดีก่อนส่งลูกเรียน EP น่ะ

เห็นด้วยอย่างมากค่ะ เพราะว่าตอนนั้นเราสอบติด EP ก่อน

พอตัดสินใจอะไรเรียบร้อยแล้วว่าจะเรียน

ต่อมาก็มาสอบติดเตรียมพัฒน์เฉยเลย

ทำให้พลาดโอกาสดีๆไปอย่างน่าเสียดายค่ะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#41 By rinnyu on 2008-06-21 15:32

ผมเีรียนอีพีที่โยธิน รุ่นที่สองครับ ไม่รู้ว่าค่าเทอมตอนนี้ไปเท่าไหร่แล้ว แต่ตอนออกมา รู้สึกแนวโน่มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนน่ากลัว

เห็นด้วยกับ ค.ห. 18 ตอนนั้นเหมือนเป็นตัวประหลาด ถูกเกลียด ถูกอิจฉา ทั้งๆ ที่เข้ามาก็เพราะำพ่อแม่ ไม่ใช่ความผิดของเรา เรียนอยู่ถึงจบ ม.ต้น ก็ออกครับ (เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าครับ คห. 18 ผมอยู่ห้องสาม หึหึ)

แม้แต่ ครูใน รร เอง ยังอิจฉากันเลย..

แต่ผมก็ดีใจที่ได้เรียน อีพี นะ เพราะสมัยนั้น (อืม เรื่องมันนานมาแล้ว) โดน อ.ฝึกอย่างหนักหน่วง ท่องศัพท์ ที่เด็กไม่ท่อง จนมันซึมเข้าไปในหัว ตอนนี้เลยพูดอังกฤษได้ เรียนเป็นอังกฤษได้ ส่วนนึงก็เพราะเรียนอีพีนี่แหละ

แต่... เรื่องนี้มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนอีกล่ะ .....

ภาษาอังกฤษ เก่งได้จากหลายทางครับ ไม่จำเป็นต้องเรียน EP หรอก

อีำีำีพี เป็นไอเดียที่ดี แต่มันทำให้เกิด classism ในทางปฏิบัตินี่แหละ ปัญหา..

ป.ล. เท่าที่จำได้ โยธินไม่ใช่ รร แรก ที่มีอีพีนะครับ เพราะตอนสอบเข้าไป ก็ยังไม่คนพูดว่า รร นี้ตามแบบ รร อีก รร นึง????

#42 By So Gallagher on 2008-06-21 17:25

อ่า

เรานี่ล่ะเด็กEP ก้ไม่รุ้ว่าติดได้ไง
ยัง งงๆอยู่เลย

จะเรียกก้ใช่ว่ารุ้เรื่องไปซะหมดนะ ใช้ภาษาอังกฤษผิดๆถูกๆบ้างก้มี นี่ก้ ม.2แล้วเน้อ

ที่ยังสงสัยอยู่คือ โรงเรียนเรา พวกเด็กโปรแกรมทั่วไปทำไมต้องเกลียดเด็กEP อย่างเราด้วย

ทั้งๆที่ไม่เคยไปอวดว่าตัวเองเป็นเด็กเรียนโปรแกรมพิเศษอะไรเลยแท้

เดินไปไหนถ้าเค้ารุ้ว่าเรียนEP จะชอบมองแบบเหยียดๆทุกที

เลยได้แต่คิดเพ้อเอาเองล่ะว่า อิจฉาตรูล่ะสิ - * -
แต่จริงๆ ไม่ได้พูดออกไปหรอกเน้อ

จะว่าไป เด็กEP ก้โดนอาจารย์ไม่ชอบเหมือนกัน - -

ศัตรูตัวฉกาจของเด็กEP คือเด็ก วิทย์-คณิต(SMTPX

เอามันซะทุกอย่าง เด็กEPได้อะไร มันก้ได้ ค่าเทอมมันแค่2หมื่น
EP ซัดไป3หมื่น

อาจารย์ฝรั่งมีไม่ถึง10คน

sad smile

สรุปคือ ต้องเรียนแล้วให้เข้าใจและใช้ให้ได้มากที่สุด
ให้คุ้มกับเทอมละ3หมื่น - -*

#43 By Dofu-F on 2008-06-21 17:59

Giftedเดี๋ยวนี้เปิดทุกโรงเรียนแล้วล่ะมั้งคะ พวกห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์จริงๆเห็นไม่กี่โรงเรียนเอง = ='' แต่ห้องที่เราอยู่ดูยังไงก็เรียนอ่อนกว่าของโรงเรียนอื่นมากๆ ถึงในโรงเรียนเราเองจะดูว่าหนักก็เถอะ

#44 By sarail ซาเรล on 2008-06-21 19:29

เป็นแบบนี้นี่เอง Hot!

#45 By HineyHelsinki on 2008-06-22 05:16

ถ้าให้ผมเลือกระหว่างโรงเรียนอินเตอร์กับ EPTS ผมจะเลือก EPTS ด้วยเหตุผลว่า

"ยังคงมีการสอนภาษาไทยเหมือนโปรแกรมปกติ" (อาจจะเป็นเฉพาะของโรงเรียนผมนะ)

เพราะโรงเรียนอินเตอร์โดยส่วนใหญ่ไม่มีการสอนภาษาไทย หรือสอนน้อยมากๆ จนเด็กที่จบออกมาอ่าน-เขียนภาษาไทยไม่ได้

หลุดประเด็นไปหน่อย sad smile

ผมว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่จะมองว่าโปรแกรม EP เป็นของเด็กรวย >> เห็นด้วยครับ

อยากให้ทุกคนคิดดีๆก่อนส่งลูกเข้าโปรแกรมEPหรือโรงเรียนอินเตอร์นะครับ

#46 By Pete on 2008-06-22 08:41

เพิ่งรู้จักเหมือนกันครับ โครงการ EP ตอนผมมาอยู่ที่นี่มาเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม ฝรั่งถามว่าเรียนภาษาอังกฤษมาตั้ง 12 ปี (ประถม+มัธยม) ทำไมเรียนภาษาเยอะจัง และทำไมต้องเรียนเพิ่มอีก พอบอกไปว่าเรียนไปตามหลักสูตร แต่ไม่ได้ความรู้ เขาก็งงเหมือนกัน

บางทีคนไทยเราสนใจกันแต่เรื่องหลัก รูปแบบ และวิธีมากเกินไป มากกว่าการใช้งานจริง ดีไม่ดีอ่านการ์ตูนภาษาอังกฤษยังได้ความรู้มากกว่าเรียนกวดวิชาครับ

#47 By manop on 2008-06-22 12:00

โอ้!พัฒนาไปไกลการศึกษาไทย เหอะๆ big smile Hot!

#48 By A girl living on the island on 2008-06-27 23:11

ไม่ดีหรอก พวกเข้าไปเรียน EP ที่ไม่รู้เรื่องยิ่งไม่รู้เรื่องไปกันใหญ่เลย wink

#49 By Mekz (125.25.132.120) on 2008-06-28 20:44

ไม่อยากให้คิดว่า ep เป็นผู้ร้าย นะ เพราะ ตัวโปรแกรมไม่ได้ทำร้ายเรา อยู่ที่การอบรมปลูกฝังมากกว่า โดยเฉพาะที่บ้านน่ะ การที่จะพูดภาษาได้มากว่า 1 ภาษาไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกbig smile

#50 By lamoon on 2008-07-01 13:11