เนื่องจากโลกในปัจจุบัน การติดต่อสื่อสารสามารถกระทำได้ง่ายขึ้นอย่างมากๆ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ การที่เราจะคุยกับคนที่อยู่อีกซีกโลกแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีักต่อไป

และด้วยเหตุนี้ ภาษาสากล อย่างภาษาอังกฤษ (ซึ่งก็กำหนดโดยพวกฝรั่งมังค่า) จึงกลายเป็นภาษาจำเป็น ซึ่งควรจะต้องรู้เอาไว้อย่างยิ่ง ใครจะมาบอกว่าไม่ต้องสนใจภาษาอังกฤษก็ได้ เพราะไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ อาจจะต้องลำบากและเปลี่ยนความคิดในภายหลัง ซึ่งผมเองถึงแม้จะชอบและสนใจในภาษาถิ่นฐานของตนขนาดไหน ก็ไม่อาจปฏิเสธภาษาอังกฤษได้ลง ถึงแม้จะมีกระแหนกระแหนตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า ทีภาษาไทย 44-21-4 มีกฎเกณฑ์เยอะแยะวุ่นวาย ยังศึกษาเข้าสมองได้ แต่ทำไม้ ทำไม ภาษาอังกฤษ มีแค่ a-z แต่ไม่เคยจะเข้าใจมันสักที (แต่ก็ชอบเข้าบล็อกสอนภาษาอังกฤษอยู่ร่ำๆนะ อย่างบล็อกของคุณพี่มานพ หรือ พี่ก๋องภาษาอังกฤษข้างถนน เป็นต้น)

จนในปัจจุบัน ดังจะเห็นได้ว่า มีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษผุดขึ้นราวดอกเห็ด ไม่ว่าจะสอนเพื่อไปสอบเอนทรานซ์ สอนเพื่อเอาไปใช้จริง ฝึกทักษะ สอบเอาคะแนนโทอิก โทเฟล หรือแม้กระทั่ง เอาไปใช่เพื่อประกอบวิชาชีพ และอื่นๆ ซึ่งก็มีหลายระดับ หลากราคาให้เลือกศึกษา แล้วแต่ชื่อเสียง และความนิยมในตัวสถาบัน หรืออาจารย์ผู้สอนที่อยู่ในสถาบันนั้นๆ

และเนื่องด้วยการศึกษาไทยในขณะนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่การศึกษาที่เป็นบริการของรัฐอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินทำทองให้ใครหลายคนสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างอาคารแถวพญาไทได้ (-*-) โรงเรียนธรรมดาสามัญ ไม่ว่าจะรัฐหรือเอกชน มีหรือจะปล่อยโอกาสตรงนี้ให้หลุดลอย เงินทั้งน้านนนน มีอุปสงค์เสนอ อุปทานก็ต้องตอบสนอง

จากที่แต่เดิม ผู้ปกครองคนไหน อยากจะส่งลูกไปอยู่กับภาษาอังกฤษ ให้ได้เรียนทุกสรรพวิชาเป็นภาษาอังกฤษ ก็มักจะส่งลูกพร้อมเงินก้อนใหญ่ไปต่างประเทศบ้างหละ หรือโรงเรียนนานาชาติบ้างหละ (ซึ่งบางแห่งก็เป็นนานาชาติขี้นก)

ผิดกับเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไปเสียเงินเป็นแสน เป็นล้าน มีเงินแค่ครึ่งหมื่น หรือเกือบจะถึงแสน คุณก็ส่งลูกไปเรียนในลักษณะนั้นได้ ด้วยโปรแกรมการเรียนแบบพิเศษ ที่เรียกว่า English Program หรือ EP ไม่ว่าจะโรงเรียนดัง โรงเรียนเล็ก โรงเรียนใหญ่ก็แห่เปิดกันเป็นทิวแถว เหมือนช่วงที่ชาเขียวบูม อะไรๆในตอนนั้นก็ชาเขียว

และที่ดูจะธุรกิจเห็นๆก็คือ การแข่งขันระหว่างโรงเรียน ในการที่จะดึงดูดความสนใจให้ผู้ปกครอง ส่งบุตรหลานและเงินก้อนโตมายังโรงเรียน ก็คือ การประชาสัมพันธ์ ที่เห็นชัดๆก็เช่น การแจกใบปลิว แผ่นพับ ไปออกบู๊ตประชาสัมพันธ์ตามโรงเรียนระดับล่างกว่า หรือแม้กระทั่งออกบู๊ตตามห้าง ก็มีให้เห็นมาแล้ว ซึ่งข้อความหรือเรื่องที่มักจะใช้ส่วนมากก็เช่น

- เรียนกับฝรั่งแม่งทุกวิชา เว้นภาษาไทย พระพุทธ (ซึ่งถ้าสอนได้ ก็คงจะสอนไปด้วยหละ)
- บรรยากาศดี เรียนห้องแอร์
- รับประกันว่าจะมีแต่ลูกคนมีกะตังค์มาเรียน (อันนี้มันของตาย)
- พาไปทัศนศึกษานี่โน่นนั่น มีอิงลิชแคมป์ พาไปสิงค์โปร์ มาเลเซีย (ทำไมไม่พาไปอังกฤษให้รู้แล้วรู้รอด)

หรือ ไม่ก็นู่นเลย พ่วงแถมด้วยการอาจจะพาลูกคนไปสอนมารยาทการรับประทานอาหารที่โรงแรมระดับห้า ดาว (โรงแรมที่พี่วิชัยทำอยู่รึเปล่า) ก็ว่ากันไป (อันท้ายนี่ไม่ได้ประชดนะครับ มีจริงๆ)

บางโรงเรียนก็อาจจะไม่ได้มาแนว EP แต่อาจจะมาในรูปของ MEP1 หรือไม่ก็ Gifted2 ซึ่ง หลักๆก็คือโปรแกรมพิเศษที่เข้ามาเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ปกติ (ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ศึกษา) และก็เน้นเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องหลักๆ

ซึ่ง ถ้าพูดในด้านวิชาการ ก็อยากที่บอกนั่นคือวัตถุประสงค์หลัก หรือจุดขายของทุกโรงเรียนอยู่แล้ว อันนี้วางใจได้ว่า ลูกคุณจะได้รับการอัด ยัดเยียด วิชาการเต็มขั้นแน่ๆ ซึ่งมากจนลูกของคุณเองก็อาจจะรับไม่ไหว โดยอาจารย์ผู้สอน บางโรงเรียนก็เอาอาจารย์ที่สอนในโรงเรียนนั่นแหละมาสอน วิชาไหนต้องใช้ชาวต่างชาติสอนดังคำโฆษณา ก็ต้องจ้างมาเป็นพิเศษ บางโรงเรียนก็จ้างหรือเชิญระดับหัวกะทิยกชุดมาสอนให้เฉพาะเลยก็มี (ซึ่งบางทีหัวกะทิที่ว่า ก็อาจจะสอนดีสู้อาจารย์ธรรมดา ไม่มีอะไรนำหน้าชื่อไม่ได้เหมือนกัน)

แต่สิ่งที่ผมวิตกจริตไปคนเดียว ตอนนี้ ก็คือ ผมเห็นหลายๆโรงเรียน ไม่ว่าจะเล็ก กลาง หรือใหญ่ก็ตาม กำลังให้ความสำคัญกับโปรแกรมพวกนี้มากจนเกินไป จนบางทีอาจจะลืมนึกถึงเด็กโปรแกรมธรรมดาว่ามีตัวตนอยู่ในโรงเรียน

อย่าง เช่น เวลาส่งเด็กไปแข่งขันอะไร ก็มักจะส่งพวกเด็กโปรแกรมพิเศษเหล่านี้ไปก่อนเสมอ เวลามีค่าย หรือมีกิจกรรมสัมมนาอะไร ก็จะเอาเด็กพวกนี้ไปก่อน ทั้งๆที่เด็กโปรแกรมธรรมดา อาจจะมีความสามารถมากกว่าก็ได้ แต่แค่เพียงเพราะไม่มีตังค์ให้โรงเรียนได้มากเท่าเด็กกลุ่มนั้น เลยไม่ถูกนำมาขัดเกลา หรือไม่มีโอกาสหยิบยื่นให้อย่างนั้นหรือ

และ ยิ่งไปกว่านั้น บางโรงเรียน ทั้งผู้บริหาร ครูอาจารย์บางคน ก็จะโอ๋เด็กเหล่านี้จนออกนอกหน้า แบ่งชนชั้นให้เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ลูกของคุณอาจจะถูกล้างสมองจากบุคคลกลุ่มนี้ ที่ดูหวังดีแต่อาจจะประสงค์ร้าย ว่าเป็นเทวดา นางฟ้าจุติลงมาเกิดบ้างหละ (อันนี้ผมก็พูดเกินไปนิด) ลูกคุณเก่งและเหนือกว่าเพื่อนๆบ้างหละ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

หากตัวเด็กเป็นคนที่ติดดินเป็นทุนเดิม หรือไม่ได้สนใจไอ้เรื่องพรรค์นั้น มันก็ดีไป เพราะเขาก็คงจะไม่แคร์ต่อไป อยู่ได้ในสังคมอย่างปกติสุข

แต่หากลูกคนเป็นคนอ่อน หัวสูง ไม่เคยพบเจอกับความลำบาก หรือเรื่องกดดัน มาเจอผู้ใหญ่ให้ท้ายก็ไปกันใหญ่สิครับ อาจจะกลายเป็นคนเย่อหยิ่ง มั่นใจในตัวเองสูงมาก แบบว่าที่ผู้ว่ากทม.คนหนึ่ง (อะไรมันจะขนาดนั้น อีตาบอมเบย์ )

และ การที่ผู้ใหญ่ไปแบ่งแยกชนชั้นให้เด็กแบบนี้ มันกลายเป็นว่า เด็กโปรแกรมพิเศษ กับเด็กธรรมดา เหมือนอยู่กันคนละซีกโลก คนละระดับกัน ถ้าเด็กไม่เ้ข้าไปคุยกันเอง (ซึ่งก็มีเพียงแค่บางส่วน)

มีน้องจาก โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านเขตทหารในกรุงเทพ เล่าให้ผมฟังแบบเชิงน้อยใจว่า ที่โรงเรียนเขาจะมี ครูคนหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยตำแหน่ง เพราะอาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท ประมาณว่า พอเด็กธรรมดามาไหว้เขา เขาจะไม่รับไหว้ แบบเชิด บางทีเห็นก็จะทำเป็นไม่เห็น แต่พอเด็ก EP มาไหว้เขา พฤติกรรมกลับตาลปัตรเลย คือนอกจากจะรับไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้ว ยังมีคำทักทายที่แสนเสนาะหูออกมาว่า "สวัสดีค่ะลูก เป็นอย่างไงบ้างค่ะ ..." และก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เป็นเช่นนั้น

ดูไปดูมา ไม่ต่างอะไร กับไอ้สิ่งที่เรียกว่า ทุนนิยมเอาเสียเลย (ถึงแม้ผมจะไม่ชอบทุนนิยม แต่ผมก็ไม่เคยชื่นชมกับไอ้ม็อบพันธมิตรที่ปักหลักอยู่ตอนนี้แต่อย่างใด)

.

.

จริงๆแล้วทุกสรรพสิ่งมันก็มีข้อดี ข้อเสียของตัวมันอยู่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณา

ด้วย ประสบการณ์อันน้อยนิดของกระผม ผมขอแนะนำว่า หากท่านจะหา EP ดีๆสักแห่ง เพื่อส่งลูกคุณไปเรียนต่อ ลองไปสำรวจหลายๆที่ครับ (ไม่ต้องโรงเรียนดังๆก็ได้ เพราะการแข่งขัน และค่าใช้จ่ายมหาศาล) และต้องอย่าเชื่อคำโฆษณาจากใบปลิวหรือการบอกต่อเด็ดขาด จนกว่าจะได้ไปพิสูจน์เอง คือ คุณเมื่อคุณไปสำรวจ คุณต้องเข้าไปให้เห็นถึงสถานที่จริง ห้องเรียนจริง ไปลองด้อมๆมองๆดูบรรยากาศการเรียน ว่าเป็นอย่างไร ถ้ายามหน้าโรงเรียนไม่ให้เข้าไม่ไว้ใจก็ใช้ไม้ตายว่าจะมาดูการเรียนการสอน ส่งลูกมาเรียน EP เชื่อเหอะครับ ใช้ไม้นี้ ร้อยละเก้าสิบ ยอมทุกราย หรือถ้ายามมันกวนตีน ก็ให้มันมาประกบเลยก็ได้ 

หลัง จากด้อมๆมองๆดูบรรยากาศการเรียนแล้ว หลังเลิกเรียนก็ลองเข้าไปคุยกับเด็ก EP ตัวเป็นๆเลย ว่าบรรยากาศการเรียนเป็นอย่างไร ดีมั้ย โอเคมั้ย ถ้าเจอผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้นก็ลองสอบถามเพิ่มเติมดูอีกชั้น ก็ไม่เสียหลาย ก่อนจะต้องจ่ายตังค์ แล้วมานั่งเสียใจทีหลัง

จำไว้ สำหรับโครงการพวกนี้ คำพูดจากครูที่ดูแลโครงการ และผู้บริหาร มักเชื่อไม่ได้เต็มร้อย เพราะมักจะโม้แหลกน้ำลายแตกฟอง

และ ด้วยประสบการณ์อันน้อยนิดอีกนั่นแหละ ผมก็เห็นว่าเด็ก EP , MEP , Gifted หลายคน เรียนจากที่โรงเรียนเสร็จ ก็เห็นยังไปนั่งเ้รียนกวดต่ออีก ไม่อิ่มกันซักที (ซึ่งจริงๆมันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ แสดงว่าใฝ่รู้) จนบางทีก็สงสัยว่า ไอ้บางคนที่สอบติดมหิดล สอบติดเตรียม หรือถ้าม.ปลายก็ติดจุฬา ธรรมศาสตร์ ชิงทุนกพ. ทุนนอก ติดเพราะโครงการพิเศษที่เรียน หรือติดเพราะกวดวิชากันแน่ ซึ่งไม่ว่าจะติดด้วยวิธีไหน ถ้าติดแล้วละก็ เข้าทีโรงเรียน เก็บเป็นผลงาน เอาลูกคุณไปโปรโมตกับรุ่นใหม่ต่อๆไปแน่นอน

หลายๆคน เรียน EP มา 3ปี 6ปี ก็ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้ หรือใ้ช้ได้ บางทีก็ไม่ต่างไปจากเด็กโปรแกรมธรรมดาด้วยซ้ำ เพราะเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่อยู่ที่หลักสูตร หรือสถานศึกษา หากอยู่ที่ตัวเด็กเอง และผู้ปกครอง ครอบครัวต้องร่วมด้วย ซึ่งถึงแม้ลูกคุณจะเรียนโปรแกรมธรรมดา แต่ตัวเด็กเชื่อฟัง ใส่ใจ พ่อแม่ ครอบครัวใส่ใจให้ความสำคัญกับเด็ก สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และก็ไม่ืลืมหยอดภูมิคุ้มกันไว้เพื่อเผชิญสิ่งที่เลวร้าย บางทีอาจจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีกว่า และออกมาเป็นบุคคลที่ไม่ได้แค่เก่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนดีอีกด้วย

.

.

สุด ท้าย ถึงแม้ว่าผมจะให้ EP หรือ โครงการพิเศษอื่นๆ ดูเป็นผู้ร้ายไปสักนิด แต่ก็ขอยืนยันว่า ยังมี EP หรือโครงการพิเศษที่ดี สอนให้เด็กเก่งระดับเทพ และไม่ปลูกฝังว่า เด็กเหล่านั้นเป็นเทวดา นางฟ้า อยู่อีกมากมายหลายโรงเรียน

 

## โรงเรียนที่เปิด EP เป็นโรงเรียนแรก คือ โรงเรียนโยธินบูรณะ  ก่อนที่จะมีโรงเรียนอื่นขอเปิดตามอีกมากมาย ##

จาก # 9 โดย คุณ SRP

ผมคิดว่าแล้วแต่คนครับ ถ้าคนตั้งใจเรียนถึงจะไม่ EP ก็เก่งภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าไม่ตั้งใจเรียนต่อให้อยู่ EP มันก็คงจะไม่ได้ประโยชน์ซักเท่าไหร่

ส่วนโรงเรียนโยธินบูรณะไม่ใช่โรงเรียนแรกที่เปิด EP นะครับ เมื่อกี้ลองเช็คจากเว็บ โรงเรียนโยธินบูรณะเริ่มปี 2541 แต่มีโรงเรียนสาธิตปทุมวันเริ่มปี 2540 ครับ (แต่ไม่แน่ใจว่ามีใครเปิดก่อน 2540 อีกรึเปล่า)

--------------------------------------------------------------------

ที่จริงเรื่องนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับ ว่าโรงเรียนไหนเป็นโรงเรียนแรก เลยลอง Search หาดู ไปเจอในวิกิพีเดีย เลยอ้างอิงตามในนั้นครับ แต่ถ้าใครมีข้อมูลสดใหม่กว่า ก็มาแย้งได้นะครับ ผมจะได้ทราบไปด้วย

 

ความเห็นเพิ่มเติม (ตัดทอนมาแสดงบางส่วน) จาก # 42 โดย คุณ So Gallagher

ป.ล. เท่าที่จำได้ โยธินไม่ใช่ รร แรก ที่มีอีพีนะครับ เพราะตอนสอบเข้าไป ก็ยังไม่คนพูดว่า รร นี้ตามแบบ รร อีก รร นึง????

 

-----------------------------------

1 MEP คือ โปรแกรมการเรียนแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษผสมผสานกันไป แล้วแต่ความเหมาะสมของรายวิชา หรือรายละเอียดหลักสูตรอื่นๆที่ทางโรงเรียนกำหนด และได้การรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ

2 Gifted คือ โปรแกรมการเรียนเพื่อส่งเสริมผู้ที่มีพรสวรรค์หรือทักษะที่ดีเยี่ยมทางด้าน วิชาการ ให้มีโอกาสได้ต่อยอดทางการเรียนรู้มากกว่าหลักสูตรสามัญปกติ โดยในโปรแกรมนี้จะมีการคัดนักเรียนในระดับหัวกะทิเข้ามาเรียนเท่านั้น โดยมากมักจะมีสองรูปแบบคือ เน้นเก่ง (จ่ายเงินแพงกว่าปกตินิดหน่อย และมีการสอบคัดเลือกแบบเข้มข้น) และเน้นเงิน (จ่ายแพงกว่าปกติมาก และมีการสอบคัดลอกพอไม่ให้ดูน่าเกลียด ว่ามันง่ายเกินไป ซึ่งทางโรงเรียนก็จะไม่ได้แจ้งให้ผู้ปกครองทราบหรอก ว่าที่สอบนะ สอบเล่นๆเท่านั้นแหละ)

Comment

Comment:

Tweet

สู้ๆจ้า  คาสิโนออนไลน์

#119 By britrocker1234 on 2016-05-10 03:01

cry

#118 By dad (182.53.130.128) on 2015-11-05 05:37

ถ้าต้องการเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่จำเป็นต้องเรียน EP เพราะข้อสอบเข้าเป็นภาษาไทย

โครงควรเน้นกิจกรรมที่ใช้ทักษะทางภาษามากกว่าเน้นเนื้อหาวิชา  โดยเฉพาะการสื่อสารด้านต่าง ๆ

#117 By KHAI (134.196.125.102) on 2015-11-03 21:05

#116 By (1.10.197.132|1.10.197.132) on 2015-07-24 17:55

#115 By (49.230.89.82|49.230.89.82) on 2015-06-21 12:23

อยู่ที่ความพร้อมgoogle
google
http://www.google.co.th/

#114 By นาวา (171.100.97.214|171.100.97.214) on 2015-06-17 13:23

#113 By (202.28.2.126|202.28.2.126) on 2015-06-02 16:03

#112 By (171.96.244.40|171.96.244.40) on 2015-02-25 22:05

เรียนแตกต่างกันไปมันก็ดีนะแปลกดีแต่ที่เรียนอีพีเผื่อได้งานที่ต้องประสานกับต่างประเทศคงเป็นโอกาสดีไม่น้อยของเด็ก

#111 By (118.173.197.48|118.173.197.48) on 2015-02-12 17:58

เรียนแตกต่างกันไปมันก็ดีนะแปลกดีแต่ที่เรียนอีพีเผื่อได้งานที่ต้องประสานกับต่างประเทศคงเป็นโอกาสดีไม่น้อยของเด็ก

#110 By (118.173.197.48|118.173.197.48) on 2015-02-12 17:57

เรียนแตกต่างกันไปมันก็ดีนะแปลกดีแต่ที่เรียนอีพีเผื่อได้งานที่ต้องประสานกับต่างประเทศคงเป็นโอกาสดีไม่น้อยของเด็ก

#109 By (118.173.197.48|118.173.197.48) on 2015-02-12 17:56

#108 By (110.171.218.57|110.171.218.57) on 2014-11-03 00:20

โรงเรียนที่เปิด EP แห่งแรกไม่ใช่ โรงเรียนโยธิน ต้นแบบนั้นยังมีต้นแบบที่คนทั่วไปนึกไม่ถึง  โรงเรียนต้นแบบอยู่ต่างจังหวัด  โรงเรียนโยธินยังเคยมาดูต้นที่โรเรียนดังกล่าวด้วย  ส่วนโรงเรียนสาธิตปทุมวัน นั้นไม่แน่ใจ

#107 By EP 1 (180.180.5.105|180.180.5.105) on 2014-08-10 10:13

โรงเรียนที่เปิด EP แห่งแรกไม่ใช่ โรงเรียนโยธิน ต้นแบบนั้นยังมีต้นแบบที่คนทั่วไปนึกไม่ถึง  โรงเรียนต้นแบบอยู่ต่างจังหวัด  โรงเรียนโยธินยังเคยมาดูต้นที่โรเรียนดังกล่าวด้วย  ส่วนโรงเรียนสาธิตปทุมวัน นั้นไม่แน่ใจว่ก่อนหรือหลัง

#106 By (180.180.5.105|180.180.5.105) on 2014-08-10 10:07

ให้ลูกเรียน  MEP  โรงเรียนเทพลีลา 17500 บาทต่อเทอม คุณครูใส่ใจดีมาก มีสอนพิเศษภาษาไทยเพิ่มตอนเย็น และวันเสาร์โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย เด็กๆ ก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
ถามว่าเด็กเครียด เหนื่อยมั้ย ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แล้วก็มีความสุขดี
ทำกิจกรรมโรงเรียน ประกวด งานกีฬาสี เล่นดนตรี ก็ไม่ได้แบ่งแยกมากนัก ระหว่างเด็กธรรมดา กับ MEP และ EP แต่ได้รับการใส่ใจอย่างชัดเจน และน่าชื่นชม จาก คุณครูเจ้าของโครงการ MEP
เรื่องภาษา ถามเป็นภาษาอังกฤษคุยกันยาวๆ เรื่องทั่วไป ก็เข้าใจตอบได้ทุกอย่าง อยู่แค่ว่าอยากจะตอบหรือเปล่า
โดยรวมถือว่า พอใจมาก สำหรับโรงเรียนนี้
ถ้าเรียนเก่ง สอบได้ที่ 1 กับ ที่ 2 ก็ได้ทุนเรียนฟรีด้วย ที่ 2 ลดครึ่งหนึ่ง

#105 By โอ้ต (193.194.8.31|172.31.98.38, 172.30.155.14, 193.194.8.31) on 2014-03-27 14:24

sad smile

#104 By (125.25.184.154|125.25.184.154) on 2014-03-02 19:06

ไม่ต่างจากเด็กธรรมดาก้จริงแต่เด็ก อีพี จะกล้าพูดกล้าทำมากกว่า กล้าที่จะคุยกับฝรั่งมากกว่า เพราะครูฝรั่งสอนให้เด็กคิด แต่ครูไทยสอนให้เด็กท่องจำและอัดความกดดันมากเกินไป

#103 By (223.205.13.189|223.205.13.189) on 2014-02-23 21:00

ไม่ต่างจากเด็กธรรมดาก้จริงแต่เด็ก อีพี จะกล้าพูดกล้าทำมากกว่า กล้าที่จะคุยกับฝรั่งมากกว่า เพราะครูฝรั่งสอนให้เด็กคิด แต่ครูไทยสอนให้เด็กท่องจำและอัดความกดดันมากเกินไป

#102 By (223.205.13.189|223.205.13.189) on 2014-02-23 20:59

อ่านมาสองหน้ามีแต่บอกแพงๆๆๆๆๆๆ  แต่ไม่มีเอ่ยสักคำว่า เทอมละเท่าไร อยากรู้มันจะสักเท่าไรกัน

#101 By ป๊อกกี้ (171.6.137.6|171.6.137.6) on 2014-02-06 17:13

เราก็เป็นเด็กอีพีนะคะ 
อยากบอกว่าช่วงแรก ๆ ในโรงเรียนเป็นอะไรที่แย่มาก
โดนทุกคนรังเกียจ ไม่ว่าจะครูหรือนักเรียนปกติก้ตาม
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเราทำอะไรผิด
มันก็จริงที่เราได้เรียนกับครูฝรั่งมากกว่า
ได้เรียนในห้องแอร์ แต่มันก็เป็นเพราะเราจ่ายตังมากกว่าไม่ใช่หรอ ? 
ไม่ได้จะบอกว่าเราเหนือกว่า แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราควรจะได้รับนี่น่า
แถมเราก็ไม่เคยไปโอ๋อวดใครว่าเรารวย (เพราะเราไม่รวย 5555) 
เด็กธรรมดาบ้างคนรวยกว่าเราตั้งเยอะแยะ หยิ่งกว่าเราก็มีแต่ไม่มีใครสนใจ
แต่พวกเราเป็นเด็กอีพีไงจึงโดนจับตามองเป็นพิเศษ
แล้วที่บอกว่าครูตามใจนี่ไม่จริงเลย 
โดนดุโดนด่ากระจายย -..-
ไอ้ที่บอกว่าบ้างคนเก่งสู้เด็กธรรมาไม่เห็นได้เลยนั่นก็เป็นเรื่องจริง
ยอมรับเลยว่าเรียนอีพีมันสบาย ถ้าคนมันไม่ตั้งใจเรียนอะไรมันก็ไม่ได้ดีอยู่ีดี
อยากขอให้มองกันใหม่นะคะ เราไม่ได้จะบอกว่าเราดีเลิศอะไร แค่อยากให้มองกันที่ตัวตนจริง ๆ ไม่ใช่ตัดสินแค่ว่าเราเรียนต่างจากพวกคุณรึเปล่า
จุ้บจุ้บ

#100 By eiei (125.26.70.121) on 2013-10-11 11:26

ตามศักยภาพของสถาบันแล้วกัน ไม่ต้องว่าใคร สุดท้ายผลบังเกิดที่่ตัวผู้เรียน จะดี หรือเก่งไม่เก่งอยู่ที่่ความตั้งใจตั้งมั่นของตัวเค้าเอง

#99 By napa (110.77.236.88) on 2013-08-13 10:47

ผมเรียนอีพีไม่เห็นเเข่งกันเลยเรียนสนุกbig smile ๆดีออก

#98 By เด็กอีพี (115.67.69.72) on 2013-07-27 19:45

แนะนำที่เรียนพิเศษ ของพวก อีพี สองภาษา คือเราอยู่วัดนายโรง MEP เหมือนกัน
แล้วเรียนสองที่นี้ดีอ่ะ เลยอยากบอกเพื่อนๆนะ

มีที่โรงเรียน proInter อยู่ที่เซ็นปิ่นอ่ะ เป็นสำหรับสองภาษาโดยเฉพาะ ครูสอนดีนะ มีทั้งสดกะวิดีโอ ลองดูเว็บนะ www.prointerschool.com

แล้วก้อเราเคยให้พี่ป.โทมาสอนที่บ้าน จากเว็บนี้ www.tutor-land.com ชื่อพี่ทศ สอนหนุกดีนะ

#97 By bb (103.7.57.18|58.11.26.220) on 2013-05-20 11:44

ลูกเรียนenglish program ไม่เคยคิดจะให้ลูกแบ่งชนชั้น แต่ต้องการให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแค่นั้นเอง ไม่ได้ต้องการให้ลูกคิดว่าตนเองวิเศษกว่าคนอื่น เรียนแแพงก็โดนด่า เรียนถูกก็โดนว่า งงจริงๆเลย เราก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร แต่ก็พอจะส่งลูกเรียนได้ิ เราไม่ได้ให้ลูกเรียนเพื่ออวดฐานะใดๆทั้งสิ้น เราให้เรียนเพื่อให้รู้ภาษา เท่านั้นเอง

#96 By นก (103.7.57.18|101.109.225.221) on 2012-09-21 12:24

ค่าเทอม เเพง เกิน อ๊ ค่ะ ของเรา 30000กว่า 
อ๊ สอน ก็ไม่ เข้า จัย tongue

#95 By โอ๊ยยย (103.7.57.18|223.207.112.9) on 2012-09-08 11:05

ผมจบจาก EP โยธินรุ่นแรกๆครับ เรียนอยู่ที่นั่น 6 ปี แล้วก็ไปเข้ามหาลัยหลักสูตรอินเตอร์ในไทย ตอนเรียนมหาลัย รู้สึกว่า พื้นฐานภาษาอังกฤษของผมแน่นกว่านักเรียนที่มาจาก รร. ไทยพอสมควร สูสีกับพวกที่จบอินเตอร์มาเลย จบตรีได้เกียรตินิยมอันดับ 1
แล้วก็ไปต่อโท มหาลัย top 10 ของโลกได้ distinction กลับมา ผมมองว่า ถ้าผมไม่ได้เรียน EP ที่โยธินมา ผมคงมาไม่ได้ไกลขนาดนี้ เนื่องจากอุปสรรคด้านภาษานี่แหละครับ
น้องผมก็เรียนที่โยธินมา 3 ปี แล้วไปเข้าเตรียม ตอนนี้เรียนหมออยู่ ตัวเขาเองก็ยอมรับว่า ภาษาอังกฤษของเขาดีกว่าเพื่อนๆในคณะ ไม่ค่อยมีปัญหาเวลาอ่าน texbook ฝรั่ง ในขณะที่นักเรียนแพทย์คนอื่นๆ มีปัญหากับเรื่องนี้เยอะมาก
ผมเชื่อว่า EP มีประโยชน์สำหรับตัวนักเรียนแน่นอนครับ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเองด้วยส่วนนึง
บทความนี้อาจจะดูอคติไปนิดนึงนะครับ....

#94 By an ex-EP student (103.7.57.18|14.207.231.96) on 2012-08-02 23:49

เราคิดว่าเด็กแต่ละโครงการก้มีข้อดีแตกต่างกันไป
แล้วทำไมต้องแอนตี้กับเด็กEP ด้วย?ในเมื่อคุณไม่ได้จ่ายค่าเทอมให้พวกเรา แล้วที่หาว่าเด็กEPทำตัวเป็นคุณหนูมันก็ไม่ใช่ทุกคนเสมอไปหรอกนะ  แล้วที่หาว่าอาจารย์คัดเลือกแต่เด็กEp ไปแข่งขันเนี่ย มันก็แล้วแต่โรงเรียน แล้วแต่ครู อย่ามาเหมารวมว่าเด็กEPทุกคนจะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้อย่างที่พวกคุณพูด
 *อยากให้ทุกๆคนมองในแง่บวกว่า เรียนโครงการไหนก้ดีทั้งนั้น ถ้าไม่ดีเขาไม่เปิดให้เรียนหรอก เข้าใจใหม่ด้วยนะคะ (:

#93 By น. (103.7.57.18|125.27.201.48) on 2012-05-19 09:34

#92 By ฟ (180.180.109.99) on 2012-04-23 21:58

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#91 By fghjkl (180.180.109.99) on 2012-04-23 21:54

พึ่งอ่านจบเมื่อกี๊เองค่ะ เราเป็นคนหนึ่งที่เตรียมตัวสอบเข้า EPที่ปากช่องค่ะ เพื่อนๆก้อบอกว่าอย่าเรียนเลย ไม่มีเพื่อนคุย แถมยังบอกเราว่าถ้าเราเรียน EP ไม่ต้องมาคุยกันอีก พูดมาได้เพื่อนที่คบกันมานาน ไม่รู้จะแอนตี้ EP ไปทำไม ทุกสิ่งไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป แต่ก้อไม่ใช่จะร้ยไปหมด จริงมั้ยล่ะคะ แล้วพอเราบอกว่าไม่ว่ายังไงเราก้อจะเรียน EP พอพูดเสร็จปุ๊ปเพื่อนเราก้อต่อเลยว่า เพื่อนกับอนาคตอันไหนสำคัญกว่ากัน แล้วจะให้เราตอบอย่างไรล่ะคะ เด็ก EP ผิดตรงไหน

#90 By กำลังEP (180.214.214.146) on 2012-02-29 23:05

ไช่ โรงเรียนโมษณาเกินจริง แพง ต้องเสียค่าเรียนกวดวิชา
แล้วเด็กพวกนี้ เห็นแก่ตัว แข่งกันมากมาย เอาลูกเรียนทางการบวชดีกว่า ง่ะ

#89 By aung (124.121.90.42) on 2012-02-24 21:21

เราว่ามันขึ้นอยู่กับโรงเรียนและเด็กด้วยล่ะ
ทางที่ดี อาจารย์ต้องวางตัวเป็นกลางดีที่สุดและเด็กก็ต้องเรียนเพื่อให้คุ้มกับที่พ่อแม่จ่ายค่าเทอมแพงๆให้มาเรียน อ่ะนะ big smile

#88 By ไม่ประสงค์ (101.51.24.83) on 2012-02-23 20:44

เราว่าอีพีเรียนง่ายกว่าเยอะ มาเจอวิทย์ คณิต กับครูไทย
แล้วนั่งหาว มึน แล้วก็หลับไปในที่สุด.. = =

#87 By Goy (49.48.188.193) on 2012-01-16 22:13

ร.ร.โยธินบูรณะเป็นที่แรกที่เปิดEnglish Programซิ
ทำไมจะไม่ใช่!!

#86 By เด็กย.บ. (115.67.165.31, 141.0.8.238) on 2011-12-18 09:37

Automated social bookmarking supposes to be good in theory. Nonetheless, the professionals from the online social bookmark company can say the truth about social bookmarking.

#85 By WittMadge (94.242.214.6) on 2011-12-08 08:43

หว้า เซ็งเลย
น่ากลัวนะเนี่ย
เข้าไปไม่รู้เรื่องเเย่เลย

#84 By Bankai (223.207.101.67) on 2011-11-28 21:39

วิชาที่ เน้น ที่1 คณิต ที่2 วิทย์ และ อังกิด ที่ 3แล้วก็ไทย ที่ 4
ส่วนใหญ่เด็กเก่งคณิตจะได้ที่ 1 ห้องเราเก่งอังกิด
หมดห้องเลยก็ว่าได้ แต่เรานี้สิ(T^T) เราชอบอังกิดนะ
แต่ไม่ชอบคณิต ชอบวิทย์ แต่ไม่ชอบไทยครูโหด

รร เราครู ขอพูดนะ หยิ่งมาก รวยกันทุกคน แต่งตัวก็เริ่ด
เวอร์ ชอบว่านักเรียนแต่งตัวไม่เรียบร้อย ผมยาว
ไป 1 เซน ก้ด่า รองเท้า เป็นรอยก็ด่า -*-
แต่ชีวิต ใน รร ก็ดี ประสบการ ใหม่เยอะ มาก ชอบกีฬาสีมาก ตอนแรกเกียดกีฬาสี แต่มันเป็นประสบการ์ณ
ที่ได้ยุกับพี่ สตาฟ ใจดี ดราม่า ทุกอารม สุดท้ายไม่ได้ถ้วย T T (พี่แกก็ดราม่า แล้ว ก็มาหัวเราะเออยังไงนิ)

#83 By BeBe (101.108.236.25) on 2011-11-25 19:16

วิชาที่ เน้น ที่1 คณิต ที่2 วิทย์ และ อังกิด ที่ 3แล้วก็ไทย ที่ 4
ส่วนใหญ่เด็กเก่งคณิตจะได้ที่ 1 ห้องเราเก่งอังกิด
หมดห้องเลยก็ว่าได้ แต่เรานี้สิ(T^T) เราชอบอังกิดนะ
แต่ไม่ชอบคณิต ชอบวิทย์ แต่ไม่ชอบไทยครูโหด

รร เราครู ขอพูดนะ หยิ่งมาก รวยกันทุกคน แต่งตัวก็เริ่ด
เวอร์ ชอบว่านักเรียนแต่งตัวไม่เรียบร้อย ผมยาว
ไป 1 เซน ก้ด่า รองเท้า เป็นรอยก็ด่า -*-
แต่ชีวิต ใน รร ก็ดี ประสบการ ใหม่เยอะ มาก ชอบกีฬาสีมาก ตอนแรกเกียดกีฬาสี แต่มันเป็นประสบการ์ณ
ที่ได้ยุกับพี่ สตาฟ ใจดี ดราม่า ทุกอารม สุดท้ายไม่ได้ถ้วย T T (พี่แกก็ดราม่า แล้ว ก็มาหัวเราะเออยังไงนิ)

#82 By BeBe (101.108.236.25) on 2011-11-25 19:14

อยากเปงเด็กอีพี คนใน รร เรา อยู่ อีพี คอดเยอะ
เลย พี่ที่เปงทอม รร เราโครตหน้าตาดี เรียนเก่ง อ๊ากกก
เด็กอีพี ชื่อ จะเปงภาษาอังกิด เก๋มาก อ่ะ>.<

#81 By BeBe (101.108.236.25) on 2011-11-25 19:06

Different people in every country receive the <a href="http://goodfinance-blog.com">loans</a> from various creditors, just because that's easy and fast.

#80 By Dollie22Branch (91.212.226.143) on 2011-11-17 18:26

เห็นด้วยว่าเป็นการแบ่งชนชั้นใน ร.ร.ตอนแรกลูกก็เรียนสามัญซึ่งคิดว่าค่าเทอมEPก็ได้เรียนEngเพิ่มแต่เปล่าสิทธิพิเศษอะไรก็ได้ก่อนเลยย้ายลูกไปเรียนEPเพราะสามารถจ่ายได้แต่ไม่อยากให้ลูกเป็นนร.ระดับล่างของร.ร.ค่ะตอนแรกคิดว่าไปเรียนพิเศษข้างนอกก็ได้เลยไม่ได้เรียนแต่รับไม่ได้ที่ลูกเป็นนร.ระดับล่างของร.ร.ค่ะ

#79 By Too (119.42.80.114) on 2011-10-27 23:09

เรียนอีพีไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะ รวย จากการวิจัย ไปดูได้นะ พบว่า นร. ที่เรียนด้านนี้ มีงานทำที่ดีกว่าสายวิทย์และธรรมดา 92.223เปอร์เซ็น

#78 By FUC+ (110.49.249.216) on 2011-10-24 01:04

ผมเด็กโยธินเก่านะ สมัยนั้นยังเป็นโรงเรียนผู้ชายล้วน และไม่มีโปรแกรม EPอะไร เดี๋ยวนี้มองเป็นธุรกิจมากไป
http://oldiesmusicretro.blogspot.com/

#77 By oldschool (172.16.9.15, 223.207.61.48) on 2011-10-12 09:56

ใครบอก เราอยู่EPมีแต่อาจารย์เอาไปนินทา

ถ้าแบ่งชั้นนะไม่มีหรอก

เหอะ

#76 By คนซีเรียส (113.53.3.241) on 2011-07-07 19:47

อ่านดูแล้วรู้สึกเหมือนว่า EP นี่มันแย่มาก ผมไม่รู้ว่าผู้เขียนมีประสพการณ์อะไรที่ไม่ประทับใจรึเปล่าครับ เราต้องเข้าใจอย่างหนึ่งก่อนนะครับในโลกเรานี้ไม่มีอะไรที่ดีไปหมดทุกด้าน ทุกอย่างมีดีมีเสีย

อันที่จริง EP นั้นมีมานานมากแล้วครับ ลองไปถามพวกที่จบจาก อัสสัมชัญฯ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปสิครับ แล้วจะรู้ เมื่อก่อนหนังสือคณิตศาสตร์ก็เป็นของอังกฤษ ของ ฮอร์น หรือไงนี่แหละ EP ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่าที่เอามาใส่แพกเกจใหม่เท่านั้นครับ

ผมคิดว่าไม่ว่าจะหลักสูตรใหน ครอบครัวสำคัญที่สุด อย่าไปให้ความสำคัญกับ รร. มากเกินไปจนลืมให้ความสำคัญกับลูกคุณเอง เพราะคุณอย่าลืมว่าการศึกษาของไทยนั้นมันห่วยแตกสิ้นดี เพราะระบบการศึกษาของเราไม่ได้สนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน อย่าลืมสิครับว่า คน ๑๐๐ คนไม่ใช่ว่าทั้งหมดจะเป็น หมอ หรือวิศวะกรทั้งหมด ในสังคมของเรายังต้องการคนอีกหลายประเภท แต่ระบบการศึกษาของเราพยายามที่จะสร้างคนให้ออกมาในบล๊อคเดียวกันหมด ซึ่งคนบางจำพวกที่ความถนัดของเขาอาจจะแตกต่างออกไปก็ถูกละเลย

ลูกของผมไป รร. เล่นๆ เท่านั้นครับ ผมอยากให้ลูกผมเรียนอย่างมีความสุขมากกว่าที่จะต้องถูกบังคับให้เรียนโน่นเรียนนี่ ถ้าเรียนไม่ได้ก็ถูกตี...งีาเง่าที่สุด ลูกผมเรียนมาหมดแล้วครับ ทั้ง รร.ไทยเอกชน รัฐบาล เอกชน EP และ inter ในต่างประเทศ ผมบอกได้เลยว่าเด็กที่เรียนอินเตอร์มาแล้วจะเกลียดการศึกษาแบบไทยไปเลยครับ แต่อย่าเข้าใจผิดว่าผมเชียร์อินเตอร์นะครับ เพราะอินเตอร์ก็มีข้อเสียเช่นกัน ที่ผมคิดว่าดีที่สุดสำหรับลูกผมก็คือ รร. ไทย แถวๆบ้าน ให้มันไปเรียนเล่นๆ เอาวุฒิก็พอ แต่ ผมจะสอนวิชาชีวิต และวิชาการเสริมให้ ในลักษณะ semi home school ดีกว่า

#75 By เกียรติ (125.161.183.252) on 2011-05-01 18:34

แต่เพื่อนเรามันไม่เรียนพิเศษเพิ่มแต่มัน็เก่งนะ

#74 By oil (1.46.109.96) on 2011-02-18 19:06

หนูเป็นคนหนึ่งที่เรียนEPเสียแพงอย่างว่าแหละ

#73 By oil (1.46.109.96) on 2011-02-18 19:02

Inter Math – English Tutor
สอนพิเศษ คณิต อังกฤษ
สำหรับเด็กนานาชาติภาคภาษาอังกฤษ
สอนโดย “ผู้ช่วยครูวิทยาศาสตร์โรงเรียนนานาชาติ” การศึกษา
ป.โท ประเทศอังกฤษ (นักเรียนทุน ERASMUS MUNDUS )

Inter Math – English Tutor
for Bilingual students
By “Assisting Science Teacher” from an international school. Graduated Master Degree from UK (ERASMUS MUNDUS Studentship)

Kitty 081-428-8836
More info: http://kitimainblog.blogspot.com/2011/01/inter-math-english-tutor-for-bilingual.html
Timetable: After school/ Sat-Sun
Place: Nonthaburi (Rattanathibet)
Kitty's Profile: http://th.linkedin.com/in/kitimain

ขอบคุณ และ ขออภัยหากข้อความนี้เป็นการรบกวนท่าน
Please apologize me , if this post interrupt your enjoyment.

#72 By Kitty (202.149.116.25) on 2011-01-19 20:09

เรียนอินเตอร์ก็ดีนะคะ เด็กจะได้ภาษาและสำเนียง แต่เรื่องเลขหลักสูตรจะช้ากว่า ทำให้ต้องหาที่เรียนใหม่ให้ลูก ตัดสินใจเลือกโยธินEPเพราะลูกชอบ(พาไปดูสถานที่ก่อนเข้า)เข้าไปแรกๆก็ต้องเร่งกันเลยเพราะเรียนเลขและไทยมาน้อยกว่าเด็กอื่น ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ ส่วนภาษาไทยมีครูที่เอาใจใส่สอนให้จนทันเพื่อน ๆ (ท่านยื่นมือเข้ามาช่วยโดยมิได้หวังสิ่งใดตอบแทน ถึงได้บอกว่าครูที่นี่มีจิตเมตตาโดยแท้จริง)ปัจจุบันจะจบม.6 แล้วค่ะ บอกได้เต็มปากเลยว่า โยธิน EP ดีจริงๆค่ะ

#71 By ผู้ปกครองเด็กอินเตอร์ (110.168.21.36) on 2010-11-18 09:40

อดีตเด็กอินเตอร์...
ปัจจุบันเด็กโยธิน EP...ลูกดิฉันมาเข้าโยธินตั้งแต่ม.1ขณะนี้ม.6 ดีใจมาก ๆ ที่ให้ลูกเรียนที่นี่

#70 By ผู้ปกครองเด็กอินเตอร์ (110.168.21.36) on 2010-11-18 09:07