ความคิดแบบเด็กๆ

posted on 27 Aug 2008 22:10 by bombaydrive in Social

อ่านก่อน ก่อนอ่าน
อย่าไปถือสาอะไรกับเอนทรีนี้เลย เพราะมันเป็นความคิดแบบเด็กๆ

.

.

.

 

(1)
เช้าวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551 สำหรับใครอาจจะเป็นวันที่ไม่ปกติ แต่สำหรับผมมันยังคงเป็นวันปกติ เพราะผมก็ยังคงตื่นนอน ทำกิจวัตร แต่ชุดรด.ออกไปเรียนตามปกติ

แต่พอออกจากบ้านฟังวิทยุ เริ่มรู้สึกไม่ปกติ แต่นั่นมันแค่รู้สึก

หกโมงครึ่งมาถึงที่นัดหมายกับเพื่อนๆ ก็เริ่มปฏิบัติการโบกแท็กซี่เพื่อให้ไปส่งที่ศูนย์รด. ตรงสี่แยกสุทธิสาร
แต่สี่คันแรกที่โบกได้ ต่างปฏิเสธที่จะไปส่ง

สุดท้ายกลุ่มผมจึงลงเอยกับคันที่ 5 ที่มีคนขับเป็นลุงใจดีคนหนึ่ง นอกจากแกจะใจดีเอารถแกไปเสี่ยงบนถนนที่สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ เพื่อไปส่งพวกผมให้ถึงที่หมายแล้ว ระหว่างทางแกเห็นพวกผมหลับ แกก็แกะเอาโกปิโก้ให้พวกผม แถมยังพูดติดตลกว่า ถ้าไม่กินก็นอนต่อไปก็ได้ ท่าทางจะได้หลับอีกยาว

เจ็ดโมงครึ่งใกล้ถึงสี่แยกสุทธิสาร รถติดแบบมหาบรรลัย ไม่ว่าจะขึ้นสะพานลอยข้ามแยก หรือไปตามทางปกติ ก็ไม่ต่างกัน พวกผมจึงตัดสินใจของลงกลางทางแล้วเดินเข้าศูนย์ซึ่งน่าจะรวดเร็วที่สุด

ลุงแกก็ใจดี แถมยังบอกว่า ถ้ารีบก็ลงไปเถอะ เดี๋ยวโดนครูฝึกแดกเอา
แต่ที่ใจดีที่สุดคือ มิเตอร์ 115 บาท แต่ก็คิดพวกผมแค่ร้อยเดียว แกบอกว่าแกเสียใจที่ไปส่งผมถึงหน้าศูนย์ไม่ได้

ไม่ปกติจริงๆด้วย


.

.

.

 

(2)
ในเช้าวันเดียวกัน ณ ศูนย์ฝึกรด.แห่งหนึ่ง บนถนนวิภาวดีรังสิต (ก็มีแห่งเดียวนินา)
เช้าที่ถึงแม้สถานการณ์ข้างๆศูนย์จะดูตึงเครียดแค่ไหน รถจะติดตั้งแต่หน้า NBT ไปถึงลาดพร้าวดอนเมืองเพียงไร
แต่ภายในศูนย์นั้น กลับมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นมากมาย เช่น

เงียบสงบกว่าปกติ เพราะนศท.มาสาย แถมมาสายก็ไม่ต้องถูกลงโทษอีกต่างหาก
เรียนสนุกกว่าปกติ เพราะเราเปลี่ยนจากการเรียนวิชาทางทหาร มาเรียนวิชาการเมืองแทน
ตื่นตัวกว่าปกติ เพราะนศท.หลายคนอยากให้ม็อบมันเข้ามาบุกในศูนย์ฝึกรด.บ้าง เพราะจะได้เลิกเรียนไวๆ เพื่อนผมถึงกับปรารภว่า พวกนี้มันเก่งแต่กับยามกับสื่อ แต่กับทหารมันไม่กล้าหรอก

แต่ถึงแม้ม็อบจะไม่บุกเข้ามาในศูนย์ก็ตาม แต่สุดท้ายก็ได้กลับบ้านไวกว่าปกติตามคาด
น้อยนักที่จะมีโอกาสดีๆเช่นนี้

เหล่าครูฝึกก็ลั้ลลาไม่แพ้กัน เพราะอย่างน้อยเรื่องนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเขาหละ

ก็ว่ากันไป...

.

.

.

 

(3)
หลังจากอากิตติ หนีจากโมเดิร์นไนน์มาอยู่ช่อง 3 มาทำรายการข่าว 3 มิติ ผมก็รู้สึกว่าไม่เห็นมันจะ 3 มิติตรงไหน ก็เหมือนสรุปข่าวแบบฮอตนิวส์ที่แกเคยทำที่ไอทีวีเดิม

แต่เมื่อวานนี้ที่แกถูกม็อบพันธมิตรชกเข้าหน้าและหลังคออย่างไม่ได้ตั้งตัว ระหว่างมาสังเกตการณ์แถว NBT เพื่อเอาไปทำข่าว

ผมว่านี่แหละที่อากิตติแกกำลังจะสื่อว่า ข่าว 3 มิติ มันเป็นอย่างไร


.

.

.

 

(4)
ขอหยิบจากสวนบอร์ดมาหน่อยนะครับ ข้อความที่จะได้อ่านต่อไปนี้ ถือเป็นความจากฝ่ายเดียว อ่านเต็มๆต่อได้ที่  http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=51561

ตอนนี้ผมอายุไม่ถึง18ครับ
เลยไม่รู้ความคิดตัวเองถูกรึเปล่า
จึงขอให้ทุกคนช่วยให้ความเห็นในเรื่องนี้ด้วยนะครับ
ขอเล่าย่อๆนะครับ

------------------------------------------------------------------------------

ผมเลยสงสัยว่า ผมควรเคารพบุคคลผู้นี้ขนาดไหน

คือผมมีปัญหากับอาจารย์ท่านหนึ่งในโรงเรียน
ในเรื่อง การเมือง บุคคลท่านั้นมักพยายามโยงทุกเรื่องที่เรียนเข้าสู่เนื้อหาทางการเมือง ทั้งยังมีการโจมตีบุคคลฝ่ายที่ตนเกลียดอยู่บ่อยมาก

สร้างความไม่สบายใจให้กับผม เพราะท่านทำเป็นกิจวัตรเกือบทุกคาบ คงจะมีแต่คาบที่ท่านผู้นั้นไม่มาครับ

และวันหนึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา เขานำเรื่อง การเมืองมาพูดอีกทั้งยังด่าบุคคลที่เขาชิงชังเสียด้วย เพื่อนขอผมแย้งในกรณีที่กล่าวถึง แต่ท่าทางอ.มิเป็นมิตรเสียเลย

ผมจึงยกมือขออนุญาติพูด ซึ่งอ.ก็ให้ แล้วผมก็พูดไปว่า"อ.ครับ น.ร.ในห้องนี้มีทั้งคนชอบ และไม่ชอบพันธมิตร ทั้งรักทั้งเกลียดทักษิณ(บุคคลที่ชอบนำมาพูดบ่อยๆ) ตัวผมเองก็ไม่ชอบพันธมิตรสักเท่าไร ผมสังเกตอาจารย์ชอบนำเรื่องการเมืองมาพูดในห้อง ทำให้เสียบรรยากาศการเรียน ผมจึงอยากจะขอให้อ.พูดเรื่องการเมืองให้น้อยลงหน่อยได้มั้ยครับ เพื่อความสบายใจของคนทั้งห้องครับ"

แล้วอาจารย์ก็ขึ้นครับ

มีช่วงหนึ่งอาจารย์พูดว่า"เธอกล้าดีมากนัก ที่มาสั่งให้อาจารย์หยุดพูด"
ผมจะแย้ง แต่เขากลับไม่รับฟัง

แล้วก็ถกเถียงกับไปมา แต่อาจารย์เป็นฝ่ายขึ้นเสียงก่อนครับ รู้สึกผมกระแทกเสียงไปเพียงหนึ่งครั้งเพราะสุดจะทนครับ แต่ผมก็เป็นฝ่ายหยุดก่อนเพราะมันผิดประเด็นตั้งแต่แรกที่ต้องการขอความกรุณา มิใช่การทะเลาะกับอาจารย์และผมก็ยังให้ความเคารพเขาอยุ่ มิเช่นนั้นแล้วผมคงไม่หยุด แต่อ.ก็ยังต่อผมจึงหยุดไม่อยู่และจะไม่จบง่าย
และอยู่ดีๆ อ.เขาก็หยุด ไปดื้อๆ พร้อมทั้งตำหนิติเตียนผมด้วยคำที่ว่า"อ.สอนหนังสือมา ** ปี อายุ ** ปี อ.รู้ดีนะว่าไรควรไม่ควร"
แล้วก็พูดซ้ำ"เธอกล้าดีมากนัก ที่มาสั่งให้อาจารย์หยุดพูด"อีกครั้ง(ใช้คำพูดที่ใกล้เคียงกัน)
ผมก็จะแย้งแสดงความบริสุทธิ์ และเขาก็ไม่รับฟัง

และเราก็หยุดทะเลาะกัน และอ.ก็บอกว่าเรื่องนี้ให้จบภายในห้องนี้แล้วสั่งผมมิให้ไปบอกพ่อแม่

เขาก็พูดฝ่ายเดียวผมก็หยุดไป แต่เขายังมีตำหนิเหน็บแนมว่าต่อไปผมจะอยู่รอดในสังคมไม่ได้ เพราะไม่เปิดใจ

ในใจผมก็คิดไปว่า ผมทนฟังมา14-15สัปดาห์ แต่เขาฟังผมพูดไม่ถึง20นาทีเขาเลยพูดกับผม ใครกันแน่ที่ไม่เปิดใจ

ก่อนออกจากห้องยังเหน็บแนมอีกรอบว่า
อ.เวลานั่งเเท็กซี่ แท้กซี่เปิดคลื่นวิทยุรัฐบาลฟัง อ.อยากจะถีบคนขับ แต่ก็ไม่ทำ


พอวันรุ่งขึ้น เขาไปเล่าเรื่องนี้ให้ห้องอื่นฟัง ซ้ำยังบิดเบือนความจริงว่าผมไปสั่งเขาให้เขาหยุดกับห้องห้องหนึ่ง ส่วนห้องที่สองมีการแต่งเติมไปอีกว่าผมล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วชี้หน้าเขา พร้อมประกอบท่าทางให้ดู

พอผมทราบ ผมงงมากครับ เป็นคนพูดเองว่าให้จบ ณ ที่เกิดเรื่อง แต่มีการนำเรื่องไปเล่าต่อ ทั้งยังบิดเบือนความจริง อันสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ผม ถึงแม้ไม่มีการเอ่ยนามก็ตาม

ผมเลยสงสัยว่า ผมควรเคารพบุคคลผู้นี้ขนาดไหน เขาดึงดัน เขาใจแคบเขากลัวเสียหน้ากับเด็ก เขาสร้างอคติในใจ ทั้งๆที่ผมต้องการแค่ อยากจะให้เขาช่วยลดการพูดเรื่องนี้ลงเท่านั้น

ตอนนี้ก็ยังเคารพเขาอยู่นะครับ แต่มันเหือดหายไปเรื่อยจนแถบไม่มีเหลือแล้วครับ

-----------------------------------------------------------------

ป.ล.ที่ใช้สรรพนามแทนว่าเขาเพราะมันชินมือนะครับ
ป.ล.2 ถ้าอ.ผู้นั้นผ่านมาเห็น ขอให้ลบอคติออก แล้วลองนึกดีนะครับ ว่าผมทำตามอย่างที่อาจารย์คิดเหลือเปล่า เหมือนอ.เข้าใจผมผิดเองนะครับ
ป.ล.3 ที่ผมมาเล่าเพื่อความสบายใจของตนนะครับ แล้วผมถือว่าอ.ท่านผิดคำมั่นที่ได้ให้ไว้ก่อน ผมก็ถือว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีขึ้นนะครับ


ป.ล.4 ถ้าผมเห็นอาจารย์เป็นคนขับรถแท็กซี่ ผมคงไม่กล้าพูดออกไปหรอกครับ แต่เพราะผมยังเห็นอาจารย์เป็นอาจารย์นะสิ

ความคิดแบบเด็กๆทั้งนั้น

.

.

.

 

(5)
สมคุก : เฮ้ย ไอ้ราง มึงเห็นหมายจับสองผัวเมีย หรือยังวะ
สมตะราง : เห็นแล้ว ที่มักคะวานนะเว้ย ขยายใหญ่เต็มเวทีเลย เค้าบอกว่าเป็นหมายจับโจรปล้นชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก กูละเบื่อจริงๆ
สมคุก : ก็สมควรแล้วนิ พันธมิตรได้ใจจริงๆ ความยุติธรรมที่พวกกูเรียกร้อง มันได้บังเกิดขึ้นเสียที
สมตะราง : แน่ใจเหรอว่ายุติธรรม
สมคุก : ก็แน่ดิ คนชั่วช้าสามานย์ปล้นชาติ สุดท้ายก็ต้องโดนหมายจับ ไม่มีแผ่่นดินจะอยู่แบบนี้นี่แหละ
สมตะราง : งั้นกูจะคอยดู ถ้าศาลออกหมายจับ 5 พันธมิตรเมื่อไหร่ อย่าลืมทำหมายจับใหญ่ๆมาติดหลังเวทีด้วยนะ ติดเรียงกันเลย เอาให้เห็นหน้าลูกพี่มึงชัดๆ จะได้แฟร์ๆ

ทีใครทีมัน ประเทศฉันเจ็บปวด

.


.

.

 

(6)
บนเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่กำลังพาเหล่าผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ไปปฎิบัติภารกิจบางอย่าง ระหว่างนั้นพี่มาร์กก็นึกสนุก ตั้งหัวข้อสนทนาเล่นๆกับท่านผู้ใหญ่อีก 3 คนบนเครื่อง
พี่มาร์ก : ถ้าสมมติมีเงินอยู่พันบาทอยู่บนฮอเนี่ย พวกท่านจะทำอย่างไร ให้ประชาชนมีความสุขที่สุด ถ้าเป็นผมนะ ผมก็คงจะเอาเงินพันนี่หละ ปล่อยลงจากฮอเลย ใครได้ไปคงดีใจแฮปปี้มากๆ
ท่านหมัก : ถ้าเป็นผมนะ ผมจะเอาแบงก์พันไปแตกเป็นแบงค์ร้อย มีสิบใบ ก็สุขได้สิบคน ร้อยหนึ่งก็เหลือแหล่แล้ว
ทักกี้ : ถ้าเป็นผม ผมไม่ให้เป็นเงินหรอก ผมจะเอาไปซื้อหวยบนดินโปรยแจกดีกว่า เรื่องการพนันนี่ไม่ต้องให้ถูกรางวัลหรอก ชาวบ้านเค้าก็ดี๊ด๊าแล้ว
กะทิ : เป็นผมไม่ต้องเอาเงิน เอาหวยโปรยหรอก แค่โปรยใบปลิวให้ชาวบ้านรวมตัวไปกินอาหารฟรีและก็ให้ดูเอเอสทีวีระหว่างทาน อิ่มทั้งท้องทั้งสมอง ดีกว่าให้เงินเป็นไหนๆ

ระหว่างที่ทั้งสี่กำลังสนทนา พลขับฮอ ก็นึกหมั่นไส้
พลขับ : โอ๊ยถ้าเป็นผมนะ ไม่ต้องใช้เงินสักบาทหรอก ง่ายนิดเดียว ก็แค่ผมออกแรงถีบพวกท่านทั้งสี่ลงจากฮอ แค่นี้ชาวบ้านเค้าก็มีความสุขแล้ว

แต่ท้ายที่สุด ก็รู้สึกว่าจะตายหมู่นะขอรับ

อ่านจบบรรทัดนี้่แล้ว กระผมขอเผ่นก่อนนะ ตัวใครตัวมัน...

Comment

Comment:

Tweet

สมัยเรียน ม.ปลาย ก็เคยเจอ อาจารย์แบบนี้เหมือนกัน (แต่ไม่แรงเท่านี้ครับ)

เราก็ทำเฉยๆไป ไม่สนใจหรอกขอแค่สอนทันบทเรียนก็พอ แกเป่าหูผมไม่สำเร็จหึหึ (แต่คนอื่นไม่รู้นะ)

คนอื่นๆเค้าชอบแหย่ให้อาจารย์พูดเรื่องการเมือง จะได้ไม่ต้องเรียน หุหุ (แต่อาจารย์เค้าไม่หลงกลเราหรอก)sad smile

#10 By Eddalion on 2008-09-12 13:34

ได้ใจอันสุดท้าย

ปล.อย่างนี้เค้าเรียกผู้ใหญ่รังแกเด็กไหมเนี่ย!

#9 By lamoon on 2008-09-01 12:54

คนขับต้องละที่นั่งเพื่อไปถีบสินะ...sad smile

#8 By 「♭Mystery」 on 2008-08-28 00:37

5 5 5 5 เห้อ sad smile
ประเทศ สาระขัน

#7 By chimerateddy on 2008-08-27 23:03

ตายหมู่ วะฮะฮ่า!!!

#6 By on 2008-08-27 23:02

อันที่ 4 เขาเรียก หาเรื่องใส่ตัวครับ ==' ....ควรจะรู้อยุ่ว่าสถานการณ์ไหนควรไม่ควร....

#5 By Shuu Exteen on 2008-08-27 22:56

ฮาข้อ6ครับ 555

แต่อ่านเรื่องของเด็กคนนั้นแล้วไม่สบายใจเลย...sad smile

#4 By SkyKiD on 2008-08-27 22:44

อันสุดท้ายได้ใจมากค่ะ >.<!!!

สงสารเด็กคนนั้น...
อยากให้มันจบๆซักทีไอเรื่องแบบนี้ - -

#3 By AelitaX on 2008-08-27 22:39

ว้าว
ชอบอันท้ายสุดอ่ะครับ

#2 By kyosama on 2008-08-27 22:32

sad smile สงสารเด็กคนนั้นจัง

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-08-27 22:25