หลังจากดองบล็อกไปนานถึงเดือนครึ่ง เพราะอ่านหนังสือเตรียมสอบจนหน้าตาหมดหล่อ
คราวนี้ขอกลับมาอย่างหน้าด้านๆ ด้่วย Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น ของพี่แนนซี่ครับ (แก้ผ้าเอาหน้ารอดเชียว)

แต่จะให้ผมเขียนแนะนำม.6 เข้าต่อมหาวิทยาลัยก็ดูจะไม่เข้าท่า เพราะผมเองก็อยู่ ม.6 เหมือนกัน (จะกลายเป็นว่าเขียนแนะนำตัวเองมากกว่า - -*) เรียนขอแหกกติกาสักเล็กน้อย แนะนำเหล่าบรรดาม.ต้น วัยคอซอง ขาสั้น บ้าง (เพราะยังไม่เห็นมีใครเขียนเลยนะ เท่าที่ได้เข้ามาเกาะติดเป็นระยะๆ)

ที่สำคัญ ผมว่า ช่วงม.ต้นนี่หละ หัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตมากกว่าม.ปลายเสียอีก จริงๆนะ (14-15 ใช่เลย)

แถมที่ผมจะแนะนำก็อยู่ในมหาวิทยาลัยด้วย (ถ้าจะเข้าก็ต้องเรียน สอบเข้ามหาวิทยาลัย เหมือนจะเท่เนอะ )

 

ว่าแล้ว ก็ เล็ตซึโก... ซาราริมัง!

 

กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะ แนวทางศึกษาต่อนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

 

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่
กำลังศึกษา อยู่ภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (อนาคจะเคลื่อนย้ายไปเปิดเป็นโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน ในสังกัดของ วทอ. มจพ.)

- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง
ที่นี่มีหลักสูตรเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ 3 สาขา ตามความสนใจของท่าน คือ สาขาเครื่องกล (มีชื่อที่สุด) , สาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และ สาขาโยธา

ในส่วนนี้ ผมจะแจกแจงเฉพาะของสาขาไฟฟ้าเท่านั้น (มิบังอาจไปยุ่งกับสาขาที่ไม่ได้เรียนมา)

สาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะเรียนและฝึกปฏิบัติในภาพรวมเท่าที่เป็นพื้นฐานและควรจะทราบ สำหรับว่าที่วิศวกรไฟฟ้า (และอื่นๆที่เกี่ยวข้องและสามารถนำไปต่อยอดได้) แต่โดยมากจะเน้นไปทางทฤษฎี โดยเฉพาะการคำนวณทางไฟฟ้า โดยใช้มาตรฐานและอ้างอิงหลักสูตรของทางเยอรมัน

ระยะเวลาการศึกษาทั้งหมด ก็จะ 3-6 ปีครับ (มากกว่า 3 ปี จะดูแก่ไปโดยปริยาย) เป็นหลักสูตร 127 หน่วยกิต การประเมินจบหลักสูตร คล้ายๆกับรูปแบบของมหาวิทยาลัย

การเรียนที่นี่ จะไม่มีแบ่งรอบเช้า รอบบ่าย เพราะเรียนทั้งวัน และเรียนอย่างหนักหน่วง และเรียนไม่เป็นเวล่ำเวลา ดังนั้นจะต้องปรับตัวให้พร้อมเสมอสำหรับการเรียน เพราะบางวันก็อาจจะเริ่มแปดโมง แล้วเรียนยาวรวดไปเลิกหนึ่งทุ่มแบบนันสต็อป แต่บางวัน ก็อาจจะเริ่มเรียนตอนบ่าย แล้วเลิกเย็นๆ หรือไม่มีเรียนเลยก็เป็นไปได้  และบางห้อง บางเทอม อาจจะ้ต้องเรียนวันเสาร์ทั้งวันด้วย (เรียนหกวัน) เพราะฉะนั้น คนที่โหยหาการเรียนกวดวิชา อาจจะลำบากนิดนึงนะครับ (แต่จริงๆแล้วส่วนใหญ่ก็เห็นกวดวิชากันได้ทั้งนั้น) โดยห้วงเวลาปกติ ก็แปดโมงเช้า ถึงสี่โมงเย็น

- ตัวอย่างตารางเรียน 1 2 3 -

สังคมการเรียนของที่นี่ จะอยู่ในรูปแบบเดียวกับสังคมมหาวิทยาลัย เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ คือมีอิสระเสรีเต็มที่ ในการจะเข้าออกมหาวิทยาลัย แ่ต่ในเรื่องของการเข้าเรียนนั้น ส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยมีการโดดเรียนกันหรอกครับ ก็เกือบจะทุกวิชา มีคะแนนเข้าเรียน ใครไม่เข้า มีอันได้ F ไม่ก็ Fa ไปทุกราย

การประเมินผลของที่นี่ ก็จะตัดเกรดแบบมหาวิทยาลัย คือ ABCDF โดยมากจะตัดอิงเกณฑ์+อิงกลุ่ม และคะแนนส่วนใหญ่ในแต่ละวิชา มาจากการสอบล้วนๆ อย่างม.ปลาย เก็บ 70 สอบ 30 ที่นี่ก็จะ เก็บ 20 สอบ 80 อะไรทำนองนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเห็นเด็กม.ปลาย เกรดสวยหรู ส่วนเด็กที่นี่ เกรดต่ำต้อย ก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แล้วการจะได้ 4.00 ถือเป็นเรื่องที่เป็นไปแทบจะไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น นานนนนนนนนนนนนที จะมีสักครั้ง สักคนที่ทำได้ (เพราะฉะนั้นใครที่เคยเรียนช่วงชั้นที่ 3 มาได้ 4.00 แล้วมาต่อที่นี่ เกรดตกไปเหลือ 3 กว่า ก็ไม่ต้องเสีัยใจฟูมฟายไป ค่อยๆปรับตัว)

ส่วนวิชาทีคุณจะได้เรียนนั้น จำแนกสำคัญๆ ได้คือ...

1. กลุ่มวิชาสามัญ คือกลุ่มวิชาที่เรียนเหมือนม.ปลาย มี 6 วิชาหลัก คือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา และแถมด้วยพลศึกษาอีก 1 วิชา

2. กลุ่มวิชาเฉพาะ ของไฟฟ้าแยกย่อยได้ คือ
- พวกวิชาพื้นฐานวิศวกร (เขียนแบบเครื่องกล , ตะไบ , เชื่อม , งานท่อ)
- พวกวิชาไฟฟ้าพื้นฐาน (กระแสตรง กระแสสลับ ระบบส่งจ่ายไฟฟ้า การเดินสายภายในอาคาร เขียนแบบไฟฟ้า)
- พวกวิชาำเครื่องมือวัด (มิเตอร์ต่างๆ)
- พวกวิชาเครื่องจักรไฟฟ้า (เครื่องกำเนิดไฟฟ้า มอเตอร์ การควบคุมเครื่องจักรไฟฟ้า)
- พวกวิชาอิเล็กทรอนิคส์
- พวกวิชาดิจิตอล และคอมพิวเตอร์

โดยจำแนกเป็นรายภาคได้ดังนี้
(ไม่อยากรู้ ก็ผ่านๆไปนะครับ)

ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1
311131 เขียนแบบเครื่องกล 1
340151 วัสดุไฟฟ้าและการคำนวณ
341111 ปฏิบัติงานเดินสายภายในอาคาร
341121 ปฏิบัติงานวงจรไฟฟ้ากระแสตรง
341151 วงจรไฟฟ้า 1
392131 ฟิสิกส์ 1
392151 เคมี 1
393141 ภาษาอังกฤษ 1
393161 ภาษาไทย 1
394171 คณิตศาสตร์ 1

ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2
312113 ปฏิบัติงานโลหะเบื้องต้น
340152 เครื่องมือวัดไฟฟ้า
341122 ปฏิบัติงานวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
341131 เขียนแบบไฟฟ้า 1
341152 วงจรไฟฟ้า 2
392132 ฟิสิกส์ 2
392152 เคมี 2
393142 ภาษาอังกฤษ 2
393162 ภาษาไทย 2
394172 คณิตศาสตร์ 2
396121 พลศึกษา

ปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1
341112 ปฏิบัติงานเครื่องจักรไฟฟ้า
341124 ปฏิบัติงานเครื่องมือวัดไฟฟ้า
341132 เขียนแบบไฟฟ้า 2
350142 การโปรแกรมคอมพิวเตอร์
353152 วงจรอิเล็กทรอนิกส์ 1
392133 ฟิสิกส์ 3
392153 เคมี 3
393143 ภาษาอังกฤษ 3
393163 ภาษาไทย 3
394173 คณิตศาสตร์ 3

ปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2
341113 ปฏิบัติงานควบคุมมอเตอร์
341123 ปฏิบัติงานวงจรเครื่องจักรไฟฟ้า
341153 เครื่องจักรไฟฟ้า 1
353131 เขียนแบบอิเล็กทรอนิกส์
353153 วงจรอิเล็กทรอนิกส์ 2
392134 ฟิสิกส์ 4
392154 เคมี 4
393144 ภาษาอังกฤษ 4
394174 คณิตศาสตร์ 4
395181 สังคมศึกษา 1

ปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1
341154 เครื่องจักรไฟฟ้า 2
350151 วงจรดิจิตอล 1
353111 ปฏิบัติงานอิเล็กทรอนิกส์ 1
353121 ปฏิบัติงานวงจรอิเล็กทรอนิกส์
353155 เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม
392135 ฟิสิกส์ 5
392155 เคมี 5
393145 ภาษาอังกฤษ 5
394175 คณิตศาสตร์ 5
395182 สังคมศึกษา 2

ปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2
343155 ไมโครโปรเซสเซอร์
343156 วิทยาการก้าวหน้าไฟฟ้า-อิเล็กทอรนิกส์
350152 วงจรดิจิตอล 2
353113 ปฏิบัติงานไมโครโปรเซสเซอร์
353122 ปฏิบัติงานวงจรดิจิตอล
392136 ฟิสิกส์ 6
392156 เคมี 6
393146 ภาษาอังกฤษ 6
394176 คณิตศาสตร์ 6
395183 สังคมศึกษา 3

ดังจะเห็นได้ว่า แต่ละเทอมก็จะมีิวิชาของทั้งไฟฟ้า และวิชาสามัญ ที่เรียนเนื้อหาเหมือนม.ปลายทุกประการ (จะขาดก็แต่ชีววิทยาเท่านั้น ซึ่งถ้าคิดจะเป็นวิศวกร ก็ช่างมันเหอะ)

ส่วนเรื่องของอาจารย์ผู้สอน ก็มีหลากหลายครับ ไม่ขอนินทาพูดถึง แต่โดยรวมก็สอนดีถึงดีมากเลยครับ เพราะหลายท่านก็มีความเป็นผู้ใหญ่ มีคุณวุฒิที่น่าเชื่อถือ

- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

สาขาที่เรียนนี้ เป็นหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ เพื่อเตรียมนักศึกษาสู่การศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ต่อไป หลักสูตรนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะผลิตช่างชำนาญการ หรือผลิตวิศวกรโดยสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังว่า เรียนที่นี่ 3 ปี จะเก่ง หรือสามารถไปเปิดร้านเล็กๆประกอบอาชีพได้ เหมือนสถาบันทางอาชีวศึกษาโดยทั่วไป เพราะยังมีเนื้อหาเฉพาะทางอีกมากที่ต้องทราบ

โดยการเรียนหลักสูตรนี้ สามารถนำไปต่อยอดได้ในการเรียนต่อทางวิศวกรรมไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ แมกคาทรอนิก หรือเคมีก็ยังพอไหว หรืออาจจะไปทางสายวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ เคมี หรืออื่นๆก็ได้

แต่ถ้าหากเรียนไปแล้ว รู้สึกว่าอาชีพวิศวกรอาจไม่ใช่ตัวคุณ ก็สามารถเบนเข็ม ไปเรียนทางสายศิลป์ หรือสังคมได้ ผ่านระบบแอดมิชชัน ของทางสกอ. และสทศ. เป็นต้น  หรือแม้กระทั่งสอบแอดมิชชันเพื่อเข้าคณะวิศวกรรมของสถาบันการศึกษาอื่นก็ทำได้ (สอบ O-NET, GAT , PAT พื้นฐานวิศวกรรม)

ส่วนในระดับของการทำงานจริง โปรดศึกษาจากเอนทรีอื่นๆ ที่กล่าวถึงการศึกษาต่อวิศวกรรมไฟฟ้า

- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

ปรับตัวได้ไว มีชัยไปกว่าครึ่งครับ วิชาโดยมากเป็นทักษะ และคอนเซ็ปต์ ดังนั้นต้องขยันทำโจทย์ครับเอาแค่วันละนิดละหน่อย พอให้ไม่ลืม แล้วคอนเซ็ปต์มันจะฝังแน่นในตัวเรา ใกล้ๆสอบไปเก็บแนวข้อสอบอีกที แค่นี้ก็เป็นหนทางสู่ความสำเร็จได้โดยไม่ยาก

- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะ แนวทางศึกษาต่อนี้ว่า??

จริงๆแล้ว ต้องบอกสิว่า ใครอยากเป็นวิศวกรแน่แท้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วอยากจะปูพื้นฐานให้ตัวเอง เลือกเรียนที่นี่ไม่(น่าจะ)ผิดหวัง 

แต่ถ้าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผม...

หากไม่รังเกียจวิชาทางด้านการคำนวณ หรือทางวิทย์กายภาพ การเรียนในรูปแบบเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ถือว่าน่าสนใจ และเป็นแนวทางที่น้อยคนจะได้สัมผัสครับ (แนวทางเรียนกึ่งม.ปลาย กึ่งป.วช. บรรยากาศแบบมหาวิทยาลัย) ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องอยากเป็นวิศวกรเท่านั้น จึงจะเข้ามา แต่หากท่้านยังไม่รู้ว่าชีวิตนี้อยากจะประกอบอาชีพอะไรดี แต่ยังมีไฟในการเีรียน รับรองว่าเข้ามาต่อที่นี่ มาเจอแต่วิชาเฉพาะทาง ท่านจะรู้แน่ๆหละ ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไร เพราะถ้าคุณชอบรู้สึกสนุกกับสิ่งที่เรียนอยู่ แน่นอนคุณน่าจะอยากเป็นวิศวกร แต่ถ้าหากรู้สึกกล้ำกลืนเหลือเกิน กว่าจะผ่านแต่ละวิชาไปได้ แล้วเริ่มโหยหาในใจว่า "ถ้ากูกลับไปเรียนวิชาxxx yyy คงจะดีกว่านี" นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีอีกเหมือนกันว่าคุณชอบและอยากจะเป็นอะไร

หากคุณรู้ว่าคุณชอบ และอยากจะเป็นอะไร ก็เท่ากับชีวิตคุณประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง 

 

- ส่งแท็กต่อ...

ชาวเอ็กซ์ทีนคนไหนอยากจะแนะนำน้อง ม.3 ที่กำลังมองหาที่เรียนต่อ อย่างเช่นเตรียมทหาร , เตรียมอุดม , มหิดลวิทยานุสรณ์ , วิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหิดล , พาณิชย์ , ช่างกล หรืออื่นๆ ก็รับแท็กนี้ไปทำต่อนะครับ เพื่อเป็นประโยชน์ ให้ักับผู้ที่สนใจต่อไป

 

- Special Thanks

ขอบคุณ คุณพี่ Nancy มากๆครับ สำหรับแท็กดีๆแบบนี้ ผมได้ไปอ่านในหลายๆบล็อกแล้ว พบว่าเป็นประโยชน์มากจริงๆ ขอบคุณครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

รีบคลิกให้ไวเลยครับ 
http://www.gamble1688.com

#20 By king1688 (103.7.57.18|115.67.227.119) on 2013-02-08 12:35



http://gentingclub.weebly.com
http://holiday-palace168.weebly.com
http://royal1688-web.weebly.com
http://reddragon88casino.weebly.com

#19 By คาสิโน (61.19.66.133) on 2011-12-08 13:18

good job

http://gclubmember.combig smile

#17 By มาเล่นเกมกัน (101.51.42.159) on 2011-11-28 18:17

พี่คับเรียนเตรียมวิดวะกับเรียนสายสามัญอะอันไหนมีเปอร์เซ็นสอบตอดคณะวิสวะได้มากกว่ากันอะ ตอบด้วยนะopen-mounthed smile

#16 By โม (125.27.212.2) on 2010-12-06 20:32

เราว่าไปเรียนออสแตเลียนะดี

#15 By เรียนต่อออสเตรเลีย (58.11.74.217) on 2010-04-29 14:16

#12 อยากเรียนวิศวะเคมี ก็ต้องแม่นฟิสิกส์ คณิต และก็อังกฤษนะครับ เพราะเอาเข้าจริงสาขานี้ เรียนไปทางฟิสิกส์มากกว่าเคมีเสียอีก

#13 อยู่ E31 PET19 ครับ ถ้าปี2552 นี่ก็คงไม่ได้เจอกันแน่ๆ เพราะย้ายฝั่งไปอยู่วิศวะแล้วนะ ว่าแต่น้องมาทักกันแบบนี้ มาจากที่ไหนกันเอ่ย embarrassed

#14 By บอมเบย์ on 2009-04-10 14:33

หวาดดีค่ะพี่ ...



เรียนอยุเซคไหนเนี่ย ปีไหนด้วย...

#13 By รุ่นน้อง (125.25.91.119) on 2009-04-09 17:04

อยากเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวเคมีมากเลยค่ะ

จะต้องเตรียมไรบ้างอะembarrassed

#12 By chomview (125.26.130.154) on 2009-03-18 19:49

ขอบคุณมากครับ

#11 By ศึกษาต่อออสเตรเลีย (58.9.245.95) on 2009-01-19 22:23

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความที่นำมาแบ่งปันให้กัน。◕‿◕。

#10 By เรียนต่อต่างประเทศ (58.9.226.45) on 2009-01-17 19:50

ยังอัพอยู่ไม่ทิ้งช่วงยาวจริงๆ นะครับท่าน

NoOnEz เองครับ ดองยาวแล้วกลับมาอีกครั้ง question

#9 By erato. on 2008-12-16 10:18

เชื่อว่าคงมีประโยขน์แก่น้องๆ ที่สนใจเรียนคณะนี้อีกมากครับ

เจ้าของบล็อกก็สู้ๆ นะครับ ^^

#8 By รัตนาดิศร on 2008-12-06 21:51

สู้ๆ ครับbig smile open-mounthed smile confused smile

#7 By Mr.bon on 2008-12-06 16:55

เรียนหนักมากๆเลยค่ะ มิน่า.... (ผรั่วะ)

นี่ก็กำลังอยู่ในช่วงหัวหมาหัวแมวเลย อยากเป็นสัตวแพทย์ จบมาจะได้รักษาตัวเองและเพื่อนพ้อง บรู๊ววว์

"หากคุณรู้ว่าคุณชอบ และอยากจะเป็นอะไร ก็เท่ากับชีวิตคุณประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง"

คุณพี่พูดได้เท่ห์มากค่ะ ไปจำมาจากไหนคะ ฮา

#6 By ire_u on 2008-10-16 19:32

เราก็เรียนคอมอยู่นะ จบแล้ว :D

#5 By Shuu Exteen on 2008-10-15 20:45

ดูมีทางเลือกเยอะดีจัง ^^

#4 By on 2008-10-15 18:28

เรียนมาจะไปเป็นเป็นวิศวกรนี่เอง ด้านไฟฟ้าด้วย จบมาคงจะไม่ไปตัดไฟใครนะ อิอิ

#3 By หนึ่ง on 2008-10-15 00:04

วะวะวะวะวะวะว้าววววววววววววววววววว...
แท็กคนมีกึ๋น อันดับที่ 200 พอดีเด๊ะโผล่มาแล้ววว
โห่.. แอบลุ้นมาตั้งหลายวัน
แหมะ.. ขอบคุณเหมือนกันเน่อ

ปล. จัดเข้าหมวดหมู่ อื่นๆ ละกันนะคะ

#2 By Nancy อารมณ์ดี on 2008-10-14 23:41

ทางแยกมีอยู่ทุกช่วง... ได้อ่านอะไรที่บอกเล่าก็ดีจะได้ช่วยบอกทาง big smile ( ตอนเด็กๆ ไม่มีเลย แล้วก็ไม่รู้จักหาด้วย sad smile )

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-14 21:41