ถือว่า ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆครับ ที่ติดห้อยตามคุณหญิงแม่สุดที่รักไปพักร้อนในช่วงต้นเดือนเมษา ที่ผ่านมา เพราะถ้ารอไปช่วงสงกรานต์ คงจะต้องเซ็งเป็ดสุดชีวิต

อันที่จริง คุณหญิงแม่ ได้รับคำเชิญชวนจากครอบครัวของน้องสาวตัวเอง ให้ไปเป็นเพื่อนปฏิบัติธรรมทีถิ่นของเขา นั่นคือบุรีรัมย์ ซึ่งคุณหญิงแม่ ก็ได้แต่ปฏิเสธ บอกเหตุผลชักแม่น้ำทั้งห้าในการที่จะไม่ไป แต่เพียงแค่น้องคุณหญิง บอกว่า เดี๋ยวค่่าทุกอย่างจ่ายให้ เท่านั้นแหละ นู่น คุณหญิงแม่เตรียมเล็ตซึโก แพ็คกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว (อันหลังนี่เวอร์ไป) แถมชวนผมให้ไปเป็นเพื่อนด้วย เธอบอกว่า เธอไม่กล้าไปคนเดียว กลัวหลง ส่วนผมก็อยากไปเที่ยวอยู่ละ จึงไม่ลังเลใจที่จะตอบตกลง (แต่ไม่ตกลงที่จะไปปฏิบัติธรรมด้วยหรอกนะ)

โดยที่คุณหญิงแม่ก็ชะล่าใจ ดั๊นไปจองตั๋วรถไฟก่้อนออกเดินทางแค่ 3 วัน ทั้งๆที่รู้เรื่องมาเป็นอาทิตย์ ทำให้พลาดตู้ปรับอากาศชั้น 2 ไปอย่่างไม่น่าให้อภัย สุดท้ายถูกผลักให้ไปนั่งตู้ชั้น 3 ในราคาที่นั่งละ 219 บาท (แพงโคด!) ขณะที่ตู้ชั้น 2 ราคาต่างกันไม่ถึงร้อย ซึ่งอันที่จริง เรื่องราคา เราก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ก็มีคนออกให้นินา

แล้วเอาไงละทีนี้  แค่ผมรู้ข่าวว่าจะไปรถชั้น 3 เท่านั้นแหละ เข่าทรุด!!!

วันที่ 1 : 3 เมษายน 2552

วันนี้เป็นวันที่สองแม่ลูก จะออกเดินทาง รถไฟออกจากหัวลำโพงสามทุ่มห้าสิบ เราก็นั่งรถเมล์สาย 7 จากบ้าน ไปลงที่หัวลำโำำพง ประมาณสองทุ่มครึ่ง ก็ไปนั่งรอในหัวลำโพง ผมก็อ่านหนังสือที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือมาอ่านเพลินๆ รอจนถึงเวลา ก็เดินไปที่ชานชาลา 7 ขึ้นรถ

โอ้ แม่ เจ้า โว้ย

คนพรึ่บ ยืนกันให้พรั่บ แต่ละคนก็หน้าตาดิบ เถื่อน เซ็กซี่ ทั้งนั้น
คือขึ้นไป นี่ ก็นึกพลางไปว่า เอ๊ เรามาขอเขาโดยสารฟรีรึเปล่า ทำไมสภาพขบวน มันถึงได้โกโรโกโส เหมือนเดินอยู่ในสลัมซัมเมอร์เซลล์เช่นนี้

โชคยังดี ที่ตั๋วที่คุณหญิงแม่ซื้อระบุที่นั่งไว้ ทำให้เรามีที่นั่ง ซึ่งไอ้ที่นั่ง ที่เรานั่ง ก็ดั๊นมีคนไปนั่งสวมรอยเรียบร้อย แต่ก็นับว่า เราเป็นผู้ที่พิทักษ์สิทธิของตน เราจึงขอทวงคืน ณ บัด now

ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ ก็ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง ซึ่งเป็น 7 ชั่วโมงที่ต้องทน ทน และก็ทน นอกจากจะปวดตูดตลอดการเดินทางจนนอนไม่หลับ กลายเป็นอัจฉริยะข้ามคืนแล้ว คุณพระ ข้าพเ้จ้าไม่อาจเดินไปยืดเส้น ยืดสายได้เลย เพราะตรงพื้นทางเดิน ถูกจับจองเป็นที่นอน ของผู้โดยสารที่ไม่มีืที่นั่งกันหมดแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่ง ทางขึ้นลง ของขบวนรถ

แถมบางคนนอนไม่หลับ ก็คุยกันเสียงดังอีก คุยกันแต่เรื่องบัดสี เหมือนจะกรึ่มๆมา่ก่อนขึ้นขบวนด้วย เคยฟังมั้ย เพลงแร็พเตอร์อะ ไม่เอานะเกรงใจ ไม่ดีหรอกเกรงใจ

สรุป 219 บาท ที่จ่ายให้ รอ ฟอ ทอ โคดจะคุ้มเลย ขอบอก

 

วันที่ 2 : 4 เมษายน 2552

ผมไำปถึงที่สถานีรถไฟห้วยราช ตอนตีห้านิดๆ ก็มีคุณน้า ขับรถมารออยู่แล้ว ก็สวัสดีแบบมึนๆ ทักทายตามประสาผู้อาวุโสน้อยกว่า แต่ก็พูดตามตรงว่ามึนมาก คือพอไปถึงบ้านเค้าปุ๊ป ยังไม่ทันจะได้ไปจ๊อกกิ้ง และก็จิบโอวัลตินร้อนๆ อย่างที่เคยทำทุกวัน ก็คร่อกฟี้ ไปซะแล้ว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบบ่าย ถูกทิ้งอยู่บ้านน้าคนเดียว กับน้องชิห์สุ อีกตัวนึง

ก็รู้สึกเบื่อๆ หิวด้วย ก็เลยต้มมาม่า ที่บ้านน้านั่นแหละ ประทังชีวิต
เป็นมื่อที่มาม่า อร่อยอย่างยิ่ง

กินเสร็จก็นอนดูเนื้อคู่ประตูถัดไป แต่ช่อง 9 ที่นู่น ไม่ชัดเป็นอย่างยิ่ง มีอยู่ช่องเดียวที่ชัดแจ๋วเลย คือ ช่อง 7 สี มิน่าละ ช่อง 7 ถึงเรตติ้งดีตลอดกาล

ชักเบื่อๆ เหงาปากอยากทานขนม เลยเดินออกไปนอกบ้าน เผื่อจะมีีเซเว่น หรือร้านโชห่วยบ้าง

พระพุทธเจ้า!!! ไม่มี ไม่มี และก็ไม่มี
อะไรมันจะเงียบได้ขนาดนี้

ผิดหวังมาก เลยกลับเ้ข้าไปในบ้าน ไปเปิดคอมนั่งเล่น ลั้ลลาๆ

นู่นเืกือบสองทุ่ม คุณน้าซึ่งเป็นสาละมี ของน้องของคุณหญิงแม่ก็กลับมา และก็พอออกไปกินข้าวในตัวเมือง และก็จองตั๋วรถไฟล์ขากลับ ซึ่งคราวนี้ก็ได้ชั้นสองสมใจ (สบายแล้ว yeah!) พร้อมกับทิ้งคุณหญิงแม่ และภรรยาตัวเอง ไว้ในสถานปฏิบัติธรรมเรียบร้อย

จากกันโดยไม่ได้ร่ำลา

 

วันที่ 3 : 5 เมษายน 2552

วันนี้ถื