Life

ปิดเทอมจริงๆเหรอเนี่ย

posted on 14 Mar 2007 16:00 by bombaydrive  in Life

ก่อนอื่นก็ต้องขอ Happy Birthday To Me!!! ย้อนหลังก่อนละกัน วันเกิดปีนี้เงียบเหงาจริงๆ อย่างว่าละเนาะยุคนี้ มันเศรษฐกิจพอเพียงนี่นา

ตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วสำหรับผม แต่ทำไมมันรู้สึกเหมือนยังไม่ปิดก็ไม่รู้ อะไรๆหลายอย่าง แทนที่มันจะดูผ่อนคลายลง เหมือนคนทำงาน จันทร์ถึงศุกร์ดูวุ่นวาย แต่ได้ผ่อนคลายเสาร์อาทิตย์ มันกลับดูว่า 7 วันของผมในสัปดาห์ ยังคงวุ่นวายวายวุ่น ไม่ว่าจะเรื่องที่สถาบัน เรื่องที่บ้าน เดี๋ยวนัดกะคนนู้น เดี๋ยวต้องไปทำงานที่นั่นที่นี่ ทั้งๆที่บางทีก็ไม่ได้อยากจะทำเท่าไร แต่บางอย่างมันเหมือนสถานการณ์มันพาไปจนเราถูกพันธนาการกับสิ่งนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกของผมมันบอกอย่างงั้นจริงๆ

ตั้งใจตั้งแต่ต้นปีว่าจะเขียนบล็อกให้ได้มากๆ แต่จนบัดนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้เท่าไรเลย จะบอกว่าตอนนี้ผมขี้เกียจก็ไม่เชิงนะ อยากเขียนอยู่เหมือนกัน แต่มันไม่เวลาให้เขียนนี่สิ กรรมชะมัดเลย

ใครมีเวลาขายบ้างครับเนี่ย!!!

งานพาร์ทไทม์ ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมนิยมชมชอบที่จะทำในตอนที่ผมว่างๆอยู่เสมอ เพราะชีวิตผมถือคติที่ว่า เวลาเป็นของมีค่า เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับผมมากๆ เพราะตัวผมเองมักจะเจ็บใจและนึกเสียดายทุกครั้ง ที่บางทีทำอะไรไม่ทันตามที่ตัวเองคาดการณ์ไว้ เพราะมัวไปเฮโลสาระพา กับบางเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องจริงๆ จะว่าตอนนั้นบังคับจิตใจตัวเองได้ก็ใช่ แต่ทำไมสุดท้ายก็แพ้ความอยากของตัวเองทุกที จนเสียงานไปหลายครั้ง

พูดไปไกล วกกลับมาที่เรื่องของงานพาร์ทไทม์ดีกว่า สมัยนี้นั้น การที่เด็กวัยรุ่นทั่วไปจะไปทำงานพาร์ทไทม์ช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดสุดสัปดาห์มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนักแล้ว ขนาดลูกคุณทักกี้ที่ลี้ภัยในขณะนี้ ยังเคยไปทำงานที่ร้านอาหารจังค์ฟูดส์ชื่อดังอย่างแมคโดนัลด์มาแล้วเลย (น่าจะประมาณก่อนช่วงข้อสอบเอนท์รั่ว ซะละมั้ง 555) แต่จะว่าจริงๆ ร้านอาหารจังค์ฟูดส์ร้านนั้น ก็มีสิ่งหนึ่งที่ผมชอบทานเอามากๆอยู่เหมือนกันนะครับ นั่นก็คือโฟลตไมโลนั่นเอง ยิ่งช่วงหน้าร้อนแบบนี้ที่กรมอุตุคาดว่ากรุงเทพฯของเราอาจมีอุณหภูมิพุ่งทะลุหลักสี่ ไปรังสิตบางเขนซะขนาดนั้น ไอ้เจ้านี่ ช่วยคลายความร้อนทั้งภายในร่างกายและจิตใจ ฟีลประมาณว่ากรรมกรได้ทานกระทิงแดง อย่างนั้นก็อาจว่าได้ (มิน่าละ ทำไมเสี่ยกระทิงแดงถึงได้ติดเศรษฐีอันดับโลกกะเขา)

เอ้า ไปซะมหาสมุทรอีกละ ยูเทิร์นกลับมาที่เรื่องงานพาร์ทไทม์ดีกว่า คือจริงๆแล้วเนี่ย ผมก็มีความคิดมาตั้งนานนะว่าอยากทำพาร์ทไทม์ ไม่ได้สนใจหรอกนะครับว่าจะเป็นแฟชั่น หรือทำแล้วจะให้คนรอบข้างชื่นชมปอปั้น แต่เพราะช่วงนั้นอยากได้โน่น อยากได้นี่เต็มไปหมด ไม่รู้กิเลศมันเข้าสิงไปทั้งตัวของผม หรือแซกซึมมาตั้งแต่ตอนที่ผมยังเป็นไซโกตอยู่ในท้องแม่รึเปล่า แต่ตอนนั้นที่ยังไม่ทำซะทีก็คือแบบว่า... มันไม่กล้าที่จะเดินไปหาเค้าแล้วบอกว่า อืมม เอ่อ เอ่อ คือ คือ คือว่า.... ที่นี่รับเด็กฝึกงานรึเล่าครับ แค่จินตนาการก็บรึ๋ย ขนลุกหัวตั้งปอดแหกไปไหนต่อไหนแล้ว และอีกอย่างตอนนั้นอายุระดับผมยังไม่ได้ทำบัตรเลยด้วยซ้ำ คิดในใจ ใครเค้าจะรับฟะ และอีกนานาจิตตังเช่น กลัวไม่ได้พักผ่อน กลัวได้ค้าจ้างไม่คุ้มเหนื่อย กลัวได้ทำงานในที่ร้อนๆ กลัวว่าจะต้องกลับบ้านดึก ยิ่งปิดเทอมแก๊งลักพาตัวเด็ก ยิ่งชุกชุมเหมือนยุงลายอยู่ด้วย

แต่จนแล้วจนรอดผมก็ได้ทำงานพาร์ทไทม์จริงๆด้วย แถมได้ไปทำในที่ๆโดนใจผมเต็มๆ อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับพ่อของกระผม นั่นคือ "ทีเค ปาร์ค" นั่นเอง ไอ้ตอนที่ผมไปสมัคร ก็อืมม เค้าจะรับเราเหรอ อายุคือ 14 เองนะ ไม่เจียมตัวเลยหรือไง เคยพูดกะแม่นะว่าเค้าจะรับเหรอ แม่ก็บอกเป็นชื่อรายการเด่น ดอกประดู่มาเชียว ไม่ลองไม่รู้นะลูก ก็เอ้า ก็ลองวะ และผมก็ไปสมัคร ตอนนั้นทีเคยังอยู่ชั้น6 สมัยเซ็นทรัลมาชื้อกิจการเวิลด์เทรดใหม่ๆอยู่เลยมั้ง ถึงแม้ว่าระหว่างทางมาถึงจะดูวังเวงเหมือนห้างร้างยังไงชอบกล แต่ก็ผ่านทุกอย่างมาได้ ผมก็ไปเคาน์เตอร์ ก็รวบรวมความกล้า ขุดความด้านของใบหน้าออกมาจากร่างกาย ถามเค้าตรงๆนั่นแหละ จำได้ว่าถามพี่นพมั้ง (ตอนนั้นยังไม่รู้จักใครหน้าไหนหรอก) และเค้าก็มอง เออๆ เราก็กรอกๆๆๆๆๆๆๆ ไป เสร็จก็ยื่นให้เค้า แล้วก็แอบสมัครสมาชิกไปซะเลย จำได้ตอนนั้นแค่ 50 บาทเอง (ถูกจัง) และก็กลับ ไม่เคยคิดเล้ย ว่าเค้าจะรับเข้าทำงาน ไม่ได้คาดหวังด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายไม่รู้ยังไง เอาผมไปเฉย...

(มีต่อพาร์ท 2 นะครับ เนื่องจากกลัวมันจะสร้างความท้อแท้ในการอ่านของท่าน)