จับศัพท์วิชาการชั้นเทพ แปลงร่างเป็นอักขระไทย
posted on 05 Apr 2008 20:00 by bombaydrive in ThaiThaiจากเอนทรีคราวก่อน มีคุณ PsychoMedicine หรือ คุณหมอโรคจิต เข้ามาฝากรัก ว้าย ไม่ใช่ ฝากคำถามไว้ในคอมเมนต์ (อุทานได้แมนจริงๆ) ดังนี้
ถ้าว่างๆ ฝากเขียนเรื่องการแปลงเสียงต่างประเทศเป็นไทยได้ไหมครับ จะรออ่าน
ซึ่งวันนี้ถือเป็นมงคลฤกษ์ ที่จะมาผมจะถือโอกาสพูดถึงเรื่องนี้ครับ จากที่ได้ค้นคว้ามา
ปกติแล้วนั้น ศัพท์ทางวิชาการ วิสามานยนาม (ชื่อเฉพาะ) ต่างๆนั้น เราจะมักนิยมเรียกตามต้นตำรับทับไปดื้อๆเลย และทางราชบัณฑิตยสถานเอง ณ ปัจจุบัน ก็น่าจะไม่มีนโยบายไปบัญญัติคำไทยมาใช้เรียกคำอะไรพวกนั้นแล้วด้วย เพราะมันมีเยอะแยะมากมายเหลือเกิน แถมบัญญัติมาเราจะใช้มัน คุ้นเคยกับมันหรือเปล่าก็ไม่ทราบ
เมื่อเรามีการเรียกมันตามต้นฉบับเขาไปดื้อๆ แน่นอนว่า คำเหล่านั้นมันไม่ใช่ภาษาไทย แต่บางทีการที่เราจะนำไปใช้เขียน หรืออ้างถึงในเอกสารอื่นใด ที่ไม่สามารถเขียนด้วยภาษาต้นฉบับของมันได้ เราจำเป็นต้องเขียนมันเป็นภาษาไทย นี่แหละปัญหา
เพราะในเมื่อมันไม่มีตัวตนในภาษาไทย แต่เราจะจำมันมาแปลงโฉมในการเขียนให้เป็นแบบไทย พบว่า มันมักจะถูกแปลงโฉมเป็นหลากหลายรูปแบบ ต้นฉบับ 1 คำ คุณอาจเห็นมันในรูปการเขียนแบบภาษาไทย ได้เป็นสี่ห้าแบบ ตามอารมณ์ผู้แปลงร่าง
ราชบัณฑิตยสถาน (อีกแล้ว) ก็เลยตั้งกฎเกณฑ์การเขียนทับศัพท์ หรือการแปลงร่างขึ้นมา ด้วยเหตุผลที่ว่า จะได้เขียน หรือแปลงร่าง ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ต้องเขียนแบบว้าวุ่นใจ ไร้แหล่งอ้างอิง
โดยผมขอสรุปหลักคร่าวๆ เท่าที่จำเป็น น่าเอาเป็นแบบอย่าง 4 ข้อ ตามหลักราชบัณฑิตยสถาน มาให้ลองอ่านกันดูครับ (เน้นหนักไปทางวิสามานยนาม และศัพท์ทางวิชาการเป็นหลักนะครับ)
1. อ่านเสียงเป็นอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น
ในที่นี้ หมายถึงทั้ง พยัญชนะต้น สระ และตัวสะกด โดยการอ่านที่ว่านั้น ยึดการอ่านแบบคนไทยอ่านเป็นหลัก และราชบัณฑิตยสถานยอมรับ (ในแง่การถอดหรือเทียบพยัญชนะ เสียงสระ) เช่น
cholesteral เราเขียนเป็น คอเลสเตอรอล
ตามที่เราพูดๆกันทั่วไป (เพราะคนไทยคงไม่ถนัดพูดแบบมี h ควบ)
ขณะเดียวกัน การถอดการเขียนพยัญชนะ ก็เป็นไปตามหลักของราชบัณฑิตยสถาน เช่น
c พยัญชนะต้น ใช้ ค หรือ ซ
l พยัญชนะต้น และ ตัวสะกด ตัวการันต์ ใช้ได้ตัวเดียวคือ ล
เหมือน r ที่ใช้ ร
ขณะที่ s เป็นตัวสะกด ตัวการันต์ ใช้ ส (ในส่วนของพยัญชนะต้นออกแนวยุ่งยาก) เป็่นต้น
leptospirosis เราเขียนเป็น เลปโตสไปโรซิส
โดย p เป็นตัวสะกด ตัวการันต์ ใช้ ป
sp เป็นพยัญชนะต้น ใช้ สป
ขณะที่ s+สระ ในตัวอย่างคือ si ใช้ ซ เป็นต้น
(บอกแล้วไง ว่า s เป็นพยัญชนะต้น ที่ยุ่งยาก มากเรื่องจริงๆ)
2. ไม่ต้องใส่วรรณยุกต์ถ้าไม่จำเป็น
เนื่องจากภาษาอังกฤษ ไม่มีวรรณยุกต์ใช้ เราจึงไม่ต้องไปใส่วรรณยุกต์ให้มันเวลาเขียน เว้นแต่บางคำ ที่ไม่ใส่แล้วน่าเกลียด ความหมายซ้ำคำไทย อาจอ่านหรือใช้กันสับสน เช่น
coke เราจะเขียนว่า โค้ก เพราะ ถ้าไปเขียน โคก แบบนี้ อาจจะหมายถึง พวกที่ที่มันนูนๆสูงๆ หรืออกแนวเป็นชื่ออำเภอ ตำบล หมูบ้านทางอีสานไป เป็นต้น
3. อย่ามาทำตัววิเศษ ซ้ำซ้อน ถ้าไม่ใช่ศัพท์วิชาการ หรือ วิสามานยนาม
บางคำต้นฉบับ อาจจะมีเขียน ยัติภังค์ (-) หรือใส่มหัพภาค (.) หรือพวกเครื่องหมายพิเศษอื่นๆ
ถ้าคำพวกนั้นไม่ใช่ศัพท์วิชาการ หรือพวกวิสามานยนาม ก็ให้ตัดทิ้งเวลาเขียน แต่ถ้าใช่ให้คงเดิม เช่น
cobalt-60 เขียนเป็น โคบอลต์-60
หรือ J.D. Smith เขียนเป็น เจ.ดี. สมิท เป็นต้น
ส่วนพวกซ้ำซ้อน เช่น
นามทั่วไป ; ball เขียนเป็น บอล (ตัด l ตัวหลังทิ้ง)
ศัพท์วิชาการ วิสามานยนาม ; watt เขียนเป็น วัตต์ , THE MALL (ชื่อห้างสรรพสินค้า) เขียนเป็น เดอะมอลล์ เป็นต้น
4. มีไทย โปรดใช้ไทย
เช่น Ohm's Law เขียนเป็น กฎของโอห์ม
biophysics เขียนเป็น ชีวฟิสิกส์
arithmetic expression เขียนเป็น นิพจน์คำนวณ
หรือ hyperbola equation เขียนเป็น สมการพาราโบลา เป็นต้น
เอามาฝากกันแล้ว ถ้าคุณมีโอกาสที่จะต้องได้เขียนคำพวกนี้เป็นภาษาไทย ก็ลองเอาไปใช้กัน จะได้เขียนอย่างถูกต้อง สบายใจ ทั้งผู้เขียน
แต่สำหรับผมแล้ว
- ถ้าไม่จำเป็น เขียนเป็นภาษาต้นฉบับได้ เขียนไปเถอะ ปวดหัว เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่ไทยคำอังกฤษคำครับ ทำได้เลย นักภาษาศาสตร์คนไหนมาท้วงติงพ่อจะตบ เอ๊ย เตะผ่าหมากให้ดู
- ถ้าคำไหนที่แปลงร่างมันลำบาก และมีบัญญัติไว้อยู่แล้ว ใช้ที่เขาบัญญัติไว้ดีกว่า ไม่ต้องมาแปลงร่างมันให้เหนื่อยสมอง เช่น
achlorhydria เขียนเป็น ภาวะไร้กรดเกลือ น่าจะง่ายกว่า (ศัพท์ทางการแพทย์) เป็นต้น
สรุป ใช้ตามโอกาสที่เหมาะสมและสะดวกท่านก็แล้วกันนะครับ ง่่ายดี

ช่วงนี้ก็เข้าสู่เดือนเมษายนแล้วนะครับ เลยขอรวบรวม บรรดาคำที่ดูจะเหมาะสมกับเดือนนี้ มาส่งท้าย
ร้อน หมายถึง มีความรู้สึกตามผิวหนังเหมือนโดนไฟ
ร้อนใจ หมายถึง กระวนกระวายใจ เร่งรีบ
ร้อนอกร้อนใจ หมายถึง เดือดร้อนใจ กระวนกระวายใจ
ร้อนรุ่ม หมายถึง กลัดกลุ้มด้วยร้อนใจ บ้างก็ใช้ รุ่มร้อน
ร้อนเร่่า หมายถึง เช่นเดียวกับ ร้อนรุ่ม บ้างก็ใช้ เร่าร้อน
ร้อนรน หมายถึง แสดงอาการกระวนกระวาย
ร้อนๆ หนาวๆ หมายถึง ครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนเป็นไข้ , เร่าร้อนใจ กลัวว่าจะถูกตำหนิหรือลงโทษ
ร้อนตัว หมายถึง กลัวว่าโทษหรือความเดือดร้อนจะมาถึงตัว
ร้อนแรง หมายถึง มีความรู้สึกอยากที่แรงกล้า
ร้อนตับแลบ หมายถึง อาการร้อนที่เกิดมาจากความเหนื่อย หรือการออกกำลังกาย (เป็นภาษาปาก)
ร้อนระอุ หมายถึง ร้อนมาก ร้อนไปทั่ว (คำซ้อน)
.
.
ร้อนเงิน หมายถึง ต้องการเงินอย่างมาก เช่น ตอนนี้เจ้าของบล็อกกำลังร้อนเงิน เป็นต้น
เพิ่มเติมข้อมูล ที่ เว็บไซต์ราชบัณฑิตยสถาน ครับ
หากมีจุดใดผิด ได้โปรดท้วงติงเจ้าของบล็อก จักขอบพระคุณยิ่ง
