ThaiThai

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน

จากเอนทรีคราวก่อน มีคุณ PsychoMedicine หรือ คุณหมอโรคจิต เข้ามาฝากรัก ว้าย ไม่ใช่ ฝากคำถามไว้ในคอมเมนต์ (อุทานได้แมนจริงๆ) ดังนี้

...หลายที เจอศัพท์สูงๆเข้าไป เวียนหัว อย่างไฮเปอร์พาราธาลามัสซิสเต็ม คือเป็นศัพท์ที่ไม่มีบัญญัติ
ถ้าว่างๆ ฝากเขียนเรื่องการแปลงเสียงต่างประเทศเป็นไทยได้ไหมครับ จะรออ่าน

ซึ่งวันนี้ถือเป็นมงคลฤกษ์ ที่จะมาผมจะถือโอกาสพูดถึงเรื่องนี้ครับ จากที่ได้ค้นคว้ามา

ปกติแล้วนั้น ศัพท์ทางวิชาการ วิสามานยนาม (ชื่อเฉพาะ) ต่างๆนั้น เราจะมักนิยมเรียกตามต้นตำรับทับไปดื้อๆเลย และทางราชบัณฑิตยสถานเอง ณ ปัจจุบัน ก็น่าจะไม่มีนโยบายไปบัญญัติคำไทยมาใช้เรียกคำอะไรพวกนั้นแล้วด้วย เพราะมันมีเยอะแยะมากมายเหลือเกิน แถมบัญญัติมาเราจะใช้มัน คุ้นเคยกับมันหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

เมื่อเรามีการเรียกมันตามต้นฉบับเขาไปดื้อๆ แน่นอนว่า คำเหล่านั้นมันไม่ใช่ภาษาไทย แต่บางทีการที่เราจะนำไปใช้เขียน หรืออ้างถึงในเอกสารอื่นใด ที่ไม่สามารถเขียนด้วยภาษาต้นฉบับของมันได้ เราจำเป็นต้องเขียนมันเป็นภาษาไทย นี่แหละปัญหา

เพราะในเมื่อมันไม่มีตัวตนในภาษาไทย แต่เราจะจำมันมาแปลงโฉมในการเขียนให้เป็นแบบไทย พบว่า มันมักจะถูกแปลงโฉมเป็นหลากหลายรูปแบบ ต้นฉบับ 1 คำ คุณอาจเห็นมันในรูปการเขียนแบบภาษาไทย ได้เป็นสี่ห้าแบบ ตามอารมณ์ผู้แปลงร่าง

ราชบัณฑิตยสถาน (อีกแล้ว) ก็เลยตั้งกฎเกณฑ์การเขียนทับศัพท์ หรือการแปลงร่างขึ้นมา ด้วยเหตุผลที่ว่า จะได้เขียน หรือแปลงร่าง ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ต้องเขียนแบบว้าวุ่นใจ ไร้แหล่งอ้างอิง

โดยผมขอสรุปหลักคร่าวๆ เท่าที่จำเป็น น่าเอาเป็นแบบอย่าง 4 ข้อ ตามหลักราชบัณฑิตยสถาน มาให้ลองอ่านกันดูครับ (เน้นหนักไปทางวิสามานยนาม และศัพท์ทางวิชาการเป็นหลักนะครับ)

1. อ่านเสียงเป็นอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น
ในที่นี้ หมายถึงทั้ง พยัญชนะต้น สระ และตัวสะกด โดยการอ่านที่ว่านั้น ยึดการอ่านแบบคนไทยอ่านเป็นหลัก และราชบัณฑิตยสถานยอมรับ (ในแง่การถอดหรือเทียบพยัญชนะ เสียงสระ) เช่น

cholesteral เราเขียนเป็น คอเลสเตอรอล

ตามที่เราพูดๆกันทั่วไป (เพราะคนไทยคงไม่ถนัดพูดแบบมี h ควบ)
ขณะเดียวกัน การถอดการเขียนพยัญชนะ ก็เป็นไปตามหลักของราชบัณฑิตยสถาน เช่น
c พยัญชนะต้น ใช้ ค หรือ ซ
l พยัญชนะต้น และ ตัวสะกด ตัวการันต์ ใช้ได้ตัวเดียวคือ ล
เหมือน r ที่ใช้ ร
ขณะที่ s เป็นตัวสะกด ตัวการันต์ ใช้ ส (ในส่วนของพยัญชนะต้นออกแนวยุ่งยาก) เป็่นต้น

leptospirosis เราเขียนเป็น เลปโตสไปโรซิส

โดย p เป็นตัวสะกด ตัวการันต์ ใช้ ป
sp เป็นพยัญชนะต้น ใช้ สป
ขณะที่ s+สระ ในตัวอย่างคือ si ใช้ ซ เป็นต้น
(บอกแล้วไง ว่า s เป็นพยัญชนะต้น ที่ยุ่งยาก มากเรื่องจริงๆ)

2. ไม่ต้องใส่วรรณยุกต์ถ้าไม่จำเป็น
เนื่องจากภาษาอังกฤษ ไม่มีวรรณยุกต์ใช้ เราจึงไม่ต้องไปใส่วรรณยุกต์ให้มันเวลาเขียน เว้นแต่บางคำ ที่ไม่ใส่แล้วน่าเกลียด ความหมายซ้ำคำไทย อาจอ่านหรือใช้กันสับสน เช่น
coke เราจะเขียนว่า โค้ก เพราะ ถ้าไปเขียน โคก แบบนี้ อาจจะหมายถึง พวกที่ที่มันนูนๆสูงๆ หรืออกแนวเป็นชื่ออำเภอ ตำบล หมูบ้านทางอีสานไป เป็นต้น

3. อย่ามาทำตัววิเศษ ซ้ำซ้อน ถ้าไม่ใช่ศัพท์วิชาการ หรือ วิสามานยนาม
บางคำต้นฉบับ อาจจะมีเขียน ยัติภังค์ (-) หรือใส่มหัพภาค (.) หรือพวกเครื่องหมายพิเศษอื่นๆ
ถ้าคำพวกนั้นไม่ใช่ศัพท์วิชาการ หรือพวกวิสามานยนาม ก็ให้ตัดทิ้งเวลาเขียน แต่ถ้าใช่ให้คงเดิม เช่น
cobalt-60 เขียนเป็น โคบอลต์-60
หรือ J.D. Smith เขียนเป็น เจ.ดี. สมิท เป็นต้น

ส่วนพวกซ้ำซ้อน เช่น
นามทั่วไป ; ball เขียนเป็น บอล (ตัด l ตัวหลังทิ้ง)
ศัพท์วิชาการ วิสามานยนาม ; watt เขียนเป็น วัตต์ , THE MALL (ชื่อห้างสรรพสินค้า) เขียนเป็น เดอะมอลล์ เป็นต้น

4. มีไทย โปรดใช้ไทย
เช่น Ohm's Law เขียนเป็น กฎของโอห์ม
biophysics เขียนเป็น ชีวฟิสิกส์
arithmetic expression เขียนเป็น นิพจน์คำนวณ
หรือ hyperbola equation เขียนเป็น สมการพาราโบลา เป็นต้น

กรณี ohm กับ cholesteral สังเกตว่า จะมี h เป็นเสียงควบในภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่ ใน cholesteral จะไม่แสดงถึง h เพราะ c ที่นำหน้า ไม่ใช่สระ จึงไม่ต้องใส่ h


เอามาฝากกันแล้ว ถ้าคุณมีโอกาสที่จะต้องได้เขียนคำพวกนี้เป็นภาษาไทย ก็ลองเอาไปใช้กัน จะได้เขียนอย่างถูกต้อง สบายใจ ทั้งผู้เขียน


แต่สำหรับผมแล้ว
- ถ้าไม่จำเป็น เขียนเป็นภาษาต้นฉบับได้ เขียนไปเถอะ ปวดหัว เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่ไทยคำอังกฤษคำครับ ทำได้เลย นักภาษาศาสตร์คนไหนมาท้วงติงพ่อจะตบ เอ๊ย เตะผ่าหมากให้ดู
- ถ้าคำไหนที่แปลงร่างมันลำบาก และมีบัญญัติไว้อยู่แล้ว ใช้ที่เขาบัญญัติไว้ดีกว่า ไม่ต้องมาแปลงร่างมันให้เหนื่อยสมอง เช่น
achlorhydria เขียนเป็น ภาวะไร้กรดเกลือ น่าจะง่ายกว่า (ศัพท์ทางการแพทย์) เป็นต้น

สรุป ใช้ตามโอกาสที่เหมาะสมและสะดวกท่านก็แล้วกันนะครับ ง่่ายดี



ช่วงนี้ก็เข้าสู่เดือนเมษายนแล้วนะครับ เลยขอรวบรวม บรรดาคำที่ดูจะเหมาะสมกับเดือนนี้ มาส่งท้าย

ร้อน หมายถึง มีความรู้สึกตามผิวหนังเหมือนโดนไฟ
ร้อนใจ หมายถึง กระวนกระวายใจ เร่งรีบ
ร้อนอกร้อนใจ หมายถึง เดือดร้อนใจ กระวนกระวายใจ
ร้อนรุ่ม หมายถึง กลัดกลุ้มด้วยร้อนใจ บ้างก็ใช้ รุ่มร้อน
ร้อนเร่่า หมายถึง เช่นเดียวกับ ร้อนรุ่ม บ้างก็ใช้ เร่าร้อน
ร้อนรน หมายถึง แสดงอาการกระวนกระวาย
ร้อนๆ หนาวๆ หมายถึง ครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนเป็นไข้ , เร่าร้อนใจ กลัวว่าจะถูกตำหนิหรือลงโทษ
ร้อนตัว หมายถึง กลัวว่าโทษหรือความเดือดร้อนจะมาถึงตัว
ร้อนแรง หมายถึง มีความรู้สึกอยากที่แรงกล้า
ร้อนตับแลบ หมายถึง อาการร้อนที่เกิดมาจากความเหนื่อย หรือการออกกำลังกาย (เป็นภาษาปาก)
ร้อนระอุ หมายถึง ร้อนมาก ร้อนไปทั่ว (คำซ้อน)
.
.
ร้อนเงิน หมายถึง ต้องการเงินอย่างมาก เช่น ตอนนี้เจ้าของบล็อกกำลังร้อนเงิน เป็นต้น

 

เพิ่มเติมข้อมูล ที่ เว็บไซต์ราชบัณฑิตยสถาน ครับ

หากมีจุดใดผิด ได้โปรดท้วงติงเจ้าของบล็อก จักขอบพระคุณยิ่ง

เอนทรีนี้เป็นอีกหนึ่งเอนทรีประวัติศาสตร์ของผม เพราะเป็นเอนทรีที่ผมอัพขึ้นเช้าที่สุด เรียกว่าแหกขี้ตาขึ้นมาอัพกันตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ด้วยความตั้งใจว่าปีนี้กะจะมาเล่นสงกรานต์ในเอ็กซ์ทีนอย่างเต็มที่ แต่เวลาไม่เอื้อ เพราะปีนี้สงกรานต์ชาวบ้านเขาหยุดพักผ่อนกัน แต่ผมต้องลากยาวทำงานแทนคนอื่นๆที่เขาชิ่งหยุดไปล่วงหน้า (เศร้าที่สุด) อย่างวันนี้ ผมก็ต้องทำงานควบกะ คือตั้งแต่สิบโมงเช้า ลากถึงสองทุ่ม (เปิดยันปิด) ได้พักทานข้าวตอนบ่ายสามชั่วโมงเดียว ถึงแม้จะดูโหดๆยังไงชอบกล แต่ก็นะ ทำเยอะ ก็ได้ตังค์เยอะ งานนี้ถือว่า คุ้ม!

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปี ที่เจ้าของบล็อกไม่ได้เปียกน้ำ ชุ่มฉ่ำ ไปกับเทศกาลที่หลายคนอาจจะมีความสุขกัน แต่ถึงแม้ปีนี้จะร้อนกายเพราะไม่ได้เล่นน้ำ แต่ผมก็เย็นใจและก็มีความสุขดี เพราะผมก็ยังมีอะไรอย่างอื่นทำ ไม่ให้ชีวิตดูจืดชืดเหงาหงอยจนเกินไป อย่างน้อยงานที่อยู่ตอนนี้ก็เป็นงานที่ให้ความสุขกับเด็กๆ และก็ครอบครัวที่แวะเวียนมา เพราะถึงแม้หลายคนจะสนุกสนานไปกับเทศกาลนี้ด้วยการเล่นน้ำกัน แต่ก็มีอีกหลายคน หลายครอบครัว เลือกที่จะพักผ่อน จะสนุกด้วยการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ผ่อนคลายอิริยาบถ ในสถานที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งยังต้องทำงาน (อย่างผมเป็นต้น) ดังนั้น ก็ขอฝากในทำนองเดียวกับบล็อกของคุณเปเป้ และอีกหลายๆบล็อกที่ไม่ได้กล่าวถึง (ขอโทษด้วยนะครับ) ว่า ถ้าเห็นคนที่เขาไม่ได้อยากเล่นกับเรา เช่น ใส่สูท ผูกเนคไท แต่งเครื่องแบบที่ดูทางการ ใส่ชุดนักเรียน นักศึกษา หรือดูแล้วสังขารเขาไม่ไหวมาเล่นกับเราแน่ๆ ก็ไม่ต้องไปสงเคราะห์ความสนุกให้เขานะครับ เพราะผลมันกลับตาลปัตรกัน ขอร้องเถอะครับขอร้อง เราคนไทยด้วยกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย อย่าให้ความสนุกมันเกินเลย จนไม่รู้อะไรเป็นอะไร อย่างไอ้พฤติกรรมละลายแป้งเอาจนเขามองไม่เห็น เพราะแป้งเข้าตา หรือแอบจับเล็กจับน้อยสาวๆ จนถึงขั้นลวนลาม หรืออื่นๆ ก็เลิกๆไปเถอะ
.

.

.
พูดถึงเรื่องกลับต่างจังหวัด จริงๆแล้วผมก็ไม่ใช่คนกรุงเทพฯหรอกนะครับ ก็มีบ้าน มีศูนย์รวมของครอบครัวใหญ่ของผมอยู่ที่เชียงใหม่ (เป็นละอ่อนเหนือครับ) แต่ช่วงสามสี่ปีมานี้ก็ไม่ได้กลับไปที่นั่น ในช่วงสงกรานต์เลย ก็ได้แต่โทรไปคุย และก็รดน้ำดำหัวย่าผ่านทางโทรศัพท์ รวมถึงรวดร้องสุขสันต์วันเกิดให้ท่านไปพร้อมๆกันด้วย ปีนี้ท่านก็อายุเจ็ดสิบเก้าเต็ม ย่างแปดสิบแล้ว ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงมากๆนะครับ

ยิ่งวันนี้วันผู้สูงอายุ วันของท่านด้วย ก็ขอให้มีความสุขเป็นทวีคูณนะครับ (ลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้าขนาดนั้น คงไม่ต้องพึ่งคำอวยพรจากผมแล้วละมั้ง)

และเท่าที่ถามไถ่ในปีนี้ ก็ทราบมาว่า ญาติคนอื่นๆเขากลับไปเชียงใหม่กันหมดเลย มีครอบครัวผมครอบครัวเดียวไม่ยอมกลับขึ้นไป จนเขาจะบอยคอตกันถ้วนทั่วแล้ว ก็เลยเอ่ยปากไปพล่อยๆว่า ปีนี้ถ้าเข้ามหาวิทยาลัยดังๆได้ จะขึ้นเชียงใหม่อีกรอบ (ส่วนตัวผมเคยขึ้นไปแล้ว เมื่อตุลาคมที่ผ่านมา แต่ครอบครัวไม่ได้ไปด้วย) เขาก็หัวเราะร่วนกัน ก็เหมือนแซวกันเล่นๆสนุกสนาน ไม่มีอะไรมากมาย
.

.

.
พูดถึงสงกรานต์ ที่เชียงใหม่ ขอบอกเลยว่าเป็นที่ที่ผมเล่นแล้วสนุกที่สุด โดยเฉพาะการเล่นกันท้ายรถกระบะ และก็ขับไปรอบๆคูเมือง ดูเหมือนอันตราย แต่ผมก็ว่าไม่นะ ถ้าเราเล่นแบบมีขอบเขต เพราะพอไปถึงตรงนั้นรถมันก็ชะลอๆ ค่อยๆไปเป็นเต่าคลานอยู่แล้ว จุดนั้นแหละ โอ้พระเจ้า เดี๋ยวน้ำอุ่น น้ำเย็น เดี๋ยวน้ำคูเมือง สาดกันมากระหน่ำซัมเมอร์เซลจริงๆ แล้วแบบแถวๆนั้นเขาก็จะเปิดเพลงสงกรานต์พื้นเมือง ซึ่งได้บรรยากาศมากๆ รู้สึกว่ามันเป็นสงกรานต์ที่แบบอบอุ่น สนุก และมีความสุขจริงๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเจ็ดถึงแปดปีให้หลังจากที่ผมเล่นคราวนั้น จนถึงตอนนี้ บรรยากาศจะเป็นเช่นนี้อยู่หรือเปล่า หรือจะเปลี่ยนเป็นเพลงดิ้นแด่วๆ ฮิปฮอป ก้านคอคลับไปเสียหมดแล้ว เอะอะอะไรก็ "เปียกอับชื้น"

ส่วนใครอยากจะม่วนไปกับเพลงสงกรานต์พื้นเมืองอย่างคนเหนือ ก็เชิญสดับรับฟัง พร้อมเนื้อด้านล่างเลยครับ


เพลง ปี๋ใหม่เมือง



ปี๋ ใหม่เมืองเฮากะมาถึงแล้วน่อ ดำหัวแม่ป้อป้าลุงอุ้ยเฮาดีกว่า
ประเพณีบะเก่าของเฮาสืบมา เข้าวัดเข้าวาตักบาตรทำบุญ
ก๋ำสะหลุงใส่ข้าวตอกดอกไม้ ฮื้อเปิ้นได้จื่นใจ๋ตี้หมู่เฮาฮู้คุณ
เตวะบุตรเตวะดาเปิ้นมาอุดหนุน อันก๋านทำบุญตึงบ่อมีวันปุ๊ดตึน
เปิ้นปั๋นปอน เฮาก่อยกมือไหว้ เย็นอ๊กเย็นใจ๋อายุมั่นขวัญยืน
อยู่ดีกิ๋นดี ตึงยามนอนยามตื่น ใจ๋บานใจ๋จื่นปันใหญ่ปันสู
ปี๋ใหม่เมืองเฮาก่อมาถึงแฮ๋มแล้ว งามตึงดอกแก้ว งามตึงดอกหางนกยูง
ชุดผ้าเมืองเฮาก่อปากั๋นนุ่ง ก๋ำขันสะหลุงน้ำส้มป่อยไปดำหัว


เพลง แอ่วปีใหม่เมือง



( ชาย + หญิง ) ปี๋เก่าก็ล่วงไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้วก็มาฮอดมาเติง
ประเพณีปี๋ใหม่เมืองเฮา ทั้งหนุ่มเฒ่าเฮาล้วนร่ำเปิง
ต่างก็แห่ฟ้อนรำตามเจิง สำราญรื่นเริงร่วมกันเล่นน้ำ

( หญิง ) ปี๋แล้วมีตุ๊กข์มีเศร้า พอสิ้นปี๋เก่าเฮาขอลืมมัน
ปี๋ใหม่เมืองเฮาสำคัญ กึ๊ดดีม่วนงันสุขสันต์กันไป

( ชาย ) ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ต่างไปสู่วัดวาพากันฟังเตสน์ธรรม
ดื่มด่ำผลบุญอุ่นใจ๋ ร่วมงานบุญสุนทานอันดี
ประเพณีขนทรายทั่วไป ได้แอ่วม่วนใจ๋ได้ผลบุญนำ

( ชาย + หญิง ) ปี๋เก่าก็ล่วงไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้วก็มาฮอดมาเติง
ประเพณีปีใหม่เมืองเฮา ทั้งหนุ่มเฒ่าเฮาล้วนร่ำเปิง
ต่างก็แห่ฟ้อนรำตามเจิง สำราญรื่นเริงร่วมกันเล่นน้ำ

( หญิง ) ดำหัวคนเฒ่าคนแก่ คุณป้อคุณแม่เคยเลี้ยงเฮามา
ครูตี้อบรมวิชา ขอไปสูมาไหว้สาความดี

( ชาย ) ฟังคำตี้เปิ้นปั๋นปอน หื้อเฮาอยู่ถาวร ยืนยาวร่มเย็น
เปรียบเป๋นผลบุญมั่งมี แอ่วกันไป รดน้ำกันไป
แห่กันไป ขนทรายม่วนดี ร่วมหมู่เฮานี้ ตลอดปี๋เฮาจ๋ำ

( ชาย + หญิง ) ปี๋เก่าก็ล่วงไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้วก็มาฮอดมาเติง
ประเพณีปีใหม่เมืองเฮา ทั้งหนุ่มเฒ่าเฮาล้วนร่ำเปิง
ต่างก็แห่ฟ้อนรำตามเจิง สำราญรื่นเริงร่วมกันเล่นน้ำ
.

.

.
สุดท้าย เหมือนจะจบแล้ว แต่ยังครับ ขอเล่าภาพที่ผมนั่งรถกลับจากทำงานเมื่อวานนี้ (สิบสอง เมษายน) ให้ฟัง คือผมก็นั่งรถกลับบ้านปกติ จากเซ็นทรัลเวิลด์ ไปลงเชิงสะพานปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี ระหว่างทางก็ผ่านราชดำเนิน ตรงแยกคอกวัวด้วย ผมนั่งหน้าต่างริมซ้ายก็เห็นไม่ชัดเท่าไหร่หรอกครับ ก็พยายามมองอยู่ว่าบรรยากาศปีนี้เป็นอย่างไร เห็นแล้วก็มีความสุขไม่กับเขานะครับ เพราะว่าดูมันคึกคัก สนุกสนานมากๆ คนล้นออกมาทางบางลำภู ราชดำเนินเต็มไปหมด แต่ก็แอบสะดุดตาเล็กน้อย ตรงเด็กกลุ่มหนึ่ง มากันเป็นแก๊งเลย เท่าที่กะประมาณด้วยสายตา น่าจะประมาณประุถมห้า ถึงช่วงมัธยมต้น จริงๆก็ไม่แปลกอะไรหรอกครับที่เด็กๆ มาเล่นน้ำกันช่วงกลางค่ำกลางคืน สำหรับสมัยนี้ แต่ที่แอบฮา คือ น้องแกห้าหกคน เล่นย้อมหัวทอง หัวแดงกันยกกลุ่ม แล้วผมก็เหลือบไปเห็นชายต่างชาติร่างสูง ที่เขาหัวทองโดยธรรมชาติ คือผมไม่ได้ดูถูกคนไทยด้วยกันนะครับ ไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น

แต่ภาพที่ผมเห็น คนหนึ่งสูงขาว หน้ามีกระ ขนขยุกขยุยตามแขน หน้าอก คือดูแล้วเออ มันก็ปกติ แต่ผิดกับกลุ่มเด็กๆ ที่สูงก็ไม่สูง ผอมๆ ผิวคล้ำ หน้าหาพบได้ตามตลาดสด หัวเกรียนๆ และก็บนหัวมีผมสีทอง ที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่มาจากการสังเคราะห์ทางเคมี คือถ้าอ่านตามแล้วนึกภาพออก คุณจะรู้สึกว่า มันไม่ใช่อะจอร์จ มันไม่ใช่

คือทำไปแล้วมันไม่มีความเหมาะสม ก็อย่าไปทำเลย เข้าทำนองเห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง

และเท่าที่ผมรู้มาก็คือว่า การที่เรามีผมสีดำนี่ถือว่าดีที่สุดแล้ว คนที่มีผมสีดำ จะพบได้แถบๆเมืองร้อน เพราะร่างกายไม่จำเป็นต้องดึงโปรตีนไปแปลงเป็นไขมันเพื่อไปอบอุ่นร่างกาย ดังนั้นโปรตีนจึงถูกเอาไปใช้ซ่อมแซมส่วนรที่สึกหรอ รวมถึงไปเลี้ยงส่วนต่าง ซึ่งเส้นผมของเราก็คือหนึ่งในนั้น และการที่มีผมสีดำ นั่นก็คือเรามีเส้นผมที่แข็งแรง มากกว่า คนที่มีผมสีน้ำตาล สีทอง หรือกระทั่งขาวทั้งหัว เมืองพวกคนเมืองหนาว ซึ่งแน่นอนว่าผมเขาก็แข็งแรงสู้เราไม่ได้ เพราะมีโปรตีนส่งไปเลี้ยงเส้นผมไม่มาก

ขณะที่ถ้ามองในแง่พันธุกรรม ผมสีดำ ถือเป็นลักษณะเด่น ขณะที่ผมสีทอง ถูกจัดให้เป็นลักษณะด้อย ดังนั้น ผมสีดำธรรมชาติของเรานะ ดีที่สุดแล้ว

และการที่เราไปย้อมผม โดยเฉพาะเด็กๆด้วย จะทำให้หนังศีรษะ เส้นผมของเรามีปัญหาได้ง่ายๆ ถ้าเจอยาย้อมดีๆ ก็ดีไป แต่ถ้าไปเอาอะไรก็ไม่รู้มาย้อม งานเข้าแน่ๆ

แต่สำหรับผู้ใหญ่อย่างเราๆท่านๆ (ไม่เกี่ยวกับผมนะ ผมยังวัยรุ่น) ถ้าการย้อมผม ทำให้คุณดูดีขึ้น เหมาะกับรูปแบบชีวิต และการทำงาน ก็ทำไปเถอะครับ แต่ทำแล้วน่าเกลียดก็อย่าไปทำ มีแต่เสียกับเสีย เสียทั้งสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมของคุณ เสียทั้งสุขภาพจิตคนมอง
.

.

.
ท้ายที่สุดอยากแต่งกลอนสักบท แต่ดูเวลา ต้องรีบไปทำงานแล้ว เดี๋ยวจะเข้าสาย ก็ขอจบดื้อๆตรงนี้เลยละกันนะครับ

สวัสดีปีใหม่ไทยครับผม
.

.

.


ปอลอหนึ่ง ใครมาสาดน้ำไว้ที่บล็อกผม เดี๋ยวช่วงกลางคืนผมสาดกลับนะครับ (ไม่ยอมเปียกฝ่ายเดียวอยู่แล้ว)
ปอลอสอง เอนทรีนี้รีบคิด รีบพิมพ์ อาจจะมีผิดพลาดตกหล่นเยอะ ขออภัยด้วยนะครับ เดี๋ยวกลางคืนจะกลับมาตรวจทานแก้ไขอีกครั้ง
ปอลอสาม ขอบคุณเพลงแอ่วปี๋ใหม่เมืองจากไอมีมของใครก็ไม่รู้ แต่ขอบคุณมากๆนะครับ ส่วนเพลงปี๋ใหม่เมือง ได้รับการอุปถัมภ์จากผมเอง
ปอลอสี่ เอนทรีมีสาระ จะกลับมาเร็วๆนี้ สาบานได้ เปี้ยง~~~ (เมฆดำมาแต่ไกลเลย)
.

.

.
ของแถม
ปีนี้พี่กูเราก็ไม่พลาดร่วมเทศกาลสงกรานต์กับเรา ด้วยโลโก้รับสงกรานต์

แต่มีเฉพาะหน้าของไทยนะครับ หน้าของประเทศอื่น ก็เป็นโลโก้ปกติ