สวัสดีทุกๆท่านครับ ช่วงนี้ห่างหายจากการอัพบล็อกไปนานพอควร เอนทรีที่อัพช่วงหลังก็มักจะเป็นเอนทรีร่วมกิจกรรมกับบล็อกอื่นๆซะมากกว่า เอนทรีของตัวเองนี่ก็ดองแล้วดองเล่า เฝ้าแต่ดอง พอวันนี้โอกาสดีมีเวลาว่างพอที่จะอัพได้ ก็เลยต้องรีบมาอัพซะหน่อย ก่อนที่อาจจะไม่ได้พิมพ์ได้อัพอีกนาน

เนื้อเรื่องที่ผมเอามาเขียน ในเอนทรีนี้ เป็นสิ่งที่ผมพบเจอ ตอนที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปสอนเด็กๆน้องๆชั้นม.1 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ) ไม่ได้สอนเล่นๆนะ สอนจริงจังเลย ผมก็ไปสอนมาได้ปีนี้เข้าปีที่สามแล้วแหละ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยได้เอามาบอกใครเท่าไหร่ (กลัวคนจะว่าเพ้อเจ้อ กลัวคนจะว่าว่าอายุแค่นี้ไปสะเออะสอนลูกชาวบ้านเค้าละ แก่แดดจริงๆ) เรียกได้ว่าใครที่เข้ามาอ่านเอนทรีนี้ต้องเป็นคนที่พิเศษจริงๆ เท่านั้น (ว่าไปนู่น)

ซึ่งสองปีที่ผ่านมา ผมก็ได้เจอเรื่องแบบที่คิดว่าจะไม่ได้เจอเยอะพอควร เรียกได้ว่า จากคนนั่งเรียน มาเป็นคนยืนสอน อารมณ์ที่ได้มันต่างกันลิบลับ เลยคิดว่าถ้าหยิบเอามาเขียนแบ่งปันให้คนอื่นได้รู้บ้าง อาจจะมีประโยชน์บ้างก็ได้

** เอนทรีนี้ เอามาจากประสบการณ์ของผมคนเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว เนื้อหาทั้งหมดเป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งที่อาจมองไม่เห็นในสังคมใหญ่ ไม่ได้เหมารวมว่าต้องเป็นแบบนั้นหมดนะจ๊ะ **

.

.

 

++ น้ำยาอุทัยทิพย์ ทานได้ด้วย
เนื่อง จากโรงเรียนที่ผมสอน ไม่ใช่โรงเรียนใหญ่โต เลือกเด็กที่จะเข้าไม่ได้ (เพราะยอดสมัครไม่ยักกะเต็ม) ซึ่งในอดีต นี่ต้องสอบแข่งแย่งเข้ากันสนุกสนาน (น่าเสียดายอดีต) ดังนั้นเด็กส่วนหนึ่งที่เข้ามา ก็จะหอบพฤติกรรมไม่พึงประสงค์มาด้วย เช่นผู้ชาย ก็อยากเป็นนักเลงก่อนเวลาอันควร สูบบุหรี่ กระดกเหล้า กันตั้งแต่ม.1 เพราะคิดว่ามันเท่ระเบิดระเบ้อส่วนผู้หญิงก็อยากสวยเร็ว อยากสาวไว ร้องเรียกหากลุ่มขนแข็งๆที่กระจุกอยู่เหนือปากของสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งสังเกตได้จากผ้าเช็ดหน้าพาดไหล่ ทรงผมซอย อันเป็นเอกลักษณ์ และเครื่องประทินผิวหน้า รวมไปถึง น้ำยาอุทัยทิพย์ อุปกรณ์เสริมยอดนิยม ไปตั้งแต่สาวออฟฟิซ สาวโรงงาน เด็กพาณิชย์ ยันเด็กมอ เด็กปอ ซึ่งสาวเจ้าเหล่านั้น ส่วนหนึ่งก็คือนักเรียนที่ผมได้มีโอกาสสอนด้วย

ซึ่งผมยอมให้พวกเขา ประพฤติแบบนี้เข้ามาเรียนกับผมไม่ได้ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ผมจึงต้องสั่งให้เขาไปกำจัดอุปกรณ์เสริมเหล่านั้นก่อนเข้าเรียน และพวกคุณท่านคุณเธอคุณท่านก็มักกริ้ว ไม่พอพระทัย บางส่วนก็ทำแบบจำฤทัย บางส่วนก็เสด็จไปไหนก็ไม่รู้ ไม่เข้าเรียน ซึ่งผลลัพธ์ของการกระทำเช่นนั้น ทำให้ผมต้องใจแข็ง ส่ง มผ. ให้วิชาการ เกือบครึ่งห้อง แบบที่ไม่มีใครกล้าให้ เพราะรู้ว่าถ้าให้ไป คุณต้องเตรียมรับสงครามน้ำลายจากผู้ปกครอง ที่ลูกตัวเองมักถูกเสมอ ไว้เลย

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจนะครับว่าทำไม เด็กๆมันถึงออกมากลางค่ำกลางคืน เที่ยวผับเที่ยวบาร์ มาเป็นเด็กแว้น เด็กสก๊อยได้ มันก็มาจากรากฐานแบบนี้นั่นแหละ

อู้ย นอกเรื่องไปไกล แฮะ

สรุปคือ ระหว่างที่ผมเช็กบิลเรื่องทาปากแดงในชั่วโมงเรียน ผมก็พร่ำเพ้อแกมบ่นว่า "เนี่ย คุณรู้มั้ย ว่าไอ้น้ำยาเนี่ย แต่ก่อนเขาไว้ผสมน้ำดื่มกัน ให้มันมีกลิ่นหอมๆเย็นๆ ดื่มแล้วสดชื่น ไม่ได้ให้เอามาไว้ดัดจริตทาปากกันอย่างนี้"

และก็มีนักเรียนคนหนึ่งที่อยู่ในข่าย แสดงความฉงนออกมาว่า

"อ้าว มันกินได้ด้วยเหรอค่ะ"

จบข่าวดาวเทียม

++ บิ๊กแอ๊ด เศร้า นักเรียนงงชื่อนายกคนก่้อนหน้าเขียนยังไงน้อ
อันนี้ มาจากที่ผมได้ตรวจสมุดการบ้าน แล้วมันมีอยู่ข้อหนึ่งที่ถามเกี่ยวกับเรื่องของนายกรัฐมนตรี นี่แหละ ตอนอ่านเล่มแรกๆ ก็เฉยๆ เจอตรงไหนผิดก็แก้ให้บ้าง แต่พอตรวจสักเกือบจะครึ่งห้อง เฮ้ย ทำไมมันคือชื่ออดีตนายกสุรยุทธ์ ผิดกันหมดเลยหว่า ไม่ใช่แค่ชื่อผิดอย่างเดียว นามสกุลก็ผิดด้วย ไปเขียน จุฬานนท์ กันเป็นแถว สรุปตรวจสองห้อง ผิดกระจาย

แต่ชื่อสมัคร เขียนกันถูกเกือบหมด

กรณีมีข้อสรุปสองอย่าง
1) คงจะพยายามเขียนกันให้ถูกแหละ แต่นึกไม่ออกว่าเขียนอย่างไร จะ ท หรือ ธ หรือจะทั้งสองตัวเลย
2) ต้นฉบับมันเขียนผิด เล่มคัดลอกมันเลยผิดกันไปหมด

แต่จะไม่ว่าด้วยข้อสรุปใดก็ตาม ข้อสรุปที่แท้จริงที่เหล่านักเรียนได้รับคือ โดนสั่งคัดไทยและการบ้านกลับไปหนักกว่าเดิม โทษฐานเรียนวิชาห้องสมุด แต่ไม่รู้จักไปค้นคว้าเมื่อตัวเองไม่รู้หรือสงสัย หึหึ


++ กระทะ หรือ กะทะ
สิ่งหนึ่งที่ผม ชอบทำมาก ก็คือ การจุดชนวน ให้นักเรียนทะเลาะ ถกเถียง หาข้อสรุปกัน กับเรื่องที่พวกเขาสงสัย หรือไม่รู้ เพราะผมว่าการสอนแบบนี้ อย่างน้อยผู้เรียนต้องได้คิดบ้าง ดีกว่า เอ้า ฟังนะ จดตาม ที่เราได้แต่ป้อนๆๆๆ ลิงก็ลิงเถอะ เจออย่างนี้ก็อาจจะหลับได้ ห้าสิบนาทีที่มาเรียนกัน จะไม่มีค่าอะไรเลย ผมทราบเรื่องนี้ดี เพราะก็เป็นอยู่นะ ฮ่าๆๆ

ครั้งหนึ่ง ที่ผมปล่อยให้เขาถกเถียงกันเอง คือ ผมก็เอาเรื่องจากในเอ็กซ์ทีนนี่แหละไปเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับหมูกระทะ แล้วทีนี้ ก็มีนักเรียนเห็นผมเขียนคำว่า "หมูกระทะ" บนไวท์บอร์ด ก็เลยยกมือท้วงผม บอกว่า ผมเขียนผิด ต้องเขียนว่า "หมูกะทะ" ถึงจะถูก พอนักเรียนคนนั้นท้วงมันทันไร ก็มีนักเรียนองครักษ์พิทักษ์บอมเบย์อีกคนหนึ่งโต้ว่า ผมเขียนถูกแล้ว

งานนี้แทนที่ผมจะยุติข้อสงสัยให้กับนักเรียนทั้งสอง และคนอื่นๆ ผมก็ถามเหตุผลแต่ละคน ว่าทำไมถึงคิดเช่นนั้น หรือรู้เช่นนั้น ก็ปล่อยให้เขาแสดงเหตุผลมาเถียงกัน

สักพัก ผมก็ตัดบทด้วยการ ให้ทั้งห้องไปค้นหาข้อมูลเพื่อมาสรุปว่า สรุปแล้ว มันต้องเขียนหมูกระทะ หรือหมูกะทะ กันแน่ (ไอ้เรื่องสั่งการบ้านนี่งานถนัด)

แล้วคุณผู้อ่านแล้วครับ คิดว่าแบบไหนถูก

คำตอบคือ ได้ทั้งสองอย่างครับ แต่เค้าแนะนำให้ใช้ กระทะ มากกว่า บทเรียนภาษาไทยส่วนใหญ่จะใช้กระทะเป็นหลัก

 ภาษาไทยรายสะดวก

ใคร ที่เป็นคนกรุงเทพฯ ผมว่าคงจะรู้จักถนนที่ชื่อ "จะ-รัน-สะ-หนิด-วง" เป็นอย่างดี ซึ่งผมก็คือหนึ่งในนั้น เพราะทุกวันก็ต้องสัญจรผ่านถนนเส้นนี้ ตั้งแต่ซอยแรก ไปจนถึงซอยสุดท้าย ซึ่งสิ่งที่ผมเห็นเป็นประจำก็คือ ชื่อถนนเส้นนี้ ถูกเขียนเป็นสองแบบ คือ "จรัลสนิทวงศ์" หรือไม่ก็ "จรัญสนิทวงศ์"

แล้วคุณละครับ คิดว่าแบบไหนถูก ให้เวลาคิดนะครับ

ติ๊กต่อกๆๆๆ

ปิ๊ง

.

.

.

หมดเวลา เฉลยครับ ที่ถูกคือ ต้อง "จรัญสนิทวงศ์" นะครับ

เพราะชื่อถนนเส้นนี้ ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ หลวงจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ดังนั้น ต้องสะกดด้วย ญ ไม่ใช่ ล

แต่ ที่มีการเขียนผิดเพี้ยนไปเป็น ล นั้น อาจเป็นเพราะ แต่ก่อนทางกรุงเทพมหานคร ได้ใช้คำว่า จรัลสนิทวงศ์ ซึ่งเขียนผิด ไปติดเป็นป้ายถนน ซึ่งผู้คนที่พบเห็น ก็อาจจะนำไปเขียนตาม เพราะคิดว่าถูกต้อง แต่ต่อมา เมื่อถูกทักท้วง ทางกรุงเทพมหานคร ก็ได้ทำการแก้ไขใหม่ ดังเช่นในปัจจุบัน แต่ด้วยความเคยชิน การเขียนสะกดด้วย ล ก็ยังเห็นอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนอีกสาเหตุ อันนี้ผมคิดเล่นๆเองนะครับ คือคนที่บางทีนึกไม่ออกว่าชื่อถนนเส้นนี้เขียนอย่างไร อาจจะนึกไปถึงชื่อของคุณอาจรัล มโนเพ็ชร ก็เป็นได้ คิดว่าน่าจะเหมือนกัน ก็เลยเอามาเขียนซะเลย

จริงๆแล้ว ถ้าใครจะยังเขียนด้วย ล อยู่มันก็ไม่ผิดนะครับ มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เพราะการเขียนด้วย ล ก็ไม่ได้ทำให้ความเข้าใจของผู้รับสารผิดเพี้ยนไป แต่อาจจะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการตั้งชื่อถนนเส้นนี้ เท่าใดนัก



++ เซฟเกมเป็น แต่เซฟเวิร์ดไม่เป็น
ผมเคยมีความคิดมาตลอดว่า นักเรียนที่เล่นเกมคอมกันอยู่ทั้งวัน เลิกเรียนเป็นเข้าร้านเกมเนี่ย พวกเขาคงจะมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง ก็แหม ใช้ทุกวัน จะไม่รู้ก็น่าฉงนอยู่แต่พอได้สัมผัสกับนักเรียนกลุ่มนั้น (ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยว) ความคิดด้านบนต้องเปลี่ยนไป

เพราะผมลืมนึกไปว่านักเรียนที่ไปเล่นเกมในอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ไปถึงเครื่องมันก็เปิดอยู่แล้ว แค่้คลิกเข้าเกมแค่นั้นเอง แล้วเขาจะไปรู้อะไรมากกว่านั้น ถ้าเขาไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใด นอกจากเกมที่เขาจะเข้าไปเล่น

ผมจึงไม่แปลกใจเลย ที่ทำไมโรงเรียนที่ผมเข้าไปสอน ม.1 ถึงยังต้องนั่งเรียน MS Word ทั้งที่โรงเรียนอื่นๆ อาจจะสอนเด็กเขียน HTML แล้วด้วยซ้ำ

แต่ก็แอบสงสัย ว่าตอนประถม วิชาคอมพิวเตอร์เขาสอนอะไรกันน้า...


++ มั่วแล้วดับเบิลคลิกมีที่ไหน มีแต่คลิกสองครั้ง
อันนี้ต่อยอดมาจากด้านบนเลย คือไอ้ด้านบน มันแค่ไม่รู้ แต่กรณีนี้ไม่รู้แล้ว มีเถียงด้วยเกรียนจริงๆเลยพี่ท่าน ประเด็นก็ตรงตามหัวข้อเลยครับ คือผมบอกนักเรียนว่าให้ ดับเบิลคลิกที่ไอคอนตัวอีสีฟ้าๆ ปรากฏว่าพอบอกไปแล้วนักเรียนงง ผมเลยต้องบอกว่าคลิกสองครั้งอะ

แค่นั้น นักเรียนร้องอ๋อกันเป็นแถว แล้วดันมีนักเรียนคนหนึ่ง แพล่มออกมาว่า

โถ ถ้าพี่พูดแบบนี้แต่แรกก็จบแล้ว


++ พี่กูรู้ทุกอย่าง + กูเกิลมันบวกเลขได้ด้วยนะพี่
อันนี้ผมว่าหลายโรงเรียนก็อาจจะเป็นนะครับ เจอทุกครั้ง เจอทุกปี เวลาที่ต้องตรวจรายงาน มักพบว่า เอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม ถ้าข้อมูลตรงไหนที่เด็กก๊อปมาจากเว็บ มักจะอ้างที่มาของข้อมูลนั้นๆว่า http://www.google.co.th หรือไม่ก็ http://www.google.com เสมอ

พี่กูนี่มัน รู้ทุกเรื่องจริงๆแฮะ คนทำเว็บกูเกิลคงเหนื่อย ต้องนั่งพิมพ์้ข้อมูลร้อยแปดพันเก้า ให้ครอบจักรวาลยิ่งกว่า วิกิพีเดียซะอีก

ส่วนเรื่องนี้ ผมรู้มาจากนักเรียนครับ ปกติเวลาผมจะคำนวณเลขในคอมพิวเตอร์ ผมมักใช้โปรแกรม Calculator ในเครื่องเป็นประจำ แต่นักเรียนของผม เขาบอกว่า เขาไม่รู้จักโปรแกรม Calculator หรอก แต่เวลาเขาคำนวณเลข เขาใช้กูเกิลคำนวณ และนักเรียนคนนั้นก็เลยแสดงตัวอย่างให้ดู ผมก็เลยให้รางวัลเป็นคำขอบคุณซะ ขอบคุณที่ให้ความรู้ใหม่กับผมนะ และก็บอกให้เขารู้ว่า ไอ้โปรแกรม Calculator มันอยู่ตรงไหน วันหลังไปเจอเครื่องไม่ได้ต่อเน็ต จะได้ไม่ต้องไปควานหาเครื่องคิดเลขใส่ถ่านจากที่ไหน

 

++ สูตรคูณแม่เจ็ด มันท่องไงหว่า !?!
ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้่หลักสูตรประถมมันเป็นอย่างไร เพราะสอนมาสองปี เจอเป็นสิบเลย ที่ไม่สามารถท่องสูตรคูณได้ครบสิบสองแม่ ตอนดูรายการถ้าคุณแน่ อย่าแพ้ป.4 ก็ยังคุยเล่นๆกับที่บ้านเลยว่า เดี๋ยวนี้ป.4 เค้า ป.4แอดวานซ์นะ แต่ไหน พอผมมาสอน ยังเจอเด็กม.1 ท่องสูตรคูณยังไม่ได้เลยอะครับไอ้แม่สอง แม่สาม ก็ยังพอถูๆไถละ พอเริ่มแม่หก แม่เจ็ด เริ่มออกอ่าว บางคนเจ็ดหนึ่งเจ็ด เจ็ดสอง เอ่อ... อะไรหว่า นึกไม่ออกยิ่งแม่สิบสองไม่ต้องพูดถึงเลย จะมีมาคล่องหน่อย ก็แม่สิบ

ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าปล่อยให้จบช่วงชั้นที่ 2 กันมาได้อย่างไร ถึงแม้ผมจะไม่ได้สอนคณิตแสดดด ให้กับนักเรียนพวกนี้ แต่ผมก็หวั่นไม่น้อย ไม่กล้าจะสอนอะไรมาก กลัวจะรับกันไม่ได้ เพราะขนาดแม่สูตรคูณ ยังจำกันไม่ได้เลย มาสอนทฤษฎีคงจะไปกันใหญ่

วันนี้การศึกษาไทยเราต้องการอะไรกันแน่ ต้องการให้ึคนเรียนจบ 12 ปี แต่ความรู้เหมือนเรียนมา 6 ปี อย่างนั้นเหรอ หรือเป็นการศึกษาภาคบังคับแบบปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ใครมีตังค์มาก หรือขยัน ก็เก่งเข้าไป ใครไม่ขยัน เกเร หรือจน ก็จมปลักอยู่อย่างนั้น ผ่านชั้นมาเรื่อยๆ เรียนไปเรื่อยๆ แบบนั้นแหละ ผมละงงจริงๆ

นี่กะจะเขียนขำขำนะ เครียดอีกละ พอๆ จบๆ

 

++ เข้าใจผิดใหญ่หลวง ใครกันลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
จริงๆเรื่องนี้ผมไม่อยากเอามาเขียนเลย อะไรที่เกี่ยวกับเบื้องสูงเนี่ย แต่ขอหน่อยละกันครับ เผื่ออาจารย์ภาษาไทย หรือสังคมมาอ่าน จะได้เอาไปพิจารณากัน

คือมีครั้งหนึ่งผมสั่งให้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดมา (ช่วงนั้นกำลังเป็นกระแส) แล้วมันมีอยู่ข้อหนึ่งผมถามไปว่า ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

ไม่รู้นักเรียนไปหามาจากไหนกัน หรือเดากันไปเองก็ไม่รู้

ตอบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กันเป็นครึ่งห้อง

แล้วไม่ใช่ห้องเดียวที่ตอบมาแบบนี้ ห้องอื่นๆ ที่ผมไม่ได้สอน อาจารย์เจ้าของวิชาสอน ก็ตอบแบบนี้ด้วย งานนี้ถ้าเรียกว่าลอก ก็ลอกข้ามห้อง แถมลอกแบบผิดๆมาด้วย

งานนี้ต้องแก้ความเข้าใจเป็นพัลวัน ว่าผู้ลงนามหนะ นายกรัฐมนตรีว้อยยย


++ ตายน้ำตื้น
อันนี้ไม่เกี่ยวกับในวิชาเรียน แต่เห็นว่าแปลก เลยเอามาลงด้วย คือปกติ ที่ห้องสมุด เวลาจะเข้าจะต้องเอากระเป๋าไว้ที่ชั้นหน้าห้อง ซึ่งปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยก็คือ ปัญหาการขโมยของ
หรือขโมยกระเป๋า ยิ่งเปิดเทอมใหม่ ขโมยยิ่งระบาด และเป้าหมายหลักของพวกนี้ ก็คือเด็กม.1 และม.4 นี่หละ

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีการติดวงจรปิดไว้ขู่ ฟ่อๆ ก็ตาม

แต่ก็ยังมีการขโมยอยู่เนืองๆ เช่นเดียวกับกรณีนี้

คือขโมยคนนี้อยู่ชั้นม.2 แล้วอยากได้กระเป๋าใหม่ เพราะกระเป๋ามันซิบแตก ซึ่งสภาพกระเป๋าก็ถือว่าใหม่พอสมควร ก็เลยกะจะมาขโมยกระเป๋าของเด็กม.1 ทีนี้ก็เล็งช่วงคนเยอะๆ ทำเป็นเนียน หยิบกระเป๋าน้องไปใบหนึ่ง และก็สะพายเข้าห้องน้ำ ซึ่งในห้องน้ำได้วางกระเป๋าของตัวเองไว้ที่นั่นก่อนหน้าอยู่แล้ว จากนั้นก็ทำการสลับสัมภาระในกระเป๋า และก็เนียนเดินเอากระเป๋าตัวเองซึ่งข้างในมีแต่หนังสือกับของของน้องไปวาง ไว้ทีเดิม แล้วก็จากไป

พอน้องม.1 เจ้าของกระเป๋าออกมา ปรากฏว่าตกใจกระเป๋าตัวเองซิบแตก ก็เลยวิ่งเข้ามาบอกอาจารย์ในห้องสมุด ว่ามีคนทำกระเป๋าซิบแตก อาจารย์ก็โวยกลับว่า เธอทำเองรึเปล่า หรือมันเป็นอยู่แล้วรึเปล่า น้องก็ยืนยันว่าไม่ใช่ ไม่ได้ทำทีนี้อาจารย์ก็ไม่รู้นึกไง ลื้อกระเป๋าน้องออกมาดู ปรากฏว่ามันมีชื่อของเจ้าของกระเป๋า สลักเป็นลิควิดอยู่ด้านใน นำไปสู่การจับขโมยในที่สุด ซึ่งต่อมาก็รับสารภาพ

คิดจะขโมยทั้งที ตายน้ำตื้นนะเรา สม


++ ทำข้อสอบรอบคอบสักนิด
อันนี้เป็นความบ้าระห่ำของผมเอง ที่อยู่ดีๆก็นึกจะแกล้งนักเรียนสนุกๆ เนื่องจากว่าเป็นสัปดาห์ท้ายๆ แล้วไม่รู้จะสอนอะไร ก็เลยออกข้อสอบหลอกลวงขึ้นมาชุดนี้ ซึ่งก็ดูเหมือนข้อสอบทั่วไป ลงข้อมูลทุกอย่างตามฟอร์มเป๊ะ มีเนื้อหาที่สอนไป เหมือนปกติแต่ที่ไม่ปกติ คือผมแกล้งเขียนคำชี้แจง และคำสั่งยาวๆ ให้มันดูเยิ่นเย้อ และก็มีอยู่ข้อหนึ่ง ระบุว่า

ข้อสอบให้ทำเฉพาะข้อคี่ หากทำข้อคู่ จะไม่ตรวจคำตอบให้

ซึ่งผลที่ออกมา ก็เป็นไปตามคาดครับ คือ มีคนขยันทำมาครบ 30 ข้อเป๊ะ ไม่ขาดตกบกพร่อง เป็นสิบ

ทำให้นักเรียนที่โชคร้ายเหล่านั้น ได้รับรางวัลพิเศษจากผมไป
ที่คงจะทำให้เขามีความรอบคอบขึ้นอย่างแน่นอน
ก่อนที่จะต้องเสียใจไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องในอนาคต


++ อย่ามาใช้กฎหมู่แถวนี้
ไม่รู้ ว่าช่วงนี้ม็อบมันเกลื่อนเมือง หรืออย่างไร เดี๋ยวก็กู้ชาติ เดี๋ยวก็กู้ซาก ถึงได้มีพฤติกรรมกฎหมู่เกิดขึ้นกับนักเรียนของผม ที่พร้อมใจนัดไม่ส่งการบ้านกันทั้งห้อง คงคิดว่าผมจะลืม เพราะผมมาสอนแค่สัปดาห์ละชั่วโมงสองชั่วโมงแล้วก็ไป

งานนี้อาจารย์เจ้าของวิชา ก็อุตส่าห์เป็นธุระ โทรมาบอกผมตอนเย็น ว่า ไม่มีนักเรียนมาส่งงานตามกำหนด แบบนี้แถวบ้านผมเรียกลองของ พอถึงชั่วโมงเรียน ฟ้าฝนก็เริ่มเป็นใจ เมฆรวมกลุ่มกัน จนเกิดประจุมหาศาล เมื่อนักเรียนเข้าที่เป็นอันเรียบร้อย เป็นเพลาดี ที่พระศุกร์จะเข้าพระเสาร์จะแทรก

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงง
ไม้เรียวพร้อม งานพร้อม พลังพร้อม
บอมเบย์ใจดี แปลงร่าง เป็น
บอมเบย์โหมดอำมหิต

 

 

 

จบดีกว่า...

 

 

### อีกนิดนะ ###
พรุ่งนี้ทราบมาว่าหลายๆโรงเรียน หลายๆสถาบันการศึกษา จะมีการจัดพิธีไหว้ครูกัน ในฐานะนักศึกษาตัวเล็กๆคนหนึ่ง ก็ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ น้อมคารวะคุณครู อาจารย์ทุกๆท่าน ทั้งที่เคยสอน และไม่เคยสอน ขอให้คุณครู อาจารย์มีแต่ความสุข ได้รับแต่สิ่งดีๆ เหมือนที่ทุกท่านได้ให้แต่สิ่งดีๆแก่ลูกศิษย์ ตลอดไป

ขอบคุณสำหรับสรรพวิชา ขอบคุณสำหรับเจตนาและความหวังดีที่มีให้กับศิษย์ ขอบคุณสำหรับความอดทนเพื่อรักษาเกียรติในวิชาชีพ ที่ถึงแม้จะเหนื่อย เงินน้อย งานเยอะ ความรับผิดชอบมหาศาลก็ตาม

ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งครับ

เราคนไทย ใจกตัญญู รู้คุณชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์

เรานักเรียนจักต้องประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น เรานักเรียนจะต้องไม่ทำตนให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น

ปัญญาวุฑฒิ กะเรเต เต ทินโนวาเท นะมามิหังฯ

 

 

 

 

** พิมพ์ไป รู้สึกหมั่นไส้ตัวเองจริงๆเลย **

** เอนทรีนี้ ถือเป็นปฐมฤกษ์สำหรับ Firefox3 หวังว่าจะมีคนมาโหลดถึงห้าล้านดังที่หวังนะ **

Exteen Dungeon Project : Bombay

posted on 06 Jun 2008 22:47 by bombaydrive  in MyBlog

มาอีกแล้วกับอีกหนี่งมหาโปรเจ็กต์ โดยพี่แคทคุงสุดหล่อ (ชมเข้าไว้ๆๆๆ)

Exteen Dungeon Project

โปรเจ็กต์เกมสนุกๆ เล่นกันผ่านเอ็กซ์ทีนนี่แหละ ใครที่อยากร่วมสนุก ก็รีบรายงานตัวตามขั้นตอนในบล็อกของพี่แคทคุง ด่วน ก่อนเที่ยงของอังคารนี้นะครับ ตามลิงค์นี้

http://catkun.exteen.com/20080605/exteen-dungeon-project-register-rule

.

.

ส่วนตอนนี้ผมขอรายงานตัวก่อนนะครับ ชักอยากเล่นซะแล้วสิ ถึงตอนนี้จะยังงงๆกับกติกาอยู่

นี่ครับ อวาตาร์... ชูสองนิ้ว น้องพลับขอสอง

 

ปล. ช่วงนี้ยังอยู่ระหว่างดองบล็อก แต่เดี๋ยวจะกระหน่ำเนื้อหาทั้งหมดในไม่ช้านี้แน่นอนครับ

 

[Edit]
Turn ที่ 1 : ล่าง - ซ้าย - ซ้าย - ซ้าย - ซ้าย - ซ้าย - บน - ซ้าย - บน

[Edit]
Turn ที่ 2 : ล่าง - ขวา - ขวา - บน - บน - บน - บน - ซ้าย (ลงบันได) - บน - บน

[Edit]
Turn ที่ 3 : ซ้าย - ซ้าย - ซ้าย - ขวา - ขวา - ขวา - ลง - ลง - ลง - ซ้าย

[Edit]
Turn ที่ 4 : บน - ล่าง - ล่าง - บน - ซ้าย (เหยียบลูกแก้ว) - ขวา - ขวา - ขวา - ล่าง - ล่าง (ไม่ขึ้นบันได)

[Edit]
Turn ที่ 5 : ขวา - ขวา - ขวา - ล่าง - ล่าง (ไม่ขึ้นบันได) - ล่าง - ซ้าย - ซ้าย - ซ้าย - ซ้าย

[Edit]
Turn ที่ 6 : ส่งทาง EMS

[Edit]
Turn ที่ 7 : ส่งทาง EMS 

 

 

edit @ 1 Jul 2008 22:36:37 by บอมเบย์

Tags: dungeon